30 มีนาคม 2560

จองบัตรคอนเสิร์ตเคป๊อบง่ายๆ กับ Ewha Dh guesthouse


งานคอนเสิร์ต แฟนมีต ต่างๆ ในเกาหลีที่น่าสนใจนั้นมีมากมายเลยใช่มั้ยล่ะคะ และแน่นอนว่าเมื่อเรามีโอกาสได้ไปเที่ยวเกาหลีทั้งที ก็อยากที่จะแวะไปชมงานดีๆ เหล่านี้เช่นกัน และถ้าใครกำลังมองหาบัตรคอนเสิร์ตและงานต่างๆ นั้น ที่ว่าหายากแสนยาก บัตรหมดไวตั้งแต่ 5 นาทีแรก หรืออะไรก็ตาม แต่จากนี้จะไม่ยากแบบนั้นแล้วค่ะ ถ้าทุกคนใช้บริการของ แดนนี่ โอปป้า รับรองว่าจะได้บัตรทุกงานตามที่ต้องการแน่นอนค่ะ ^^ หรืออยากจะเข้าพักที่เกสเฮ้าส์ของแดนนี่ ที่อยู่ย่านอีแด ชื่อว่า Ewha Dh guesthouse ก็ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะสนใจจองที่พัก หรือจองบัตรคอนเสิร์ต สามารถติดต่อแดนนี่ได้โดยตรงเลยจ้า ตามด้านล่างนี้เลย


ช่องทางการติดต่อ (ภาษาอังกฤษ, ภาษาเกาหลี)

และไม่ใช่แค่ ตั๋วคอนเสิร์ตเพียงอย่างเดียว เท่านั้นนะ ยังสามารถจอง ตั๋วคอนเสิร์ต + ห้องพักที่ Ewha Dh guesthouse ได้ด้วย (มีราคาพิเศษ) แต่มินแนะนำให้ติดต่อแดนนี่ล่วงหน้านานนิดนึงนะคะ เพราะแดนนี่ตอบไลน์ช้าจ้า

เอาล่ะ มาอัพเดตงานดีๆ กันดีกว่าค่ะ เริ่มกันด้วยงานที่หลายคนน่าจะอยากไป 'Produce 101 Season 2 Finale Concert'  คอนเสิร์ตของรายการ Produce 101 จะมีขึ้นวันที่ 1-2 กรกฎาคม 2017 ที่ Olympic Park จองบัตรกันได้แล้ววันนี้จ้า



ตามมาด้วยวันที่ 26-28 พฤษภาคม 2017 และวันที่ 1-4, 8-11 มิถุนายน 2017 จะมีงานคอนเสิร์ตเดี่ยวอีกงาน กับงาน 'SHINee Jonghyun's solo concert "The AGIT" The Letter' ของหนุ่มจุนฮยอง SHINee นั่นเอง


อีกงานที่ไม่ไปไม่ได้แล้วววว กับคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่แห่งปี Dream Concert 2017 เพราะงานนี้มี EXO มาด้วยยยยย คอนเสิร์ตมีวันที่ 3 มิถุนายน 2017 ที่ World Cup Stadium งานใหญ่ๆ แบบนี้ แดนนี่ก็หาบัตรให้ได้ค่ะ ^^


อีกงานในเดือนมิถุนายน กับคอนเสิร์ต 'CNBLUE LIVE [BETWEEN US] Concert in SEOUL' วันที่ 3-4 มิถุนายน 2017 จ้า งานนี้ถ้าไม่อยากพลาด ก็รีบจองตั๋วกันเล้ยยยย


สุดท้ายกับงานใหญ่ที่หลายคนต้องตั้งตารอ 'SMTOWN Concert in Seoul 2017' งานคอนเสิร์ตที่รวมศิลปินค่าย SM เอาไว้ทั้งหมด งานนี้ตั๋วหายากและหมดไวแน่นอน คอนเสิร์ตจะมีในวันที่ 8 กรกฎาคม 2017 อย่าช้า เตรียมตัวติดต่อแดนนี่กันได้เลยค่ะ


