แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทศกาลไฮไลท์ประจำปี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทศกาลไฮไลท์ประจำปี แสดงบทความทั้งหมด

31 ตุลาคม 2562

รีวิวเกาหลี พาเที่ยวเทศกาลดอกไม้ไฟปูซาน Busan International Fireworks Festival


เทศกาลดอกไม้ไฟสุดยิ่งใหญ่ของเกาหลีกำลังจะวนเวียนกลับมาอีกครั้งแล้วนะคะ กับเทศกาลดอกไม้ไฟปูซาน Busan International Fireworks Festival (BFF) ที่ในปี 2019 นี้จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายนนี้นั่นเอง ใครที่แพลนว่าปีนี้จะไปชม แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปยังไง หรือว่าไปชมตรงบริเวณไหนดี ตามมินมาเลยค่ะ เพราะมินทำรีวิวมาให้อ่านกันแล้ว เมื่อครั้งที่เคยได้มีโอกาสไปเที่ยวชมเทศกาลดอกไม้ไฟที่ปูซานมาครั้งนึงค่ะ


ก่อนอื่นเลยการเดินทางจากโซลมายังเมืองปูซานนั้น สามารถมาได้ 3 วิธีคือ เครื่องบิน รถไฟ และรถบัสค่ะ ส่วนตัวมินเคยเดินทางครบทั้ง 3 วิธีแล้ว ก็พบว่ามีข้อดีข้อเสียต่างกันไป อย่างเครื่องบินก็จะราคาแพงสุด แต่ถึงไวมาก เดินทางแค่ประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้นเอง เหมาะกับคนที่อยากซื้อเวลา ส่วนรถบัสราคาถูกสุด ประหยัดสุด แน่นอนว่าเดินทางนานสุดเช่นกัน สุดท้ายกับรถไฟ ที่มีทั้ง KTX, ITX และมูกุงฮวา ที่ใช้เวลาเดินทางตั้งแต่ 2 ชั่วโมงครึ่ง - 6 ชั่วโมง อันนี้สามารถเลือกได้ตามความสะดวก เพราะราคาก็ต่างกันไป แน่นอนว่ามินเลือกวิธีเดินทางด้วยรถไฟ KTX ที่มินคิดว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ทั้งในเรื่องของเวลาและราคาที่เหมาะสมค่ะ มินออกจากโซลค่อนข้างช้า เพราะว่าวันนั้นติดส่งลูกทัวร์ Seoul Cafe Tour กลับไทย เลยกว่าจะได้ขึ้นรถไฟก็ได้เที่ยว 13:55 นู่นแล้ว และจะถึงปูซาน 16:22 ก็คำนวนจากเวลาแล้วยังสามารถไปยังเทศกาลดอกไม้ไฟปูซานได้ทันค่ะ



ด้วยความที่มินกับเพื่อนรีบมากันมากๆ เลยไม่มีเวลาทานมื้อกลางวัน ก็เลยแวะที่ E-mart เพื่อซื้อเสบียงง่ายๆ มากินบนรถไฟแทนค่ะ จริงๆ แล้วสามารถหาซื้อข้าวกล่องต่างๆ ที่สถานีรถไฟเลยก็ได้นะคะ มีขายเยอะเลย แต่มินชอบของกินที่ E-mart ก็เลยแวะซื้อที่นั่น ไว้จะมารีวิว E-mart แบบเต็มๆ ให้ดูกัน


