20 มิถุนายน 2560

บริการพิเศษ! รับซื้อตั๋วเข้างาน Sinchon Water Gun Fight Festival 2017


สวัสดีค่ะ ในเร็วๆ นี้ช่วงหน้าร้อนที่เกาหลีจะมีเทศกาลฉีดน้ำที่ใหญ่ที่สุด ก็คือ Sinchon Water Gun Fight Festival จัดขึ้นที่ถนนยอนเซ ย่านชินชน ในวันที่ 8-9 กรกฎาคม 2017 แต่เนื่องจากว่าเว็บที่เปิดให้ซื้อตั๋วเข้างานนั้น เป็นภาษาเกาหลี รวมถึงต้องมีการสมัครสมาชิก กรอกเบอรืโทรศัพท์เกาหลี และโอนเงินเข้าบัญชีเกาหลีด้วย ซึ่งอาจสร้างความยุ่งยากให้หลายๆ คน เพราะฉะนั้น สำหรับใครที่สนใจอยากไปสนุกกับเทศกาลนี้แล้วล่ะก็ ตอนนี้มินเปิดบริการรับซื้อตั๋วเข้างานเพื่อความสะดวกให้กับทุกคนแล้วค่ะ แถมราคาพิเศษอีกด้วย!


สำหรับแพ็คเกจนั้น จะรวมค่าเข้างาน, อุปกรณ์ (แว่นตา+ถุงพลาสติกกันน้ำ+เสื้อกันฝน+ล็อกเกอร์) และปืนฉีดน้ำไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะมีหลายราคาตามแต่แพ็คเกจของปืนฉีดน้ำที่เลือก มีทั้งหมด 10 แพ็คเกจด้วยกัน เป็นราคาที่ลด 20% จากราคาที่ขายทางเว็บเกาหลีเลยค่ะ  *ราคาที่แจ้งไว้นี้ยังไม่รวมค่าบริการ 300 บาท/คน

**คิดเรทเกาหลี 0.032 ยกตัวอย่าง เลือกแพ็คเกจ Human A = 16800 วอน ต้องชำระเงินเท่ากับ (16800 x 0.032) + 300 บาท = 837 บาท



วิธีการสั่งซื้อ
1.สั่งซื้อผ่านทาง LINE ID : @seoulcafe (มี @)
2.แจ้งรายละเอียดวันที่ต้องการเข้าร่วมเทศกาล (วันที่ 8 หรือ 9 กรกฎาคม 2017) พร้อมแจ้งจำนวนคน
3.แจ้งแพ็คเกจที่ต้องการ (มี 10 แพ็คเกจให้เลือกตามด้านบน)
4.แจ้งชื่อ-นามสกุล (เป็นภาษาอังกฤษ) พร้อมอีเมลของผู้สั่งซื้อ
5.ชำระเงินหลังจากสั่งซื้อภายใน 2 วัน สามารถโอนเข้าบัญชีไทยได้เลย เลขบัญชีจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ตัวอย่างการสั่งซื้อ
- ต้องการซื้อตั๋วเข้างาน Water Gun วันที่ 8 กรกฎาคม 2017
- จำนวน 2 คน
- เลือกแพ็คเกจ Human A กับ Alien A
- ชื่อ xxx xxxx
- อีเมล xxxxxxx

วิธีการรับบัตรเข้างาน
1.หลังชำระเงินแล้ว มินจะส่ง E-Ticket ให้ทางอีเมลที่แจ้งไว้ ภายใน 3 วัน
2.ปริ๊น E-Ticket ที่ได้รับทางอีเมล แล้วนำไปยื่นให้กับสตาฟของงานที่หน้างานได้เลย
3.จะได้รับบัตรเข้างานเป็นสายรัดข้อมือ 1 คน ต่อ 1 อัน พร้อมอุปกรณ์และปืนฉีดน้ำ
*หากถึงวันงานแล้วไม่มา มาช้า หรือมาไม่ได้ จะถือว่าเป็นการยกเลิก และไม่คืนเงิน

หมายเหตุ
- ค่าบริการ 300 บาท รวมค่าบริการการโอนเงินไปเกาหลีเรียบร้อยแล้ว
- เด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี ต้องมาพร้อมกับผู้ปกครองที่เป็นผู้ใหญ่
- ล็อกเกอร์จะเปิดให้บริการเวลา 10:00-19:00 (ส่วนงานมีเวลา 10:00-18:00)
- ห้ามบรรจุของเหลวอื่นๆ ที่ไม่ใช่น้ำลงในปืนฉีดน้ำ
- สายรัดข้อมือ (บัตรผ่านประตู) ไม่สามารถขอใหม่ได้ โปรดรักษาอย่างระมัดระวัง
- อย่าทำสายรัดข้อมือหาย เพราะจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องล็อกเกอร์
- สั่งซื้อได้ถึง 1 กรกฎาคม 2017