และสำหรับการเข้าชมรายการเพลงสุดฮิต Every Week Music Programs ที่หลายคนอยากที่จะได้ลองเข้าชมสักครั้ง ฝันจะไม่เป็นแค่ฝันอีกต่อไป เพราะแดนนี่สามารถหาบัตรเข้าชมให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นรายการเพลง The show (วันอังคาร), Show champion (วันพุธ), M countdown (วันพฤหัสบดี), Music bank (วันศุกร์), Show! Music core (วันเสาร์) และ Inkigayo (วันอาทิตย์) ใครจะตามไปให้กำลังใจเวลาศิลปินที่ชอบคัมแบ็ค ก็ติดต่อแดนนี่ได้เลยในทุกสัปดาห์จ้า




นอกจากนี้แล้วทาง Ewha Dh guesthouse เขาก็มีโปรแกรมทัวร์พิเศษมานำเสนอด้วยล่ะค่ะ เป็นทัวร์แบบส่วนตัว Korea Private Tour รับกลุ่มละ 4-12 คน ค่าใช้จ่าย คนละ 100000 วอน (ประมาณ 3000 บาท) ซึ่งราคานี้รวมค่าบริการ, ค่าเข้าชมสถานที่, ค่าเดินทาง และค่าคนขับรถ เรียบร้อยแล้วนะคะ (ไม่รวมค่าอาหาร) โดยมีแดนนี่โอปป้าเป็นไกด์ ที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ สบายใจหายห่วงค่ะ ใครสนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติม หรือจองทัวร์ได้ ตามช่องทางนี้เลย

EMAIL : ewhadhguesthouse@gmail.com
LINE : ohmydanny
Facebook : www.facebook.com/EwhaDHguesthouse



โดยสามารถเลือกสถานที่ที่ต้องการไปชม ได้ 3 สถานที่ ดังนี้
- Nami Island
- Running Man Ride Bike
- Strawberry Farm
- Petite France
- Morning Calm Garden
- Edelweiss Swiss Theme Park

ส่วนตารางทัวร์ใน 1 วันจะเป็นตามนี้ค่ะ
09:30 ออกจากที่พัก
11:00 - 12:30  เข้าชมสถานที่แรก
13:00 - 14:00  รับประทานอาหารกลางวัน (ทัคคาลบี)
14:30 - 16:00  เข้าชมสถานที่ที่สอง
16:30 - 18:00  เข้าชมสถานที่ที่สาม
19:30 กลับเข้าโซล


ใครที่อยากจะจัดแพลนเที่ยวแบบส่วนตัวกับเพื่อนหรือครอบครัว โดยมีคนพาไปด้วยรถส่วนตัว เดินทางสะดวก สบาย แล้วล่ะก็ ติดต่อทัวร์จาก Ewha Dh guesthouse ได้เลยจ้า


หรือหากใครไม่ได้จะไปชมคอนเสิร์ต หรือจองทัวร์ แต่กำลังมองหาที่พักดีๆ ไม่ไกลจากสถานีรถไฟใต้ดินแล้วล่ะก็ สามารถ จองห้องพักเพียงอย่างเดียว ก็ได้ค่ะ โดยติดต่อตามช่องทางด้านบนได้เลย และสามารถดูรายละเอียดห้องพักและราคาที่ Ewha Dh guesthouse ได้ที่นี่  







สุดท้าย นอกไปจากตั๋วคอนเสิร์ต และที่พักที่ Ewha Dh guesthouse แล้วนั้น แดนนี่โอปป้ายังเสนอคอร์สเรียนภาษาเกาหลี สำหรับคนที่สนใจอยากจะมาเรียนภาษาเกาหลีถึงถิ่น โดยจะเป็นคนจัดการสมัครและดำเนินการทุกอย่างให้ เพื่อให้การเริ่มต้นของคุณง่ายขึ้นค่ะ ทั้งยังสามารถพักที่ Ewha Dh guesthouse ตลอดช่วงการศึกษาได้ในราคาพิเศษเช่นกัน เพราะมหาวิทยาลัย หรือสถาบันสอนภาษา ที่อยู่ใกล้กับเกสเฮ้าส์นั้น ก็มีหลายที่ค่ะ (ที่พักตั้งอยู่ใกล้สถานี Ewha Womans Uni.)