ระหว่างนั่งรถไปไม่ต้องกลัวแบตมือถือหมด ชาร์ตแบตบนรถไปเลยจ้า


นั่งมา 2 ชั่วโมงครึ่งได้ ก็ถึงสถานีปูซานแล้วค่ะ มินเลือกที่จะเข้าไปยังที่พักเพื่อเอาเป้ที่พกมาจากโซลไปเก็บก่อน แล้วค่อยไปยังสถานที่จัดงานเทศกาล แต่ถ้าใครมาถึงแล้วอยากตรงดิ่งไปยังเทศกาลเลยนั้น สามารถขึ้นรถไฟใต้ดินที่หน้าสถานีปูซานไปได้เลยค่ะ โดยนั่งสาย 1 สีส้ม ที่หน้าสถานีไปลงยังสถานี Seomyeon แล้วต่อสาย 2 สีเขียว ไปลงที่สถานี Geumnyeonsan ทางออก 1, 3 แต่ถ้าใครมาจากแฮอุนแด ก็ลงที่สถานี Gwangan ก็ได้ค่ะ ทั้งสองสถานีสามารถเดินไปยังหาดควางอัลลีได้เหมือนกัน แค่ระยะทางใกล้ไกลต่างกันเท่านั้นเอง ไม่ต้องกลัวเดินไปไม่ถูกเลยค่ะ เดินตามคนเยอะๆ ไปได้เลย เพราะทุกคนมีจุดหมายปลายทางเดียวกันคือไปดูดอกไม้ไฟปูซาน



จากที่พักมินมาถึงหาดควางอัลลีก็ประมาณทุ่มนึงได้ค่ะ ซึ่งดอกไม้ไฟปูซานจะเริ่มแสดงเวลา 20:00 ก็ยังพอจะมีเวลาในการเดินหาจุดชม ต้องบอกเลยว่าเทศกาลดอกไม้ไฟปูซานนี้เป็นเทศกาลที่ได้รับความนิยมมาก ทั้งจากชาวเกาหลีเองและจากนานาชาติ เพราะจัดมานานหลายปีแล้ว และได้รับความสนใจทุกปี และแน่นอนว่าคนมหาศาลมากๆ เลยค่ะ ใครที่จะมาขอให้เตรียมใจมาก่อนเลยนะคะว่าจะต้องมาเจอกับฝูงมหาประชาชนที่เยอะมากๆ คือนับหมื่นเรือนแสนก็ว่าได้ และทุกคนก็จะมาเดินกันเต็มถนนริมหาดไปหมด จนต้องมีการเบียดเสียดกันที่เรียกได้ว่ายิ่งกว่ารถเมล์ไทย ถ้าใครไม่ชอบคนเยอะ ไม่ชอบการเบียดเสียด ถามใจตัวเองก่อนมานะคะ ส่วนใครจะพาคนสูงอายุหรือเด็กเล็กมา อันนี้ก็ไม่ค่อยแนะนำ เพราะมันมีความไม่สะดวกในหลายๆ อย่างมากค่ะ ทั้งการเดินทาง ทั้งผู้คนที่เบียดเสียด ทั้งห้องน้ำ และอื่นๆ แต่ถ้าคิดว่าไม่เป็นปัญหา ก็จัดไปค่ะ


ถ้าใครอยากได้ที่นั่งชมดอกไม้ไฟปูซานแบบโลเคชั่นดีๆ แต่ไม่ต้องเสียเงินซื้อบัตรนั่งแถวหน้า แนะนำให้มาไวๆ ค่ะ มาแต่หัววันเลย แล้วหาผ้าปูไปปูจับจองพื้นที่ในโซนที่เขาอนุญาตให้เข้าไปชมได้ค่ะ แบบในภาพ ซึ่งตอนแรกมินจะเข้าไปหาที่นั่งบ้าง แต่บอกเลยว่าถ้ามาช้าแบบมินไม่มีที่ว่างแล้วค่ะ อย่าได้เสี่ยงเข้าไปเลยเชียว เพราะกว่าจะเดินกลับออกมาได้ ทุลักทุเลมากกกกกกก แถมคนลุกเข้าลุกออกไปห้องน้ำกันตลอดเวลาเลย