12 มิถุนายน 2560

Namsangol Night Market ตลาดนัดย้อนยุคปี 1890


ในปี 2017 นี้ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนไปจนถึงเดือนตุลาคม ที่เกาหลีมีตลาดนัดพิเศษค่ะ นั่นคือ ตลาดนัดกลางคืน Namsangol Night Market (남산골야시장) เป็นตลาดนัดที่จะพาเราย้อนยุคกลับไปในปี 1890 ฟังดูน่าสนใจใช่มั้ยล่ะ



ในตลาดนัดแห่งนี้ เขาจะจำลองบรรยากาศในช่วงปี 1890 ค่ะ ให้เราได้สัมผัสกับยุคสมัยในปี 1890 ของเกาหลี ซึ่งตลาดกลางคืนนี้จะมีรูปแบบดั้งเดิม รวมถึงบรรยากาศและสิ่งของต่างๆ จะเหมือนกับที่เคยใช้ในยุคของราชวงศ์โชซอนเมื่อในอดีต แต่จะได้สัมผัสไปกับความสนุกสนานที่ทันสมัยและเพลิดเพลินไปกับมันด้วย


เราจะได้เพลิดเพลินไปกับกิจกรรมต่างๆ ที่ผสมผสานประเพณีเก่าแก่กับความทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นเกมส์การแข่งขันแบบดั้งเดิม การแสดงดนตรีแบบดั้งเดิม และแฟชั่นโชว์เสื้อผ้าแบบสมัยก่อนที่มีชาวต่างชาติเป็นคนแสดง รวมถึงยังมีโอกาสที่จะได้ลองชิมอาหารเปอร์เซียดั้งเดิม ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินไปกับอาหารอร่อย, กิจกรรม และอีเว้นท์สุดสนุนที่จะเกิดขึ้นที่นี่ Namsangol Hanok Village!



Admission : Free
Operating Hours : 17:00-22:00 every Saturday (June - July 2017), 17:00-22:00 every Friday and Saturday (August - October 2017)
How to go : รถไฟใต้ดินสาย 3 สีส้ม หรือสาย 4 สีฟ้า ลงสถานีชงมูโร (Chungmuro) ทางออกที่ 3 หรือ 4

ดูรีวิวเส้นทางไป

8 มิถุนายน 2560

ข้าวผัดกิมจิ UFO 그남자의볶음밥 ร้านนี้กินฟรีได้ด้วย!


วันนี้มินมีร้านอาหารร้านนึงมาแนะนำค่ะ เหมาะมากสำหรับคนที่เดินทางคนเดียว เพราะเป็นร้านที่มาคนเดียวก็อิ่มอร่อยได้ แถมมีโอกาสกินฟรีได้ด้วยนะเออ ร้านนี้ชื่อว่า 그남자의볶음밥 (กึนัมจาอีบกกึมพับ) ตั้งอยู่ที่ย่านฮงแดค่ะ


ความจริงแล้วเมนูในร้านก็ไม่ใช่เมนูแปลกใหม่อะไร เป็นข้าวผัดกิมจิที่เราคุ้นเคยกันดี เพียงแต่เขามีความเก๋ไก๋กว่าร้านอื่น ตรงที่ว่าเป็นข้าวผัดกิมจิที่มาบนกระทะร้อน ล้อมรอบด้วยไข่ หน้าตาออกมาเหมือนจานบิน UFO นั่นเองค่ะ ซึ่งเมนูในร้านก็มีให้เลือกหลายแบบ ว่าต้องการกินข้าวผัดกับอะไร เช่น ข้าวผัดกิมจิชีส ข้าวผัดกิมจิใส่ไก่ ข้าวผัดกิมจิหมูสามชั้น เป็นต้นค่ะ