สำหรับสถานที่เรียนภาษาเกาหลีนั้น ทางแดนนี่โอปป้าก็มีมาให้เลือกทั้งหมด 4 ที่ด้วยกัน รายละเอียดคอร์สและราคาตามนี้ค่ะ (ต้องการข้อมูลช่วงเวลาของการเรียน หรือข้อมูลอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ ให้สอบถามทางแดนนี่โอปป้าโดยตรงนะคะ)

1.คอร์สเรียนภาษามหาวิทยาลัยยอนเซ (Yonsei University) 
ค่าเรียน : 1,680,000 วอน (ประมาณ 50,400 บาท) 
ค่าลงทะเบียน : 80,000 วอน (ประมาณ 2,400 บาท)
วันที่เรียน : จันทร์-ศุกร์
เวลา : 9:00-13:00 หรือ 13:40-17:40 (แล้วแต่จะเลือกลง)
ระยะเวลาเรียน : 10 สัปดาห์ (รวม 200 ชั่วโมง)


2.คอร์สเรียนภาษามหาวิทยาลัยซอกัง (Sogang University)
ค่าเรียน : 1,600,000 (ประมาณ 48,000 บาท)
ค่าลงทะเบียน : 60,000 วอน (ประมาณ 1,800 บาท)
วันที่เรียน : จันทร์-ศุกร์
เวลา : 9:00-13:00
ระยะเวลาเรียน : 10 สัปดาห์ (รวม 200 ชั่วโมง)


3.คอร์สเรียนภาษามหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา (Ewha Womans University)
ค่าเรียน : 1,540,000 วอน (ประมาณ 46,200 บาท)
ค่าลงทะเบียน : 60,000 วอน (ประมาณ 1,800 บาท)
วันที่เรียน : จันทร์-ศุกร์
เวลา : 9:00-13:00
ระยะเวลาเรียน : 10 สัปดาห์ (รวม 200 ชั่วโมง)


4.คอร์สเรียนภาษาสถาบันสอนภาษา Best Friend
ค่าเรียน : 692,000 วอน (ประมาณ 20,760 บาท)
ค่าลงทะเบียน : 112,000 วอน (ประมาณ 3,360 บาท)
วันที่เรียน : จันทร์, อังคาร, พฤหัสบดี, ศุกร์
เวลา : 10:00-13:00 หรือ 14:00-17:00 (แล้วแต่จะเลือกลง)
ระยะเวลาเรียน : 4 สัปดาห์ (รวม 48 ชั่วโมง)


ใครสนใจคอนเสิร์ต ที่พัก หรือคอร์สเรียนภาษา ก็อย่ารอช้า รีบติดต่อแดนนี่โอปป้าได้เลยนะคะ หากจะไปเที่ยวเกาหลีกันแล้ว ติ่งอย่างเราก็ไม่ควรพลาดคอนเสิร์ตดีๆ ด้วย และถ้าหากกำลังหาตั๋วคอนเสิร์ตเหล่านี้อยู่ล่ะก็ หรืองานอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ก็ตาม สามารถติดต่อแดนนี่โอปป้า จาก Ewha Dh guesthouse ได้เลยจ้า

29 มีนาคม 2560

พาเที่ยวเทศกาลซากุระ ที่สวนสาธารณะยออึยโด


เมื่อถึงช่วงเดือนเมษายน ที่เกาหลีจะเป็นช่วงที่ดอกไม้เริ่มจะผลิบาน และไฮไลท์ในแต่ละปีก็คือดอกพ็อตโกต หรือดอกซากุระนั่นเอง ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวที่รอคอยจะไปชม แต่คนเกาหลีเองก็ตั้งตารอในทุกๆ ปีเช่นกัน และหากพูดถึงเทศกาลซากุระในโซลแล้วนั้น ทุกคนต้องมุ่งตรงมาที่ เทศกาล Yeouido Spring Flower Festival กันอย่างแน่นอนค่ะ งานนี้จัดที่สวนสาธารณะยออึยโดริมแม่น้ำฮัน (Yeouido Hangang Park)  ซึ่งในแต่ละปีเทศกาลก็จะจัดตรงกับวันที่แตกต่างกันไปแล้วแต่ว่าในปีนั้นๆ ดอกซากุระจะบานตรงกับวันไหนแต่จะอยู่ราวๆช่วงต้นเดือนถึงประมาณสัปดาห์ที่สองของเดือนเมษายน **เทศกาลปีนี้มีวันที่ 1-9 เมษายน 2017 ค่ะ**