อีกโลเคชั่นที่เป็นจุดชมดอกไม้ไฟปูซานที่ดีก็คือ ชั้นสองของร้านอาหารและคาเฟ่ต่างๆ ที่อยู่ริมหาดค่ะ ซึ่งมีมากมายหลายร้าน อยู่ที่ว่าจะมาจับจองพื้นที่ทันมั้ยเท่านั้นเอง เพราะคิดว่าต้องมาเร็วมากๆ และนั่งยาวไปจนถึงสามทุ่ม แปลว่าอาจจะต้องสั่งอาหาร หรือกาแฟทานตลอดหลายชั่วโมงเหมือนกัน อย่างร้านนึงที่มินเคยไปมาก่อนหน้านี้ก็คือ Angel in us Coffee ค่ะ จะอยู่ริมหาดเลยและวิวดีมากๆ 


จากชั้นสองของร้านจะเห็นสะพานควางอันชัดเจน ซึ่งดอกไม้ไฟปูซานก็จะจุดบริเวณนี้ล่ะค่ะ ถ้าใครมาทันก็ลองมาจับจองที่ร้านนี้ดู ส่วนมินครั้งนั้นมาช้าค่ะ ก็เลยต้องไปหามุมดีๆ ที่ริมถนนแทน



ออกมาเดินตรงถนนริมหาด ก็จะมีเพื่อนเยอะมาก ตรงนี้แนะนำว่าเดินๆ หามุมที่คิดว่าโอเคแล้วยืนหรือนั่งปักหลักตรงนั้นเลยค่ะ ถ้าเจอที่ว่างที่ยืนได้แล้ว อย่าเดินหรือลุกไปไหนเลยเชียว โดนแย่งที่ได้เลย ซึ่งมินก็เลือกยืนริมฟุตบาทค่ะ ตรงจุดที่ไม่มีเสาบัง แต่ต้องทำใจอย่างนึงว่าจะมีเต้นท์ของงานบังแบบนี้ แต่ก็ยังมองเห็นดอกไม้ไฟนะคะ ถือว่าไม่แย่


ได้เวลางานเริ่ม ดอกไม้ไฟก็ถูกจุดแบบรัวๆ เลยล่ะค่ะ จากริมถนนที่ยืนดูอยู่นี้ก็จะเห็นประมาณนี้ (แคปภาพมาจากวิดีโอเลยไม่ชัดเท่าไหร่ เพราะไม่ค่อยถ่ายรูปค่ะ) ก็ไม่แย่เห็นมะ แค่เต้นท์บังนิดหน่อย แต่ดอกไม้ไฟจะถูกจุดสูงขึ้นไปอยู่แล้ว แค่อาจจะได้ภาพที่ไม่สวยนัก ไม่เคลียร์ แต่ว่าถ้าดูด้วยสองตาแล้ว แค่นี้ก็สวยมากแล้วจริงๆ ค่ะ



ยืนดูเพลินมากๆ เลย สวยสมคำร่ำลือ สวยสมกับที่ดั้นด้นมา สวยสมกับความเหนื่อยล้าค่ะ มินใช้เวลาถึง 5 ปีเลยนะคะกว่าจะได้กลับมาชมเทศกาลดอกไม้ไฟปูซานอย่างที่เคยตั้งใจไว้ ได้เห็นแบบนี้ก็หายเหนื่อย มิชชั่นคอมพลีทจริงๆ 



จนมาถึงช่วงท้ายๆ งานที่การแสดงดอกไม้ไฟปูซานใกล้จะจบ เจ้าหน้าที่จะเปิดเต้นท์ที่กั้นไว้ ให้เราแทรกตัวเข้าไปชมใกล้ๆ หน้าหาดได้ค่ะ! ดีงามมากจริงๆ ถึงตอนนี้ก็วิ่งสิคะ!


ได้มายืนดูดอกไม้ไฟปูซานแบบใกล้ชิด แม้จะเป็นแค่ช่วงท้าย แต่ก็สวยมากกกกกกกกกกกจริงๆ พอได้ดูตรงนี้แล้ว บอกเลยว่าสวยกว่าดูริมถนนหลังเต้นท์จริงๆ เพราะเห็นชัดๆ เต็มๆ ไม่มีอะไรบัง ใครที่ซื้อบัตรก็จะได้ชมมุมนี้แหละค่ะ ซึ่งใครซื้อออนไลน์ไม่ทัน เหมือนว่าที่หน้างานก็ยังมีขายนะคะ ลองเดินๆ ดูได้