ร้านจะอยู่ชั้นสองนะคะ เดินขึ้นบันไดสีแดงๆ นี้ไปเลย


ขึ้นมาถึงหน้าประตู เราจะเจอโต๊ะตั้งไว้แบบนี้ พร้อมกับรูปที่ติดผนังเต็มไปหมด ขอบอกว่านี่ล่ะค่ะคือหนึ่งในกิมมิคของร้าน ที่มีไว้สำหรับให้กินฟรี! นั่นก็คือ หากใครสามารถยืนกินที่โต๊ะตรงนี้ได้ ที่ร้านให้กินฟรีเลยเอ้า แล้วฟรีจริงๆ นะ มีคนท้าประลองเต็มเลย ดูจากรูปเป็นพยาน


แต่ถ้าใครใจไม่กล้าพอ จะลองข้ออื่นก็ได้นะ เพราะเขามีกฎสำหรับกินฟรีถึง 10 ข้อ อาทิ คนที่เกิดวันที่ 29 กุมภาพันธ์, คนที่เกิดวันเอพริลฟูลเดย์, คนที่มีรอยสักรูปเสือ, คนที่สวมชุดแบทแมนมา (?), คนที่มีพี่น้องฝาแฝด, คนที่มาด้วยกันเกิดวันเดียวกัน เป็นต้นค่ะ


นี่คือตัวอย่างของเหล่าคนที่ได้กินฟรี ดี๊ดีย์อ่ะ


แต่ถ้าใครไม่เข้าข่ายกินฟรีสักข้อเลยแบบมิน ก็เดินเข้าร้านไปกดตั๋วที่ตู้เลยค่ะ 5555 ที่จอจะมีภาษาอังกฤษกำกับแต่ละเมนูค่ะ เราก็กดเลือกเมนูที่ต้องการ ใส่เงินเข้าไป ก็จะได้เป็นตั๋วออกมา เอาไปยื่นให้พนักงาน แล้วไปนั่งสวยๆ ที่โต๊ะได้เลย


ดูบรรยากาศร้านสักหน่อย 



ไม่นานเมนูที่สั่งไปก็มาเสิร์ฟค่ะ มินสั่งเป็น 김치 삼겹살 볶음밥 (กิมจิ ซัมกยอบซัล บกกึมพับ) หรือข้าวผัดกิมจิหมูสามชั้นน่ะเองงงงง ปกติแล้วเมนูนี้จะราคา 7500 วอนค่ะ แต่มินเพิ่มชีสด้วย ก็บวกไปอีก 1000 วอน เป็น 8500 วอน ถือว่าราคาแอบแพงนิดนึงสำหรับข้าวผัดกิมจิทั่วไปค่ะ


หน้าตาก็จะเหมือน UFO ตามคอนเซ็ปต์ร้าน


ลองชิมกันดีกว่าค่ะ ตัวข้าวผัดนั้นก็มีรสจัดจ้านนิดๆ คือมีความเผ็ดปนมาเล็กน้อยพอได้รสชาติผสมกับหมูสามชั้นก็อร่อยดีค่ะ แต่ตัวหมูจะบางๆ นิดนึง 



กินกับชีสยืดๆ ก็ฟินดีนะ


ส่วนไข่ก็นุ่มๆ ดีค่ะ แต่ด้วยความที่กระทะมันแบนๆ ไข่ก็เลยมาแบบบางๆ (บางอีกแล้ว) รวมๆ แล้วเมนูนี้มินว่าก็อร่อยดีค่ะ รสชาติโอเค อาจจะไม่ว้าวมาก แต่ก็ไม่แย่นะ เหมาะกับเวลาที่นึกไม่ออกว่าจะกินอะไรแถมอยู่คนเดียวอีก ก็เดินเข้าร้านนี้ ง่ายดีค่ะ


หรือใครจะลองเมนูอื่นๆ ก็ได้นะ น่ากินเหมือนกัน

Photo by siksinhot

Photo by siksinhot

Photo by siksinhot


Address : 2F, 34-12 Jandari-ro 6 gil, Mapo-gu, Seoul
Tel : 070-4125-6514
Website : blog.naver.com/lyr6262
Open from : 11:30-21:00  (Break Time : 15:00-17:00)
Closed : Every Wednesday
How to go : รถไฟใต้ดินสาย 2 สีเขียว ลงสถานีม.ฮงงิก (Hongik Univ.) ทางออกที่ 9 เดินตรงตามถนนใหญ่ไปจนถึงสี่แยกที่มีร้าน SPAO ก็เลี้ยวซ้าย และเดินตรงไปทางหน้าม.ฮงงิกเลยค่ะ