ในปี 2016 ที่ผ่านมา มินก็ได้ไปเที่ยวยังเทศกาลนี้ค่ะ และไปถึง 2 วันด้วยกัน คือวันแรกที่เริ่มเทศกาล (ซากุระเพิ่งเริ่มบาน) และวันท้ายๆ ของเทศกาล (ซากุระบานเต็มที่) ก็เลยจะมารีวิวให้ชมและพาทุกคนไปเที่ยวด้วยกันค่ะ



เริ่มจากภาพบรรยากาศของวันแรกของเทศกาลกันก่อนเลย ค่อนข้างคึกคักทีเดียวค่ะ



ตอนนั้นมินมาช่วงเที่ยงๆ ค่ะ แต่อากาศไม่ได้ร้อนอะไร แดดก็เบาๆ อากาศเวลานั้นกำลังดีค่ะ เย็นสบาย เหมาะแก่การเดินชมดอกไม้มากๆ



จะเห็นได้ว่า ดอกซากุระเริ่มบานแล้วก็จริง แต่ยังไม่ฟูลบลูม คือยังไม่บานเต็มที่นั่นเอง แต่ก็สวยอยู่นะคะ





และในวันแรกของเทศกาล ก็จะมีพิธีเปิดเล็กๆ น้อยๆ คือการแสดงจากวงดุริยางค์ให้ชมกันด้วย


รวมถึงบรรยากาศตลอดทั้งเทศกาลก็จะมีทั้งเวทีแสดงดนตรี และบูธกิจกรรมต่างๆ




ซึ่งแนวของต้นซากุระที่นี่นั้น จะอยู่บริเวณรอบๆ อาคารรัฐสภาค่ะ สามารถเดินจากสถานีรถไฟใต้ดิน จากหน้าอาคารรัฐสภา วนรอบไปตามถนนได้เลย ซึ่งจากจุดเริ่มต้นจนถึงสุดถนนที่มีต้นซากุระ (ตรงบริเวณอาคาร) ก็จะมีระยะทางประมาณ 1500 เมตรค่ะ



อาคารรัฐสภา

คราวนี้มินจะพาไปดูซากุระที่นี่ในช่วงฟูลบลูมกันบ้าง ซึ่งมินไปในวันที่ 5 ของเทศกาล (เทศกาลปีที่แล้วมี 7 วัน) ซากุระกำลังบานเต็มที่ สวยสุดๆ ไปเลยค่ะ ที่สำคัญมินไปตอนเช้าๆ คนก็เลยยังไม่เยอะ ถ่ายรูปมาสวยมากๆ ไม่ติดคนเท่าไหร่เลยด้วย





มองไปทางไหน ก็บานเต็มไปหมด ดอกซากุระที่นี่สีชมพูอ่อน สวยมากค่ะ ถึงจะดอกไม่ใหญ่เท่าที่จินแฮ (เพราะเป็นซากุระเกาหลี) แต่ก็นับว่าไม่เสียเวลาที่มาอีกรอบจริงๆ




นี่มากันเป็นคู่ อิจแรง


คุณครูพาเด็กๆ มาเที่ยวเยอะเลย


ถ้ามาเดินเล่นชมดอกซากุระไป ถ่ายรูปไป ก็ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ก็เดินทั่วแล้วล่ะค่ะ หรือใครอยากจะนั่งปิคนิคริมแม่น้ำฮันด้วยก็ไม่เลว



เป็นยังไงบ้างคะ กับบรรยากาศของเทศกาลซากุระที่เกาหลี มินว่าสักครั้งที่จะมาเที่ยวเกาหลีกัน อยากให้ลองมาในช่วงเทศกาลซากุระกันค่ะ แต่ถ้าใครจองตั๋วพร้อมเดินทางแล้ว ยังไงก็อย่าลืมแวะมาเที่ยวชมดอกซากุระที่สวนสาธารณะยออึยโดในช่วงเทศกาลกันนะคะ แต่ถ้ามาหลังเทศกาล ต้องทำใจน้า เพราะมันน่าจะร่วงแล้วล่ะค่ะ