สวยมากๆ เลยใช่มั้ยล่ะ มินถ่ายด้วยกล้องมือถือธรรมดานะคะ เพราะไม่มีกล้องโปรกะเค้า รูปอาจจะไม่ได้ชัด HD เท่าไหร่





ลงแบบคลิปวิดิโอให้ชมกันเต็มๆ ค่ะ



จบงานเทศกาลดอกไม้ไฟปูซาน คราวนี้ล่ะค่ะ นรกมีจริง! เพราะผู้คนจะต่างเบียดเสียดกันเดินออกจากงาน ซึ่งคนเยอะมากกกกกกกกกกกก แต่เขามีการดูแลจัดการดีนะคะ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยกั้นทางเดินให้ ไม่เดินชนกันมั่วซั่ว เราก็เดินตามๆ เขาไปค่ะ ก็จะถึงถนนใหญ่ ตอนนี้ก็ถึงเวลาแยกย้ายกันกลับ มินแนะนำว่าถ้าใครพอจะรู้เส้นทางกลับที่พัก แนะนำนั่งรถเมล์คนจะน้อยกว่าในสถานีรถไฟใต้ดินที่แออัดสุดๆ คือรถเมล์คนแน่นก็จริง แต่คนมันไม่เยอะเท่ารถไฟใต้ดินค่ะ มินเองก็นั่งรถเมล์กลับที่พักเหมือนกัน และรถก็ติดสุดๆ ไปเลย


มาถึงที่พักได้ หมดพลังเลยค่ะ หิวด้วยเลยเดินมาหาอะไรกินใกล้ที่พัก ดีหน่อยมินพักย่านซอมยอนร้านอาหารเยอะและยังมีแบบเปิด 24 ชั่วโมงด้วย ได้ข้าวผัดกิมจิกับจัมปงผัดมากินคนละจานกับเพื่อน อร่อยดีค่ะ


มินนอนค้างที่ปูซาน 1 คืน เพื่อเที่ยวต่ออีก 1 วัน แต่ถ้าใครจะกลับโซลเลยก็ได้ แต่แนะนำให้จองเที่ยวรถขากลับมาก่อนนะคะ เพราะคืนนั้นหลังจบเทศกาลดอกไม้ไฟปูซาน จะมีคนกลับเข้าโซลเลยเยอะมากๆ ถ้าไม่จองเที่ยวรถมาก่อน เต็มแน่นอนคอนเฟิร์ม! ขนาดมินกลับอีกวันนึง ยังได้ขึ้นรถเที่ยว 21:30 เลยค่ะ (ไม่ได้จองมาก่อน) ถึงโซลเที่ยงคืนไปเลยจ้าาาา


ใครกำลังวางแพลนที่จะไปเที่ยวเทศกาลดอกไม้ไฟปูซานปีนี้ ก็วางแผนทั้งการเดินทางและการไปยังสถานที่จัดดีๆ ค่ะ สำหรับมินแล้วการได้มาชมสักครั้งมินก็ถือว่าคุ้มดีนะคะ ดอกไม้ไฟสวยมาก อลังการมากจริงๆ แต่คนก็เยอะและเบียดจนเพลียเลยเหมือนกัน ถ้าถามว่ามินประทับใจกับดอกไม้ไฟปูซานมั้ย? ก็บอกเลยว่าประทับใจมากๆ และดีใจที่ได้มาชม แต่ถ้าถามว่าจะมาอีกมั้ย? ก็บอกเลยว่า ไม่ไปแล้วค่ะ 55555555 เข็ดคนเลยทีเดียว คือดอกไม้ไฟสวยมากนะคะ แต่ครั้งเดียวพอ เหนื่อย เมาคน >.< แต่ก็ไม่แน่นะ มินอาจจะอยากกลับไปชมอีกสักครั้งในปีใดปีหนึ่งก็ได้ค่ะ ^^

24 ตุลาคม 2562

Halloween in Korea 2019 ฮาโลวีนที่เกาหลี เที่ยวที่ไหนดี?