Photo by KakaoMap

Photo by KakaoMap

จากนั้นเลี้ยวไปทางซอย Trick Eye Museum ตรงร้าน TONY MOLY

Photo by KakaoMap

Photo by KakaoMap

เดินไปสุดซอยจนถึงแยกที่มีร้าน ETUDE ก็เลี้ยวไปทางขวา

Photo by KakaoMap

จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าซอยที่สอง

Photo by KakaoMap

ตรงไปสุดซอยเลยค่ะ ร้านจะอยู่ขวามือ ชั้นสอง

Photo by KakaoMap


Map คลิกที่ภาพเพื่อขยาย





6 มิถุนายน 2560

เทศกาลดอกไม้บาน (เดือนมิถุนายน) : Hydrangea Exhibition of The Garden of Morning Calm


ในเดือนมิถุนายน ที่สวน The Garden of Morning Calm มีดอกไม้ให้ชมติดต่อกันถึง 2 เทศกาล คือ เทศกาล Iris Festival และเทศกาลนี้ค่ะ Hydrangea Exhibition (산수국축제 수국전시회) เทศกาลดอกไฮเดรนเยียร์นั่นเอง 


ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม ดอกไฮเดรนเยียร์สีน้ำเงินจะบานเต็มที่นี่เลยละ ใครชอบก็มาเดินเล่นชมดอกไฮเดรนเยียร์ท่ามกลางสวนธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ที่นี่กันดูค่ะ






นอกจากนี้แล้วในโซน Exhibition ยังมีดอกไฮเดรนเยียร์ให้ชมถึง 5 ชนิดด้วยกัน หน้าร้อนนี้ถ้าไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวไหน มาเดินดูดอกไม้ที่สวน The Garden of Morning Calm กันนะคะ






Management : The Garden of Morning Calm
Website : morningcalm.co.kr
Period : 3 June - 16 July 2017
Place : The Garden of Morning Calm
Time : 8:30-20:00
Admission : ผู้ใหญ่ 9000 วอน, นักเรียน 6500 วอน, เด็ก 5500 วอน  *ผู้ใหญ่อายุ 65 ปีขึ้นไป 7000 วอน
How to go : สามารถดูเส้นทางการเดินทางได้ ที่นี่ เลยค่ะ

Credit : ข้อมูลและภาพประกอบจาก visitkorea.or.kr, morningcalm.co.kr, ggtour.or.kr

4 มิถุนายน 2560

รีวิว Seoul Mansion ที่พักย่านฮงแด ใกล้รถไฟใต้ดิน


วันนี้มินมีที่พักย่านฮงแดมาแนะนำค่ะ หลังจากที่ได้ไปพักมาในเวลาสั้นๆ แต่ก็พบว่ามันน่าพัก และน่าสนใจไม่น้อย แถมความสะดวกสบายของที่นี่ถ้าเทียบกับราคาแล้วก็นับว่าคุ้มค่าค่ะ ที่นี่ก็คือ Seoul Mansion นั่นเอง ส่วนจะน่าพักขนาดไหน ตามไปดูรีวิวกันค่ะ


Seoul Mansion เป็นที่พักสไตล์กึ่งอพาร์ทเมนท์กึ่งเกสเฮ้าส์ค่ะ มีห้องพักรวม 18 ห้อง ตั้งอยู่ย่านฮงแด ฝั่งยอนนัม ใกล้ทางออกที่ 3 ของสถานีรถไฟใต้ดินฮงแดมากๆ ที่เดินเพียงแค่ 1 นาทีเท่านั้น!!!!! ใกล้มากกกก คอนเฟิร์ม! ดูแผนที่จากนามบัตรได้เลย เดินนิดเดียวจริงๆ



ในส่วนของรีเซฟชั่นจะอยู่ที่ชั่นล่างด้านหน้าเลย เมื่อจะทำการเช็คอินเข้าที่พัก ก็มาติดต่อตรงนี้ได้ ที่นี่จะเช็คอินได้เวลา 15:00 และเช็คเอาท์เวลา 12:00 แต่หากมาถึงก่อนเวลา ก็สามารถแจ้งพนักงานและขอฝากกระเป๋าไว้ก่อนได้ค่ะ (รีเซฟชั่นเปิด 8:30-22:00) **หากจะเช็คอินหลังเวลา 22:00 ควรแจ้งกับทางที่พักก่อนเดินทางนะคะ


และเมื่อทำการเช็คอินแล้ว ก็จะได้รับรหัสประตูห้องมากับนามบัตรที่พักแบบนี้


ก็เดินเข้าทางประตูสีน้ำเงินนี้เลย ห้องพักจะอยู่ด้านในค่ะ


Seoul Mansion ได้รางวัล Award Winner 2015 จาก Booking.com และรางวัล TRAVELLERS CHOICE จาก tripadvisor ด้วยนะ การันตีว่าดีแน่นอน