How to go : รถไฟใต้ดินสาย 9 ลงสถานี National Assembly ทางออกที่ 1, 6

27 มีนาคม 2560

เทศกาลดอกซากุระบาน (เดือนเมษายน) : Seoul Grand Park Cherry Blossom Festival


อีกหนึ่งเทศกาลซากุระในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ค่ะ Seoul Grand Park Cherry Blossom Festival จัดขึ้นที่ Seoul Grand Park หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า ภายในสวนสัตว์แห่งนี้ มีต้นซากุระด้วย และสวยงามไม่แพ้ที่อื่นๆ กับต้นซากุระมากมายที่เรียงรายอยู่ภายใน


สำหรับปีนี้ เขามาในธีมคือ 'A Sonata along the Lake's Footpath'  ทุกคนสามารถเพลิดเพลินไปกับการแสดงคอนเสิร์ตกลางแจ้ง และชมดอกซากุระเลียบทะเลสาบของสวนสาธารณะไปพร้อมๆ กัน กิจกรรมต่างๆ จะรวมถึงการแสดงดนตรีและโซนถ่ายภาพสุดโรแมนติก การแสดงจะมีทั้งในช่วงกลางวันและช่วงเย็น ให้ทุกคนได้มีความสุขไปกับเสียงดนตรีสดที่ดี และชื่นชมดอกซากุระที่สวยงามที่โซลแกรนด์พาร์คแห่งนี้ค่ะ





Management : Seoul Grand Park
Website : grandpark.seoul.go.kr
Period : 8-12 April 2017
Place : Seoul Grand Park
Time : 10:00-21:00 (ดนตรีจัดแสดงเวลา 15:00-18:00 เฉพาะวันหยุด)
Admission : ผู้ใหญ่ 5000 วอน, นักเรียน (13-18 ปี) 3000 วอน, เด็ก (6-12 ปี) 2000 วอน *เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีเข้าฟรี
How to go : รถไฟใต้ดินสาย 4 สีฟ้า ลงสถานี Seoul Grand Park ทางออกที่ 2


Credit : ข้อมูลและภาพประกอบจาก visitseoul.net

26 มีนาคม 2560

พาเที่ยวเทศกาลดอกแคนารี ที่เขาอึงบงซาน


สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้มินภูมิใจนำเสนอมาก เพราะอยากจะมาพาทุกคนไปเที่ยวเทศกาล Eungbongsan Mountain Forsythia Festival กันค่ะ หลังจากที่ในปีที่แล้วมินได้ไปชมดอกแคนารีที่นี่มา ขอบอกว่าของจริงสวยงามกว่ารูปที่ถ่ายมาให้ชมกันมากๆ (ถ่ายรูปได้ง่อยมาก บอกเลย) เผื่อใครกำลังลังเล ว่าเอ๊ะ ปีนี้จะไปดีมั้ยน้าาา ถ้ามีเวลา ไปเถอะค่ะ! สวยจริงๆ นะเออ มา ตามไปดูกันค่ะ


ก่อนอื่นเลย มินจะพาทุกคนเดินทางมาพร้อมๆ กันนะคะ เริ่มจาก นั่งรถไฟใต้ดินสายชุงอัง (Jungang) หลายคนอาจจะงงว่า นี่มันรถไฟอะไร? แล้วต้องขึ้นที่ไหน? รถไฟใต้ดินสายนี้จะวิ่งเชื่อมจากโซลไปยังเมืองต่างๆ ในจ.คยองกีโด รวมถึงเชื่อมไปยังจ.คังวอนโดด้วย ส่วนสถานีที่เราจะไปลงนั้น คือสถานีอึงบง (Eunbong) อยู่ในย่านซองดง ในโซลนี่แหละค่ะ ส่วนขึ้นที่ไหนนั้น ถ้าเอาแบบนั่งต่อเดียวถึงเลย ก็จะมีสถานี Hongik Univ. (สาย 2) และสถานี Yongsan (สาย 1) ส่วนสถานีอื่นๆ ก็มาได้ แต่ต้องเปลี่ยนสายแค่นั้นเอง มินมาจากฮงแดค่ะ ก็เลยง่ายเลย นั่งมาแค่ประมาณ 30 นาทีก็ถึง มาถึงแล้วก็เดินไปตามทางออก Exit 1 เลยจ้า


