21 มิถุนายน 2557

วัดแฮดงยงกุงซา วัดเก่าแก่ที่สวยที่สุดในปูซาน


วัดแฮดงยงกุงซา (해동 용궁사) หรือเรียกสั้นๆ ว่า วัดยงกุงหรือยงกุงซา (Yonggungsa) *คำว่า 사 (ซา) แปลว่า วัด เป็นวัดเก่าแก่มาก ก่อกำเนิดมาตั้งแต่ปี 1376 ค่ะ และได้ทำการบูรณะอีกครั้ง โดยวิหารหลักของวัดถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี 1970 ตั้งอยู่บนเขาริมทะเลชายฝั่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองปูซาน ที่มีเจดีย์สามชั้น และสิงโตสี่ตัว หันหน้าออกไปทางทะเล ซึ่งสิงโตทั้งสี่ตัวนี้ คือสัญลักษณ์ของความยินดี ความโกรธ ความเศร้า และความสุข


บรรยากาศทางเข้าวัด จะเป็นเหมือนตลาดนัดย่อมๆ ที่มีคนมาขายของมากมาย ทั้งของกิน ขนมพื้นบ้าน เครื่องราง เสื้อผ้า และของที่ระลึก ให้ได้เดินชมวิถีชีวิตเล็กๆ ของคนปูซาน










กำแพงวัดเรียงรายไปด้วยรูปปั้นปีนักษัตรต่างๆ และรูปปั้นมงคล ให้ได้สักการะบูชาก่อนจะเข้าไปถึงตัววัดจริงๆ




ในช่วงเดือนเมษายนบริเวณวัดและรอบๆ ก็จะงดงามไปด้วยดอกพ็อตโกต (ซากุระเกาหลี) ที่บานสะพรั่งไปทั่วบริเวณวัด รวมถึงการตกแต่งประดับประดาด้วยโคม เพื่อต้อนรับวันสำคัญทางศาสนาพุทธนั่นก็คือ วันประสูตรของพระพุทธเจ้านิกายโชกเย หรือคล้ายกับวันวิสาขบูชาของบ้านเรานั่นเอง แต่วันจะไม่ตรงกันเสียทีเดียว เพราะนับถือคนละนิกายกัน และพระพุทธเจ้าคนละองค์กันค่ะ




ที่นี่มีบันไดหินถึง 108 ขั้น และมีภูมิทัศน์เป็นหินเรียงรายตามเนินเขา ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สำคัญ เพราะจะทำให้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของเสียงคลื่นทะเล และการชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงาม หลายคนมักจะมาที่นี่ในวันขึ้นปีใหม่ เพื่อมาชมพระอาทิตย์แรกของปี พร้อมกับขอพรให้ตนเอง 



ภายในมีถ้ำพุทธศาสนา และมีพระพุทธรูปนิกายโชกเย (Chogye) ไว้ให้คนเกาหลีกราบไหว้ ซึ่งปัจจุบันคนเกาหลีที่นับถือศาสนาพุทธยังคงมีอยู่ แต่น้อยกว่าคนที่นับถือศาสนาคริสต์ โดยเฉพาะวัยรุ่นยุคใหม่ก็หันไปนับถือคริสต์กันหมด เพราะศาสนาเข้าถึงประชาชนง่ายกว่าพุทธ รวมถึงคนที่ไม่นับถือศาสนาใดๆ ก็มีสัดส่วนกว่าครึ่งนึงของประชากรทั้งประเทศ






และความสวยงามที่สุดของวัดนี้ ก็คือการที่อยู่ติดทะเลนั่นเอง บริเวณวัดมีอาณาเขตที่กว้างและสวยงาม เมื่อมองลงไปแล้วเจอคลื่นทะเลซัดกระทบโขดหิน มันช่างเป็นภาพที่สวยจริงๆ ค่ะ




ลงมาเดินเล่นข้างล่างกันบ้างดีกว่า วัดแฮดงยงกุงนั้น ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็สวยไปหมด เดินเล่นเพลินเลยล่ะ




มาชมน้ำทะเลกันใกล้ๆ น้ำใสสะอาดดีจริงๆ






ในบริเวณนี้ยังคงมีพิพิธภัณฑ์ปลาให้ชมกันด้วย แต่มินไม่ได้เข้าไปชมหรอกนะคะ เลยไม่มีภาพมาฝาก >.<


สะพานสีแดงสุดเด่น



นอกจากนี้ ด้านนอกริมทะเลก็ยังคงมีพระพุทธรูปให้กราบไหว้ขอพรเช่นกัน และทุกๆ องค์จะมีกล่องไว้สำหรับบริจาคอยู่ด้วย ส่วนมากมินจะเห็นคนเอาถุงข้าวสารมาวางเหมือนเป็นการบูชาอะไรทำนองนั้นค่ะ


ถ้ามาเที่ยวยังเมืองทะเลอย่างปูซานกันนี้แล้วล่ะก็ อย่าลืมที่จะมาไหว้พระขอพร (ถ้าคุณนับถือพุทธ) หรือมาเดินเล่นสัมผัสบรรยากาศความสวยงามของพุทธศาสนสถานแห่งนี้ก็ได้นะคะ ไม่เสียค่าเข้าชมแต่อย่างใดจ้า