ถ้าหากใครมาถึงแล้วหาเจ้าหน้าที่ไม่เจอ หรือมีปัญหาอะไร แอด Line, Kakao หรือ Whatsapp ของที่พัก เพื่อสอบถามและแจ้งปัญหาได้เลยค่ะ (ภาษาอังกฤษ) สะดวกดีจริงๆ


เข้ามาก็จะเจอบอร์ดที่ติดรายละเอียดต่างๆ ให้แขกที่มาพักได้ดู เช่น เวลาเช็คเอาท์ ตารางรถ AREX อันนี้ดีมากๆ บริการฝากกระเป๋าเดินทาง บริการทำความสะอาดห้อง รวมถึงอะแดปเตอร์ให้เช่าสำหรับคนที่ลืมพกมา รายละเอียดเพิ่มเติมก็ดูได้ที่ป้ายเลยนะคะ อ้อ ที่นี่ห้ามสูบบุหรี่ภายในอาคารนะ ฝ่าฝืนปรับ 200,000 วอน




คราวนี้ไปดูห้องพักที่มินมาพักกัน มินได้ห้องพักหมายเลข 102 อยู่ที่ชั้น 1 เลยค่ะ ประตูห้องพักทุกห้องที่นี่ใช้ระบบใส่รหัส ซึ่งดีและจัดว่าปลอดภัยมากๆ ไม่ต้องห่วงว่าจะทำกุญแจห้องหายด้วย แค่จำเลขรหัสให้ได้ก็พอ ส่วนมินขี้ลืมค่ะ ก็จะใช้วิธีพกนามบัตรที่เขียนรหัสไว้ติดกระเป๋านั่นแหละ ง่ายดี



ห้องที่มินพัก เป็นห้องคู่ เตียงเดี่ยว 2 เตียง หรือ Twin Room ค่ะ ราคาก็คืนละ 80000 วอนต่อห้อง (คืนวันศุกร์และเสาร์ 85000 วอน) ห้องนี้มีขนาด 13 ตร.ม.ค่ะ มินว่าก็ไม่แคบนะ คืออยู่สองคนไม่รู้สึกอึดอัด สามารถวางกระเป๋าเดินทางและกางกระเป๋าจัดของพร้อมกันได้ มีพื้นที่ให้วางนั่นนี่ได้อยู่



เตียงมีขนาดใหญ่มากกก นอนคนละเตียงนี่สบายสุดๆ เลยค่ะ จะนอนกลิ้งแค่ไหนก็ได้ ไม่อึดอัดเหมือนที่พักบางที่ ที่เตียงจะเล็กหน่อย ส่วนผ้าห่มนี่อุ่นมากอะ ชอบ


มาดูสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องบ้าง ภายในห้องมีอ่างล้างจาน และเครื่องใช้ในครัวสำหรับทำอาหารเบาๆ อย่างเตาไฟฟ้า กระทะ หม้อ และมีแก้วน้ำ จาน ชาม ช้อน ส้อม มีด กาต้มน้ำไฟฟ้า ที่กรองน้ำ และตู้เย็นค่ะ



นอกจากนี้ก็มีทีวี 27 นิ้ว มีช่องเกาหลีและเคเบิ้ล มาพร้อมกับโต๊ะ 1 ตัว และเก้าอี้ 2 ตัว ไดร์เป่าผม กระดาษทิชชู่ คู่มือการใช้งานของต่างๆ ภายในห้อง และรหัส WiFi ที่มีให้ใช้ฟรีทุกห้องค่ะ รวมถึงมีแอร์และระบบฮีตเตอร์ตามปกติ ข้อเสียคือ ไม่มีโต๊ะเครื่องแป้งค่ะ มีแต่กระจกติดฝาผนัง เลยต้องเอาครีม เครื่องสำอางทุกอย่าง มาวางที่โต๊ะตรงทีวีแทน เวลาจะนั่งกินอะไรที่โต๊ะ ก็กวาดของไปแอบริมๆ แทนค่ะ 555555


ในห้องจะมีป้ายบอกแผนผังของที่พัก ทางหนีไฟ และรายละเอียดอื่นๆ ที่ควรรู้ เรียกได้ว่าทางที่พักรอบคอบมากๆ ค่ะ มีบอกครบทุกอย่างแบบที่ไม่ต้องถามเลย