Peek-a-Boo! ขอกล่าวคำทักทายต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน (Halloween) ที่กำลังจะมาถึงกันสักหน่อยค่ะ เทศกาลฮาโลวีน หรือเทศกาลวันปล่อยผีของฝรั่ง กลายเป็นเทศกาลสนุกสนานสำหรับคนทั่วทั้งโลกไปแล้ว เพราะไม่ว่าจะประเทศไหนๆ ก็อยากจะออกมาปาร์ตี้กันในช่วงเวลานี้ เพราะนอกจากจะได้แต่งตัวแฟนซีกันแล้วนั้น หลายๆ ประเทศยังมีกิจกรรมสุดสนุกรออยู่ด้วย ซึ่งที่เกาหลีเองก็เช่นกัน เพราะเทศกาลฮาโลวีนที่เกาหลีนั้นน่าสนใจไม่แพ้ใครเลยค่ะ แถมยังพร้อมใจกันจัดงานต้อนรับเทศกาลกันหลายที่เลย ฮาโลวีนที่เกาหลี ปี 2019 นั้นจะมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยค่ะ 



1. Escape Halloween Psycho Circus Korea เทศกาลดนตรี EDM ในธีมฮัลโลวีน! ที่ยกขบวนดีเจชื่อดังมามากมาย สนุกสนานไปกับบรรยากาศที่น่าสะพรึงกลัวและลึกลับ พร้อมแดนซ์กันให้ยับ! ในยามค่ำคืนกับดีเจคนโปรด ใครเป็นขาแดนซ์ งานนี้ห้ามพลาด!




Date : 25-26 October 2019
Time : 14:00-23:00
Place : Seoul Grand Park
Admission : บัตรราคา 150,000 วอน สามารถซื้อบัตรได้ที่บูธขายตั๋วหน้างานใกล้กับประตูทางเข้า เวลาขายบัตร 13:00-21:00


2. Itaewon Halloween Festival เทศกาลปาร์ตี้ฮาโลวีนที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี ต้องมาที่อิแทวอน เพราะนอกจากผู้คนจะพร้อมใจกันแต่งตัวแฟนซีเป็นผีต่างๆ มาฉลองเทศกาลกันที่ถนนอิแทวอนแล้วนั้น คลับบาร์ต่างๆ ที่นั่นก็จัดงานเทศกาลฮาโลวีนกันทุกที่เช่นเดียวกัน ใครเป็นสายปาร์ตี้ต้องมาที่นี่เลย




Date : 25-26 October 2019
Place : Itaewon Street


3. Kingdom Halloween Event อีกหนึ่งเทศกาลฮาโลวีนที่คนให้ความสนใจและเป็นที่นิยมมาก คือเทศกาลฮาโลวีนที่ฮงแด เหล่าวัยรุ่นวัยมันส์จะออกมาแต่งตัวเป็นผีต่างๆ กันอย่างสนุกสนานทุกปี และปีนี้พิเศษสุด! เพราะเราจะได้พบกับ ผีซอมบี้จากซีรีส์ดัง Kingdom ที่จะออกมาหลอกหลอนผู้คนที่ถนนฮงแด สามารถพบเหล่าซอมบี้ได้เวลา 20:00-01:00 (วันเสาร์ 17:00-01:00)




Date : 25-26 October 2019
Place : Hongdae Street


4. Zombie Run Festival เทศกาลวิ่งหนีผีซอมบี้! เทศกาลสนุกๆ ที่สามารถไปร่วมวิ่งกันได้ เป็นอีกงานที่มีชื่อเสียงมากของวัยรุ่นเกาหลี ด้วยการจำลองสถานการณ์ให้เราต้องวิ่งหนีผีซอมบี้เพื่อเอาชีวิตรอดเป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร แค่คิดก็สนุกแล้ว! งานนี้ต้องมีการลงทะเบียนเข้าร่วมงาน และรับสมัครแบบเป็นทีม 10 คน และแต่ละคนจะต้องวิ่งเพื่อหนีจากซอมบี้ให้ได้ พร้อมกับทำภารกิจหาวัคซีน ในเวลา 1 ชั่วโมง ใครที่ชอบความตื่นเต้นเร้าใจแนะนำให้มาที่งานนี้เลย