Address : 86, Yonggung-gil, Gijang-eup, Gijang-gun, Busan
Website : www.yongkungsa.or.kr
Open from : 04:00-19:00
Admission : Free
How to go : รถไฟใต้ดินปูซานสาย 2 สีเขียว ลงสถานีแฮอุนแด (Haeundae) ออกทางออกที่ 7 จากนั้นก็เดินมารอรถเมล์ที่ป้าย 해운대역 ป้ายนี้ค่ะ ที่ป้ายรถเมล์จะมีสายรถบอกไว้ว่ามีสายไหนผ่านบ้าง สายที่เราจะขึ้นเพื่อไปยังวัดก็คือสาย 181 นะคะ ซึ่งสายนี้ก็จะพาเราไปถึงตลาดกีจัง ตลาดที่มีปูและอาหารทะเลขายด้วยล่ะค่ะ นอกจากนี้ที่ป้ายนี้ยังบอกเวลาเดินรถด้วย สาย 181 รถคันแรกออกเวลา 6:02 และคันสุดท้าย 23:17 ค่ะ จริงๆ แล้วการขึ้นรถเมล์ที่เกาหลี ถ้าเราพอจะอ่านป้ายดูป้ายออก ก็ทำให้การเดินทางของเราไม่ยากเลยล่ะค่ะ มินขึ้นรถเมล์บ่อยมากๆ เลย


จุดสังเกตคือฝั่งตรงข้ามป้ายรถเมล์เป็นแบบนี้


ระหว่างรอรถเมล์ ก็หันมามองที่บอร์ดนี้ด้วยนะคะ เพราะมันจะคอยมีเวลาบอกตลอดเลยว่า รถเมล์สายที่เรากำลังรออยู่นั้น อีกกี่นาทีกำลังจะมาถึง จะได้เตรียมตัวถูกค่ะ อย่างในภาพตอนนั้นก็อีก 10 นาทีค่ะ (10 분) ส่วนค่ารถก็ 1200 วอน ใช้เงินสดหยอดลงกระป๋องเอา (ถ้าหยอดไม่พอดีเดี๋ยวคนขับกดทอนเอง) ส่วนบัตรทีมันนี่ใช้ที่นี่ไม่ได้ค่ะ ที่ปูซานบัตรทีมันนี่ใช้ได้แต่รถไฟใต้ดินเท่านั้น


ขึ้นมาบนรถแล้ว ลองสังเกตดูป้ายนี้สักหน่อย จะเป็นป้ายบอกเส้นทางของรถเมล์ค่ะ ว่าวิ่งผ่านที่ไหนและจอดป้ายชื่ออะไรบ้าง คนที่อ่านภาษาเกาหลีไม่ออกอาจจะลำบากนิดนึง แต่ลองเอาภาพของมินไปเป็นไกด์ไลน์ได้ค่ะ จากในภาพรถเมล์จะวิ่งวนกลับไปตามทางลูกศรสีดำ ตรงกรอบสีเหลืองคือป้ายแฮอุนแด (해운대역) ที่เราขึ้นมา ส่วนกรอบสีแดงคือป้ายวัดยงกุง (용궁 사 국립수산 과학원) และป้ายตลาดกีจัง (기장시장) ตามลำดับค่ะ

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย

ซึ่งบนรถจะมีป้ายบอกว่า ถ้าใครจะไปยัง วัดยงกุงซา (용궁사) ให้ลงที่ป้าย 용궁 사 국립수산 과학원 ค่ะ


ระหว่างทางจะผ่านโรงเรียนมัธยมด้วย เลยเก็บภาพมาฝากเล็กๆ


ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็จะถึงป้ายที่จะลงค่ะ พอลงจากรถเมล์มาแล้ว จะเจอร้านอาหาร ก็เดินตรงตามถนนไปยังสี่แยกข้างหน้าเลย

Photo by Daum Map

พอเดินมาถึงสี่แยกก็เลี้ยวซ้าย

Photo by Daum Map

เลี้ยวมาจะเจอถนนและป้ายวัดแบบนี้ ก็เดินตามทางนี้ไปเลยค่ะ

Photo by Daum Map


ถนนเส้นนี้จะเป็นเนินเขาพาเราไปยังวัดนั่นเอง รถเมล์ไม่ผ่านต้องเดินเท้าต่อจ้ะ



ระยะทางก็ไม่ไกลมาก แค่พอเหนื่อยนิดหน่อย ใช้เวลาเดิน 10 นาทีก็ถึงแล้ว เห็นป้ายชื่อวัดแล้วค่ะ


จะเดินผ่านร้านกาแฟ The Terrace ด้วย คลิกไปชมรีวิวกันได้


พอเริ่มเห็นลานจอดรถและผู้คนมากมาย ก็แปลว่าถึงแล้ววววว จะมาเที่ยวชมวัดนี้มาไม่ยากเลยล่ะค่ะ ส่วนขากลับถ้าใครจะกลับไปที่แฮอุนแด ก็นั่งรถเมล์ฝั่งตรงข้ามย้อนกลับไป หรือถ้าใครจะไปตลาดกีจังเพื่อไปกินปูต่อนั้น ไว้ตามมินไปชมค่ะ คลิกอ่านรีวิว




เนื้อหานี้อยู่ในหนังสือรวมเรื่องเล่าในทวิตเตอร์ เล่ม 2


3 ความคิดเห็น:

  1. คุณมินค่ะ สามารถนั่งรถ taxi ไปลงที่ลานจอดรถหรือจุดไหนที่ใกล้ทางลงไปวัดได้มากที่สุดค่ะ เพราะพาแม่ไปด้วย เลยกลัวว่าจะเดินจากป้ายรถเมล์ไปถึงวัดคงไม่ไหว ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. นั่ง taxi เข้าไปถึงลานจอดรถวัดได้เลยค่ะ แต่อาจหา taxi ยากหน่อย ไม่เยอะเท่าเมืองไทย แต่ก็พอจะมีผ่านเรื่อยๆ ค่ะ

      ลบ