เห็นป้ายแล้ว เลี้ยวขวาแล้วลงบันไดไปเลย


ลงบันไดมาแล้วจะเจอถนนแบบนี้ค่ะ


จากป้ายบอกทาง บอกว่าให้เดินตรงไปประมาณ 800 เมตร


ไม่ต้องกลัวหลงหรือหาไม่เจอเลยค่ะ ยิ่งถ้ามาช่วงเทศกาล มีเพื่อนเดินไปด้วยเพียบ แถมมีป้ายบอกตลอดทางเลย และพอเดินมาถึงแยกนี้ ก็เลี้ยวขวาตามป้ายบอกทางไปเลย



เดินต่อไปเรื่อยๆ จะเริ่มเห็นดอกสีเหลืองๆ แล้วววว 


เลี้ยวตามทางไปเลยค่ะ จากตรงนี้จะเห็นว่ามีศาลา เป็นจุดพักเหนื่อย เพราะบอกเลยว่า เดินมาถึงตรงนี้ได้นั้น อย่างเหนื่อย! เพราะมันเดินขึ้นเนินเขาตลอดเวลา


มินกับเพื่อนออกจากที่พักมาแต่เช้า เลยยังไม่ได้กินอะไรกัน เลยถือโอกาสแวะพักตรงนี้เติมพลังและพักเหนื่อยกันค่ะ นี่คืออาหารเช้าง่ายๆ ของเราสอง


อิ่มแล้ว แรงมาแล้ว ก็เดินกันต่อค่ะ


เดินมาจนเจอสนามเด็กเล่น ก็จะเริ่มเห็นดอกแคนารีมากมายแล้วค่ะ




ถ่ายรูปตรงนี้เสร็จ ก็ขึ้นบันไดสูงๆ นี้ไปด้านบนกันเลย




พอขึ้นมาแล้ว ก็เจอดอกแคนารีเต็มเลยยยยยยยยยย






แซมด้วยดอกซากุระเล็กน้อย





จากนั้นก็เดินขึ้นบันไดไปอีก ก็จะมาเจอกับศาลาแปดเหลี่ยม ที่ไว้สำหรับแสดงดนตรีในงานเทศกาลค่ะ


ด้านบนนี้มีจุดชมวิวสวยเลยล่ะ และมีโซนถ่ายรูปให้ถ่ายกันเพลินเลย




ดอกแคนารีนั้น เหลืองอร่ามสวยงามจริงๆ ค่ะ เบ่งบานเต็มภูเขา เรียกได้ว่าเดินไปตรงไหนก็เจอ








ตามทางเดินจะมีบันไดพาเราขึ้นไปยังยอดเขา ระหว่างทางก็มีจุดชมวิวและจุดถ่ายรูปตลอด







ยิ่งเดินขึ้นมาด้านบน ก็จะยิ่งมองเห็นวิวและดอกแคนารีสวยๆ เต็มไปหมด ถ้าอยากรู้ว่าสวยแค่ไหน ก็ลองมากันดูจ้า




ก็นับว่าเทศกาลนี้เป็นอีกเทศกาลที่มินแนะนำให้มาเที่ยวกันนะคะ ปีนึงมีแค่หนเดียว ไม่อยากให้พลาดจริงๆ ใครอยากมาชมบ้าง ปีนี้เทศกาลมีวันที่ 31 มีนาคม - 2 เมษายน 2017 ถ้ามาไม่ทันเทศกาล มาหลังเทศกาลไปแล้วก็ได้ แต่อย่าทิ้งห่างมากนะคะ เพราะไม่งั้นดอกแคนารีอาจจะเริ่มร่วงและไม่สวยเท่าช่วงเทศกาลแล้วก็ได้ค่ะ