Date : 26 October 2019
Time : 17:00-18:30
Place : Lotte World Tower
Admission : บัตรราคา 55,000 วอนต่อคน (ตอนนี้บัตรจำหน่ายหมดแล้วค่ะ)


5. Lotte World Horror Halloween ถ้าอยากสนุกกับเทศกาลฮาโลวีนแบบจัดเต็ม ก็ต้องมาที่สวนสนุกนี่ล่ะ สวนสนุกล็อตเต้จัดเทศกาลต้อนรับฮาโลวีนให้กับคนที่มาเที่ยวสวนสนุกได้ระทึกขวัญไปกับโซนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคฤหาสน์ผีสิง เขาวงกต วอร์ดซอมบี้ บังเกอร์ผี ให้ได้ผจญภัยในรูปแบบใหม่ สนุกสนานและตื่นเต้นไปพร้อมๆ กัน




Date : 30 August - 17 November 2019
Time : 9:30-22:00 (Fri.- Sun. 9:30-23:00)
Place : Lotte World
Admission : บัตรค่าเข้ามีหลายราคา สามารถเช็คได้ที่นี่ 


6. Everland Zombie Buster Blood City อีกหนึ่งสวนสนุกที่จัดงานเทศกาลฮาโลวีน และปีนี้ก็กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลประจำปี Blood City ที่จะให้เราได้ตื่นเต้นไปกับเหล่าซอมบี้ ให้เหมือนว่าเราได้ก้าวเข้าสู่หนึ่งในฉากของซีรีส์ The Walking Dead! พร้อมระทึกไปกับเครื่องเล่น T-Express ที่มีเหล่าซอมบี้นั่งไปด้วย!




Date : 30 August - 17 November 2019
Time : 10:00-22:00 
Place : Everland
Admission : บัตรค่าเข้ามีหลายราคา และมักจะมีส่วนลด สามารถเช็คส่วนลดต่างๆ ได้ที่นี่ 


7. Trickeye or Treat Halloween เปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นแบบเบาๆ บ้าง ไปถ่ายรูป 3D และ AR ที่ Trick Eye Museum ฮงแดกัน สนุกสนานไปกับการถ่ายภาพในรูปแบบต่างๆ ที่เสมือนจริง พร้อมธีมฮาโลวีนต้อนรับเทศกาล งานนี้ใครสายถ่ายรูปต้องจัดเลย!



Date : 11-31 October 2019
Time : 9:00-21:00 (เข้าได้ถึง 20:00) 
Place : Trick Eye Museum Hongdae
Admission : ผู้ใหญ่ 15000 วอน เด็กต่ำกว่า 18 ปี 12000 วอน 

เทศกาลฮาโลวีนที่เกาหลี ก็มีกิจกรรมสนุกๆ ให้เราได้ร่วมเฉลิมฉลองกันมากมาย ใครสายไหนก็เลือกได้เลยตามใจ ไม่ว่าจะสายแดนซ์ สายปาร์ตี้ สายวิ่ง สายเที่ยว สายถ่ายรูป มีครบหมดเลยค่ะ ถ้าไปเที่ยวเกาหลีช่วงเทศกาลฮาโลวีนพอดี อย่าพลาดที่จะเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ให้ได้เลยนะ รับรองว่าจะต้องประทับใจกันอย่างแน่นอน

16 ตุลาคม 2562

รีวิวเกาหลี พาเที่ยวสวนยางจูนาริ (Yangju Nari Park) ชมทุ่งดอกหญ้าสีชมพูฟรุ้งฟริ้ง Pink Muhly Grass


ช่วง 2 ปีมานี้ เชื่อได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จัก ทุ่งดอกหญ้าสีชมพู หรือ Pink Muhly Grass ที่เกาหลีเป็นแน่ หลายคนอาจจะรู้แล้วว่าหญ้าสีชมพูนี้อยู่ที่ไหน แต่บางคนอาจจะยังไม่รู้และยังไม่เคยไปเยือน ทุ่งดอกหญ้าสีชมพูที่ว่านี้อยู่ที่ สวนยางจูนาริ (Yangju Nari Park) ตั้งอยู่ที่เมืองยางจู จังหวัดคยองกีโด มินจะมาพาทุกคนไปเที่ยวชมสวนกันค่ะ


ที่สวนยางจูนาริแห่งนี้ สามารถเดินทางมาด้วยรถไฟใต้ดินจากโซลได้เลยค่ะ สะดวกมากๆ เพราะอยู่ไม่ไกลจากโซลมากนัก พอจะคุ้มค่าคุ้มเวลาในการมาเที่ยวกันอยู่ หลังจากนั่งรถบัสสาย 80 จากสถานี Yangju Station มาแล้วประมาณครึ่งชั่วโมง ก็มาถึงสวนยางจูนารินี้แล้วล่ะค่ะ สำหรับสวนยางจูนาริแห่งนี้จะเปิดให้เข้าชมเฉพาะแค่ช่วงเทศกาลเท่านั้น ซึ่งในปีนี้ก็สามารถไปชมกันได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน - 30 ตุลาคม 62 ค่าเข้าชมก็แค่ 2000 วอนเท่านั้นเอง สามารถซื้อตั๋วได้ที่หน้าทางเข้าสวนเลย




สวนจะมีขนาดกว้างประมาณนึงนะคะ สามารถเดินเที่ยวได้เรื่อยๆ เลย เพราะมีดอกไม้ให้ชมให้ถ่ายรูปเยอะมากๆ แถมอยู่ติดเขาบรรยากาศดีได้ฟีลธรรมชาติสุดๆ




จริงๆ แล้วเทศกาลที่ว่านี้เป็นเทศกาลดอกบานไม่รู้โรย Yangju Globe Amaranth Festival (양주 천만송이 천일홍 축제) ค่ะ มีดอกบานไม่รู้โรยหลากหลายสายพันธุ์ให้ชมกัน เขาบอกว่ามากกว่าล้านดอกเลยนะ หรือจะเรียกว่าทุ่งดอกบานไม่รู้โรยก็ย่อมได้








ใครมาที่นี่บอกเลยว่าถ่ายรูปเพลินมากกกกกกกกก ได้รูปสวยลงไอจีเพียบแน่นอน ทุ่งดอกไม้สีชมพูกับท้องฟ้าสีฟ้ามันช่างตัดกันสวยงามจริงๆ ค่ะ




และถ้าใครเป็นสายถ่ายรูปอัพโซเชียลด้วยนั้น ออกนอกเมืองมาแบบนี้ก็ต้องมีสัญญาณอินเตอร์เน็ตดีๆ เร็วแรงด้วยนะ จะได้อัพรูปอวดเพื่อนให้อิจฉาเล่น มินใช้ซิมการ์ดจาก KKday ค่ะ เป็นซิมสำหรับเล่นเน็ตของเครือข่าย KT Olleh 4G/LTE แบบไม่จำกัดปริมาณดาต้า คืออันลิมิตนั่นเอง ใช้อัพรูป เล่นโซเชียล เปิดแผนที่ ได้สบายๆ ไม่ต้องกลัวเน็ตหมดระหว่างทางเลยล่ะค่ะ เขามีให้เลือกตามการใช้งานนะ มีแบบ 1 วัน / 5 วัน / 10 วัน และ 30 วัน รับซิมได้ที่เกาหลี สะดวกมากมายค่ะ ใครสนใจ คลิกที่นี่ หรือคลิกที่ภาพด้านล่างได้เลย และอย่าลืมใส่โค้ด SEOULCAFE5 รับส่วนลด 5% ด้วยจ้า

จองซิมการ์ดเกาหลีกับ KKday

และนอกจากดอกบานไม่รู้โรยแล้วยังมีดอกไม้อื่นๆ ด้วยนะ งานนี้ใครชอบดอกไม้อย่างมินนี่คือฟิน อะไรก็สวยไปหมดอ่ะค่ะ


 




ไม่ได้ชอบถ่ายรูปเลยจริงๆ



และแล้วพอเดินลึกเข้าไปข้างในเรื่อยๆ ก็จะมาเจอกับไฮไลท์ของเราในวันนี้แล้วค่ะ นั่นก็คือ ทุ่งดอกหญ้าสีชมพู Pink Muhly Grass


ให้มันเป็นสีชมพูววววววววววววววววววววววววววววว จริงๆ ของจริงไม่ได้สีสดขนาดนี้หรอกค่ะ มันจะชมพูอ่อนๆ จางๆ เลยแหละ แต่มินใช้การปรับสีภาพให้สวยขึ้น




ถ่ายรูปมาก็สวยดีน้าาาา อิอิ แต่ต้องหาจังหวะดีๆ ที่ไม่มีคน



นอกจากทุ่งดอกหญ้า Pink Muhly Grass แล้วนั้น ยังมีทุ่งดอกโคเคีย (Kochai) สีสันสดใสอีกด้วยนะ





ตอนแรกก็ว่าตัวเองไม่ได้ชอบถ่ายรูปเท่าไหร่ แต่ไปๆ มาๆ ก็กดถ่ายรัวๆ เหมือนกัน เพราะทุ่งหญ้าดอกไม้มันสวยดีจริงๆ อ่ะค่ะ ถ่ายรูปสนุกดี ถ่ายมุมไหนก็ไหนก็สวยไปหมด มีมุมถ่ายรูปเต็มเลยแหละ



ถ้าใครจะมาเที่ยว ต้องบอกก่อนเลยว่าปีที่แล้วที่มินไปมาแถวนี้ไม่ได้มีร้านอาหารมากมายสักเท่าไหร่ แนะนำว่าให้หาอะไรกินมาก่อนหรือนั่งกลับไปกินแถวๆ สถานีรถไฟยางจูจะดีกว่า เพราะสวนนี้ค่อนข้างอยู่นอกเมืองพอสมควร แต่มีร้านกาแฟอยู่ใกล้ๆ ร้านนึงค่ะที่พอจะฝากท้องหรือพักเหนื่อยได้ กาแฟรสชาติใช้ได้เลยค่ะ จะอยู่ถนนอีกฝั่งเดินไปทางด้านข้างของสวน จะซอกแซกนิดหน่อย ส่วนร้านข้าวถ้าเดินเข้าวอยแถวๆ ร้านกาแฟไปก็จะมีอยู่ 2-3 ร้านค่ะ แต่ต้องเดินเข้าซอยหาๆ หน่อยจ้า




เอาเป็นว่าถ้าเป็นคนชอบถ่ายรูป ถ้าเป็นคนชอบดอกไม้ ถ้าเป็นคนชอบธรรมชาติ ก็แนะนำมาว่าเถอะ! มันคุ้มค่ากับการเดินทางมาจริงๆ นะ เพราะจากโซลมาก็ใช้เวลาแค่ราวๆ 1 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้นเอง นั่งมาแป๊บๆ ก็ถึงแล้ว มาถ่ายรูปสวยๆ ก็คุ้มแล้วค่ะ


ส่วนขากลับก็ไม่ยาก เดินไปขึ้นรถบัสที่หน้าตึกนี้ ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามรอรถบัสที่ป้ายเลยค่ะ



ขึ้นรถเมล์สาย 80 กลับไปที่สถานียางจูเหมือนขามาได้เลย จ่ายทีมันนี่ได้สะดวกสุดๆ




วิธีเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย 1 (สีน้ำเงิน) ลงสถานียางจู (Yangju) ทางออกที่ 2 จากนั้นนั่งรถบัสสาย 80 ไปลงที่ป้าย Nari Park (나리공원)