และปกติแล้วที่พักหลายๆ แห่งในเกาหลี มักจะไม่มีผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ให้ แต่ที่ Seoul Mansion มีค่ะ ทั้งผืนใหญ่และผืนเล็ก ครบตามจำนวนแขกที่พักในห้อง รองเท้าสลิปเปอร์ ไม้แขวนเสื้อ และราวแขวน นี่ชอบความใส่ใจของที่นี่มากๆ



มาถึงห้องน้ำกันบ้าง ประตูห้องน้ำจะเป็นบานพับค่ะ (ไม่แน่ใจว่าทุกห้องรึเปล่านะคะ) อาจดูเหมือนปิดไม่สนิท แต่เวลาอาบน้ำเสร็จ มันก็ไม่เปียกไม่เลอะออกมาข้างนอกแหะ อาจเพราะได้ม่านพลาสติกช่วยกันน้ำกระเด็นไว้


ด้านในห้องน้ำ อันนี้ต้องบอกว่ามีขนาดเล็กค่ะ อาจจะรู้สึกคับแคบบ้างตอนอาบน้ำ ส่วนอุปกรณ์ในห้องน้ำ เรียกได้ว่ามีครบถ้วนเลย ทั้งแชมพู ครีมนวด ครีมอาบน้ำ สบู่เหลวล้างมือ กระดาษทิชชู่ จะไม่มีก็ยาสีฟันและแปรงสีฟัน เหมือนเกสเฮ้าส์ทั่วไป



รวมๆ แล้วภายในห้องพักมินถือว่าโอเคมากๆ เลยนะ นอนสบาย และก็มีทุกอย่างครบ ห้องค่อนข้างเป็นส่วนตัวและปลอดภัยมากๆ แต่จะมีข้อเสียอย่างเดียวของ Seoul Mansion ที่พบเลยก็คือ ผนังห้องค่อนข้างบาง เพราะดึกๆ มินได้ยินเสียงห้องข้างๆ คุยกัน ไม่รู้ว่าเพราะคุยเสียงดังด้วยรึเปล่านะคะ เพราะฉะนั้นถ้าใครชอบเงียบๆ สงบๆ อาจต้องพิจารณาเรื่องนี้นิดนึง


ไม่ใช่แค่ห้องที่สะดวกสบาย แต่ยังมีบริการอาหารเช้าฟรีด้วยนะคะ เป็น Light breakfast ขนมปัง ไข่ กาแฟ นม น้ำส้ม อะไรประมาณนี้ค่ะ ให้บริการอยู่ที่ชั้น 2 เวลา 8:30-11:00 และก็มีไมโครเวฟให้บริการที่นี่ด้วย ใครอยากอุ่นอาหารสำเร็จรูปที่ซื้อมา ก็ขึ้นมาใช้บริการได้ค่ะ ส่วนบริการเครื่องซักผ้าจะอยู่ที่ชั้น 3





และสุดท้ายกับชั้นดาดฟ้า จะขึ้นมากินอาหารเช้าบนนี้ก็ได้เก๋ๆ



หรือดึกๆ ใครอยากจะมานั่งเม้ามอยกับเพื่อน หรือมาดริ๊งกิ้งก็ได้เลย


ก็เป็นที่พักอีกที่ย่านฮงแด สำหรับคนที่มองหาห้องน้ำในตัว และห้องที่เป็นส่วนตัว ในราคาโฮสเทล ไม่แพงอย่างโรงแรม แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบเท่าโรงแรม แถมยังสะดวกกับการเดินทางมากๆ เพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินแบบสุดๆ ก็ลองพิจารณา Seoul Mansion นี้ดูนะคะ สามารถจองผ่านเว็บไซต์ที่พักได้เลย ลด 5% และถ้าพัก 5 คืนขึ้นไป ลดตั้ง 10% ดีงามมากมาย ถ้าสนใจแล้วล่ะก็ รีบไปจองด่วนๆ เพราะที่นี่ห้องเต็มเร็วมาก! บอกเลย



Address : 4-21 Yanghwaro-23-gil, Mapo-gu, Seoul, Korea 121-816
Tel : +82-10-3382-1316
Email : info@seoulmansion.com
Website : seoulmansion.com
Facebookwww.facebook.com/SeoulMansion
How to go : จากสนามบินอินชอน สะดวกสุดด้วยการนั่ง AREX มาลงที่สถานี Hongik Univ. ทางออกที่ 3 จากนั้นเดินตามแผนที่เลยค่ะ

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย