แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มินพากิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มินพากิน แสดงบทความทั้งหมด

1 พฤษภาคม 2563

รีวิวเกาหลี พากินมันดู 북촌손만두 ร้านเก่าแก่ข้างวัง


เมื่อปลายปีที่แล้วมินไปเกาหลีมา ก็มีโอกาสได้ไปลองชิมร้านอาหารใหม่ๆ มาบ้างนิดหน่อย บางร้านก็เฉยๆ เลยไม่เอามาแนะนำ แต่ว่าร้านนี้มองข้ามไม่ได้จริงๆ ค่ะ เพราะว่า....มันเป็นร้านมันดูที่อร่อยมากๆ เลยล่ะ อร่อยจนต้องมารีวิวเลย ร้านนี้ชื่อว่า 북촌손만두 (บุคชนซนมันดู) ตั้งอยู่ข้างๆ วังคยองบกกุงค่ะ



บรรยากาศของร้าน รวมไปถึงสไตล์ บ่งบอกได้เลยว่าเป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดมานาน และปรุงอาหารโดยอาจุมม่าที่รสมือจัดจ้าน ซึ่งร้านนี้เขาเปิดมาตั้งแต่ปี 1953 เลยนะคะ และทำมาจนถึงรุ่นที่ 3 แล้ว และปัจจุบันมีสาขามากถึง 150 สาขา สุดยอดจริงๆ


เมนูหลักๆ ในร้านก็คือมันดู หรือเกี๊ยวนี่แหละค่ะ มีทั้งแบบนึ่งและแบบทอด รวมไปถึงยังมีเมนูเส้นๆ อย่างแนงมยอน กุกซู และจัมปง ด้วยนะ มินลืมถ่ายรูปเมนูมา ก็เลยยืมรูปคนอื่นมาแทนนะคะ

Photo by econoz

Photo by bee_puppycat

มาดูเมนูที่มินสั่งมากินกันดีกว่าค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง


เริ่มจากชามนี้ก่อนเลย จัมปงมันดูกุก 7500 วอน มันคือจัมปงแบบใส่เกี๊ยวแทนเส้นนั่นเอง ถ้าใครอยากกินจัมปงเส้น ก็สั่งเมนู จัมปงคัลกุกซู ได้ค่ะ ชามละ 6500 วอน จะบอกว่าชามมันใหญ่มากกกกกกกกเลยนะคะ คือแทบจะกินได้สามคนเลยอ่ะเอาดีๆ แต่ด้วยความที่วันนั้นอากาศหนาวมาก มินอยากกินมันดู แต่เพื่อนอยากกินซุปร้อนๆ ด้วย ก็เลยสั่งมันสองอย่างเลย ผลคือ เยอะจนกินไม่หมด 5555555


ซูมมมมมม เครื่องมาเต็มมากๆ รสชาติแบบเผ็ดๆ อร่อยดีค่ะ อากาศหนาวกินอะไรเผ็ดร้อนนี่คือฟิน!


มาดูมันดูในชามกัน คุณผู้ชมคะ นี่สาบานว่าตัดมาครึ่งเดียวค่ะ คือลูกใหญ่จะเท่าหน้าแล้วจ้าาาา (จริงๆ เล็กกว่ากำปั้นนิดนึง) แล้วในชามอ่ะ ให้มา 4 ลูกได้ คุณพระมากๆ กินสองคนนี่คือจุกมากแม่


มาที่มันดูของเรากันบ้างงงงง มินสั่งแบบรวมเลยล่ะ เลือกไม่ได้ อยากลองไปหมด จานนี้ 9000 วอน ประกอบไปด้วย มันดูนึ่ง 3 ลูกบิ๊กๆ มันดูบอล เหมือนลูกชิ้น 3 ลูก และก็มันดูทอด 3 ชิ้น ด้วยกัน 


มาดูทีละอันเลย เริ่มจากมันดูนึ่ง ข้างในจะมีสองไส้ค่ะ คือไส้หมูสับผัก และไส้หมูสับกิมจิ (ที่ร้านมีไส้เนื้อวัวด้วยนะ เผื่อใครไม่กินหมูจ้า) คืออร่อยมาก ชอบมาก และลูกจะใหญ่ไปไหนนนนน ซึ่งมันดูนึ่งอันนี้คืออันเดียวกับที่ใส่ในจัมปงนะคะ พอสั่งมาแล้วก็เพิ่งมาคิดได้ว่า จะสั่งมาซ้ำกันเพื่อ 555555 



อันต่อมาเป็นมันดูบอล ถ้าสั่งแยกจานก็จานละ 4500 วอนค่ะ ไม่แน่ใจว่าข้างในมันใส่อะไรบ้าง แต่จับรสได้ว่าเป็นหมูกับผักนี่แหละ แต่ดูเหมือนจะมีการปรุงรสเพิ่มจากมันดูนึ่งอันข้างบน เพราะรสชาติต่างกันนิดหน่อย ซึ่งอันนี้เพื่อนมินชอบมาก 


มาที่อันสุดท้าย มันดูทอด ที่มินยกให้คือเดอะเบสของเดอะเบส!!!! ที่สุดของที่สุดของแจ้แล้วจ้าอันนี้ คืออร่อยมากกกกกกกกกกกกกก ข้างในเป็นไส้หมูสับกับวุ้นเส้น ทอดมาแบบกรุบกรอบฟินๆ กัดทีดังกรวบเลย ข้างในก็ชุ่มฉ่ำ ไส้ปรุงรสมาดีมากค่ะ คือดีอะ คือรักกกกกกก ชอบมาก เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมจริงๆ มันดูทอดนี้ถ้าสั่งแยกก็ 4000 วอน


รวมๆ แล้วคือมินชอบมากๆ ค่ะ ตั้งใจเลยว่าจบโควิด 19 แล้วได้กลับไปเมื่อไหร่ จะรีบไปร้านนี้อีก ประทับใจมาก ทั้งรสชาติ ปริมาณ และราคา ทุกอย่างดีหมดเลย มันดูลูกใหญ่สะใจ คนเดียวกินจานเดียวก็อิ่มแล้วอ่ะ แค่ 4000 วอนเอง ถูกมาก หรือใครกลัวไม่อิ่มก็เลือกเป็นเมนูเส้นได้ รับจองอิ่มจนจุก! เพราะชามมาเป็นกาละมังมาก เป็นอีกหนึ่งร้านที่มากินคนเดียวได้นะคะ เหมาะกับสายเที่ยวลุยเดี่ยวมากๆ ร้านดีๆ ที่มินแนะนำค่ะ ปิดท้ายด้วยภาพหมู่ ดูสิว่าน่ากินขนาดไหนนนนนนนน



Address : 32, Jahamun-ro, Jongno-gu, Seoul
Tel : 070-7716-6342
Website : www.mandoo.so
Open from : 10:00-21:00
How to go : รถไฟใต้ดินสาย 3 สีส้ม สถานี Gyeongbokgung ทางออกที่ 3 ออกมาแล้วเดินตรงยาวไปตามถนนเลยค่ะ ประมาณ 320 เมตร

Photo by KakaoMap


ร้านจะอยู่เลยซอย Jahamun-ro 8-gil ไปนิดเดียวค่ะ ถัดจากไปรษณีย์เลย

Photo by KakaoMap


นี่เลยอยู่ขวามือแบบนี้

Photo by KakaoMap


หน้าร้านชัดๆ จ้า



Map คลิกที่ภาพเพื่อขยาย

16 กุมภาพันธ์ 2563

รีวิวเกาหลี พากินอาหารเกาหลีกับเมนูปูดองชีอิ๊ว ที่ร้าน 한가람


ห่างหายจากการรีวิวแนะนำร้านอาหารไปเสียนาน เนื่องจากว่าหลังๆ ที่ไปเที่ยว ไม่ค่อยไปหาร้านใหม่ๆ ลองเท่าไหร่ เดินเข้าแต่ร้านประจำ ร้านเดิมๆ ก็เลยไม่มีร้านใหม่มาเขียนลงบล็อก แต่ว่าไปเกาหลีรอบล่าสุดเมื่อปลายปี มินมีร้านที่ถูกใจเป็นร้านที่ยังไม่เคยลอง แต่ลองแล้วชอบด้วยกันหลายร้านเลยล่ะ ก็จะเอามาแนะนำกันในคราวต่อไปนะคะ วันนี้เริ่มที่ร้านแรกก่อนเลย เป็นร้านที่ประทับใจสุดในทริป เพราะนอกจากอาหารรสชาติดีมากแล้วนั้น ยังเสิร์ฟมาแบบไซส์บิ๊กเบิ้มอีกด้วย ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่มีเมนูอาหารเกาหลีหลากหลาย สไตล์ Local ชื่อว่า 한가람 (ฮันการัม) ตั้งอยู่แถวสถานี City Hall ใจกลางเมืองค่ะ


ร้านอาจจะไม่ได้ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวเท่าไหร่นัก แต่ว่ารับประกันในรสชาติและความอร่อย ยิ่งเป็นร้านที่สไตล์ Local สำหรับมินยิ่งรู้สึกว่าอร่อยกว่าร้านที่นักท่องเที่ยวเต็มร้านอีกค่ะ เพราะรสชาติร้านแบบนี้มักจะเป็นรสชาติดั้งเดิม ที่ไม่ได้ปรุงแต่งมาให้เหมาะกับนักท่องเที่ยวหรือวัยรุ่นคนสมัยใหม่เท่าไหร่นัก เราจึงจะได้สัมผัสกับอาหารเกาหลีที่ยังคงรสชาติดั้งเดิมเอาไว้ได้นั่นเอง


ก่อนมามินได้ซื้อเวาเชอร์ร้านอาหารนี้มาก่อนล่วงหน้า ผ่านทาง KKday ค่ะ เพราะเห็นว่าดีลดีราคาไม่แพง ใครสนใจก็ลองเข้าไปดูได้ เขามีหลายเมนูเลยล่ะ สนใจจองได้ที่นี่เลย >> http://bit.ly/2OSuzrD

ปล.ถ้ากดจองอย่าลืมใส่โค้ด SEOULCAFE5 เพื่อรับส่วนลด 5% ด้วยนะคะ 

มินปริ๊นเวาเชอร์มาเป็นกระดาษ แต่จริงๆ แล้วตอนนี้เขาสามารถใช้ QR Code ได้แล้ว ไม่ต้องปริ๊นมาแบบมินก็ได้ แค่เอามายื่นให้ทางร้าน ก็สามารถใช้บริการได้เลยค่ะ สะดวกและง่ายมากๆ


ที่ร้านเขาจะเน้นเป็นอาหารสไตล์ Well-being Food สังเกตจากบรรดาสมุนไพรต่างๆ ที่วางโชว์อยู่ในร้าน ก็น่าจะพอเคลมได้ว่าน่าจะเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพจริงๆ



บรรยากาศในร้านตอนที่ไป คนก็พอสมควรค่ะ แต่ไม่ถึงกับแน่นร้าน เลยพอจะถ่ายรูปมุมร้านมาได้บ้าง ว่าตกแต่งสไตล์นี้ สวยดีและชวนน่านั่งมากๆ


หลังจากยื่นเวาเชอร์ให้ทางร้านไป นั่งรอที่โต๊ะเรียบร้อย ก็มีเครื่องเคียงมาเสิร์ฟก่อนเลย เยอะละลานตามาก แต่อร่อยทุกอันนะ เครื่องเคียงที่เห็นนี้คือสำหรับ 3 คนนะคะ


ฉับแช อร่อยมาก ชอบบบบบบ


น้ำที่วางเสิร์ฟบนโต๊ะ ก็เป็นชานะคะ ไม่ใช่น้ำเปล่า หอมสมุนไพรมากๆ


เมนูแรกที่มาเสิร์ฟก่อนเลยก็คือ พุลโกกิ ค่ะ ตอนมาเสิร์ฟตกใจมาก เพราะตอนกดสั่งซื้อเวาเชอร์ไปคือ สั่งมา 3 เมนู สำหรับ 3 คน (กะจะลองหลายๆ อย่าง) ก็นึกว่าจะมาแบบเล็กๆ หน่อย ที่ไหนได้คือมาแบบหม้อเดียวกินสามคนยังได้ 


เมนูนี้คือเนื้อวัวนะคะ ใครที่ไม่ทานเนื้อวัวก็ต้องผ่านไปก่อน แต่ถ้าใครสาวกเนื้อแล้วนั้น แนะนำให้ลองค่ะ เนื้อนุ่มไม่เหนียวเหมือนเคี่ยวมาอย่างดี ต้มน้ำขลุกขลิกพออร่อย ใส่เห็ดมาด้วยนิดหน่อย กินกับข้าวแกล้มกิมจิคือดี รสชาติจะหวานๆ หน่อยนะคะ แต่กินคู่กิมจิก็อร่อยอยู่ 




เมนูถัดมาคือ แกงกิมจิทูน่า มาเป็นหม้อใหญ่เบิ้มเช่นกัน ปกติมินจะกินแต่แกงกิมจิใส่หมูสามชั้นค่ะ พอเปลี่ยนมาเป็นทูน่า ก็เออออ อร่อยไปอีกแบบ ใครไม่เคยลอง ลองดูนะคะ 


แกงกิมจิก็ดีมากอะ พอเจอพุลโกกิที่รสหวานๆ หน่อย ได้แกงกิมจิไปเบรครสชาติ มันช่างดีงาม เพราะมีรสของกิมจิที่เข้มข้นดี  เปรี้ยวนิดๆ เผ็ดหน่อยๆ แซ่บหลายเด้อ



มาที่เมนูสุดท้าย ที่เสิร์ฟมาท้ายสุด ก็คือ ปูดองซีอิ๊วววววว บอกก่อนเลยว่ามินไม่เคยกินเลยค่ะ เพราะกินของดิบไม่เป็น (กินได้แต่พวกแซลมอน) แต่ด้วยความอยากลอง ก็เลยลองกดซื้อเวาเชอร์เมนูนี้มาด้วย เมนูนี้จะเสิร์ฟมาเป็นปูไข่ดองซีอิ๊วตัวเบิ้มๆ 1 ตัวค่ะ เหมาะกับคนที่อยากลองชิม หรือแค่อยากกินกรุบกริบ ไม่เหมาะกับคนที่อยากกินจริงจังแบบบุฟเฟ่ต์นะคะ บอกก่อนนนนนน


ถึงจะเสิร์ฟมาแค่ตัวเดียว แต่บอกเลยว่าตัวใหญ่และไข่แน่น ชิมคำแรกเข้าไปนี่คือแบบ.....โอ้โหหหห ทำไมอร่อยยยยยยยยยย ดีกว่าที่คิดมากเลย นึกว่าจะคาวๆ ที่ไหนได้ นอกจากจะไม่คาวแล้ว เนื้อยังนุ่ม หวานมากๆ อีกด้วยค่ะ ประทับใจมากอันนี้


มินไม่เคยกินร้านบุฟเฟ่ต์นะคะ แต่คิดว่าดูจากเนื้อปูแล้ว น่าจะคนละเกรดแน่นอน และราคาน่าจะแพงกว่ามาก อาจจะไม่คุ้มไม่จุใจ แต่ถ้าอยากกินแบบของสด ของดี พรีเมี่ยม มินว่ามันโอเคมากๆ เลย จานนี้สั่งมากินคนเดียวก็ได้นะคะ เขามีแบบเซ็ท เสิร์ฟพร้อมข้าว 1 ถ้วยด้วย เอาไปคลุกมันปูในกระดองแบบนี้ คือฟินนนนนนนนนน


หรือจะห่อสาหร่ายแบบนี้ก็ได้ อร่อยมากๆ


ให้ดูเนื้อปูชัดๆ ส่วนตัวมินว่ามันดีมากเลยอะ รู้สึกได้เลยถึงความสดมากๆ หวาน นุ่ม ไข่ก็หวานมันมากเลย สุดยอด เลิฟเลยจานนี้!


กินกันสามคนทั้งหมดนี่บอกเลยว่าไม่หมด 555555 เยอะมากจริงๆ ค่ะ แต่ก็ถือว่าคุ้มนะคะถ้าเทียบกับราคา เพราะมันมาเป็นไซส์ใหญ่ แถมรสชาติอร่อยด้วย ไม่รู้จะถูกปากคนอื่นๆ มั้ย แต่สำหรับมิน ชอบค่ะ ^^ มีโอกาสครั้งหน้ายังว่าจะกลับไปกินปูดองอีก (ไม่กล้ากินร้านบุฟเฟ่ต์อาาา กลัวมันคาว >.<) ใครสนใจอยากตามไปลอง กดจองได้ที่นี่ >> http://bit.ly/2OSuzrD หรือถ้าใครอยากกินแบบบุฟเฟ่ต์ปูดอง KKday เขาก็มีดีลนะ มินก็แนะนำอันนี้เลย ของเยอะดี ราคาไม่แพง >> http://bit.ly/37nDVSS  อย่าลืมใส่โค้ด SEOULCAFE5 เพื่อรับส่วนลด 5% ทุกรายการค่ะ 

ส่วนที่ตั้งร้านและวิธีไป ก็ไม่ยากเลย เริ่มจาก รถไฟใต้ดินสาย 2, 5 ลงสถานี City Hall (ในภาพแผนที่คือ Sincheong Station) ทางออกที่ 8 ข้ามถนนเดินเลียบถนนใหญ่ไป ผ่านสี่แยกไปจนกว่าจะเจอสตาร์บัคส์ เลี้ยวขวาเข้าซอยตรงสตาร์บัคส์ เดินตรงยาวไปจนถึงแยกที่สอง สังเกตหน้าร้านแบบในภาพ จะอยู่ขวามือค่ะ




แล้วพบกันในบทความหน้า ที่มินจะพาไปกินอะไรอร่อยๆ ในเกาหลีกันอีก รอติดตามค่ะ ^^

11 มกราคม 2563

9 เมนูอาหารเกาหลีสุดฟิน ถ้าได้กินในหน้าหนาว


ในช่วงคริสมาสต์จนถึงปีใหม่ที่ผ่านมา มินได้เดินทางไปฉลองเทศกาลแห่งความสุขนี้ที่ประเทศเกาหลีมาค่ะ เป็นการเดินทางไปเที่ยวเกาหลีในฤดูหนาวเป็นครั้งแรกของมินเลยในรอบการเดินทางสิบปี ทำให้มินเตรียมตัวและเตรียมใจก่อนไปเยอะพอสมควร ซึ่งนอกเหนือไปจากสถานที่เที่ยวใหม่ๆ ที่มินจะเอามาฝากกันแล้วนั้น ยังมีอีกอย่างที่อยากจะแนะนำมากๆ เลยก็คือ ร้านอาหารเกาหลี ที่มินได้ไปกินมาในครั้งนี้ค่ะ ซึ่งต้องบอกว่าล้วนแล้วแต่เป็นร้านที่มินมากินซ้ำๆ มากกว่าหนึ่งครั้ง บางร้านเกินสามครั้ง ด้วยเพราะรสชาติที่อร่อย จนต้องเอามาแนะนำกันนี่ล่ะค่ะ และทุกเมนูนั้นก็เป็นเมนูที่เหมาะมากกกกกสำหรับอากาศหนาวๆ ที่ถ้าได้กินแล้วฟินสุดๆ ไปเลยล่ะ มาดูกันค่ะว่า '9 เมนูอาหารเกาหลีสุดฟิน ถ้าได้กินในหน้าหนาว' ที่มินเอามาฝากกันนั้น มีอะไรบ้างค่ะ


และก่อนที่เราจะเดินทางไปเกาหลีเพื่อกินอาหารเกาหลีอร่อยๆ นั้น ก่อนออกเดินทางอย่าลืมเช็คอินออนไลน์ไปก่อนนะคะ เพราะช่วยประหยัดเวลาให้เรามีเวลาเหลือก่อนขึ้นเครื่อง ให้ได้ไปดิวตี้ฟรีช้อปปิ้งสวยๆ ได้สบายไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา ซึ่งในตอนนี้ Traveloka Online check-in เปิดให้บริการแล้ว! สามารถเช็คอินออนไลน์ในแอพลิเคชั่นของ Traveloka ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน การบินไทย, ไทยสมายล์, ไทยไลอ้อนแอร์ และสายการบินของอินโดนีเซีย เป็นต้นค่ะ ซึ่งขั้นตอนนั้นง่ายมากๆ เช็คอินออนไลน์ได้ภายใน 5 นาที!

รายละเอียดเพิ่มเติม >> https://www.traveloka.com/th-th/checkin 
เช็คราคา จองตั๋วเครื่องบินไปเกาหลี >> https://www.traveloka.com/th-th/flight-to-south-korea


เช็คอินก่อนเดินทางเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็พร้อมไปตะลุยเกาหลีกันเลยจ้า มาเริ่มกันที่ร้านแรกเมนูแรกกันเลยยยยยยย (ทุกร้านที่ลง สามารถเอาที่อยู่ในเสริชแมพได้เลยจ้า)

1. ซัมกยอบซัล ร้าน 민식당 (มินชิกดัง) - ย่านยอนนัมดง
พิกัด : 11, World Cup buk-ro 7-gil, Mapo-gu, Seoul
ร้านเปิด : 16:00-02:00


ร้านที่มินเพิ่งจะลงแนะนำไปในเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ เป็นร้านลับๆ ย่านยอนนัมดงค่ะ (ใกล้กับฮงแด) ร้านเล็กๆ มีแค่ 8 โต๊ะ ดูแลโดยคุณลุงเจ้าของคนเดียว และมีแต่คนท้องถิ่นในย่านนั้นมากินเท่านั้น ทีเด็ดของร้านนี้ที่ทำให้มินกลับไปกินถึง 3 ครั้งในทริปเดียวเลยก็คือ เนื้อหมูของเขามีความนุ่มหนาและอร่อยมากๆ ไม่เหนียว ไม่บาง ไม่แห้ง ดูจากรูปจะเห็นเลยว่าเนื้อหมูนั้นมีส่วนของเนื้อแดงและส่วนของมันเท่าๆ กัน ทำให้เวลาย่างออกมาแล้วนั้น หมูมีความนุ่ม ชุ่มมัน แต่ไม่เลี่ยน ซัมกยอบซัลจานละ 8000 วอน (เนื้อหมูนำเข้าจากสเปน) ส่วน แซงซัมกยอบซัล (เนื้อหมูในประเทศเกาหลี) จะราคาจานละ 11000 วอน ที่เห็นในภาพคืออันนี้ล่ะค่ะ ซึ่งก็แนะนำเพราะอร่อยกว่าเนื้อนอก


เครื่องเคียงก็อร่อยทุกอย่าง ทั้งถั่วงอก กิมจิ กระเทียม ตักเองได้เลยไม่อั้น ที่สำคัญมาลองร้านนี้แล้วอย่าลืมสั่งเห็ดเป็นอันขาด เพราะว่าเห็ดเขาอร่อยมากๆ ค่ะ อวบอ้วน ย่างทีนี่นุ่มจูซซี่สุดๆ จานละ 2000 วอนเท่านั้นเอง จะสั่งไข่ตุ๋น (คเยรันจิม) มากินแกล้มก็ดี หรือจะสั่งข้าวผัด (บกกึมพับ) ก็ดีไม่แพ้กัน


วิธีเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย 2 สถานี Hongik Univ. Exit 1 แล้วเดินตามที่อยู่ในแมพได้เลย แต่ถ้าขี้เกียจเดิน แนะนำให้ขึ้นรถเมล์สีเขียวเล็กๆ สาย 마포06 หน้าร้านสตาร์บัคส์ ตรง Exit 2 นั่งไปลงป้ายที่ 3 ชื่อป้าย 'ชองวอนบิลดิ้ง' จากนั้นข้ามถนนเดินเข้าซอยไปหน่อยก็จะเจอร้านอยู่ซ้ายมือค่ะ




2. แฮมุลทัง ร้าน 나무그늘집 (นามูคึนึลจิบ) - ย่านยอนนัมดง
พิกัด : 8, Yeonnam-ro, Mapo-gu, Seoul
ร้านเปิด : 10:00-02:00


ถ้านึกถึงเมนูอาหารทะเลเราก็จะนึกถึงแต่เมืองติดทะเล เช่น ปูซาน ซกโช คังนึง หรือเกาะเชจู ซึ่งมินเคยได้ไปลองอาหารทะเลตามเมืองเหล่านี้มาแล้ว ต้องบอกว่าของเขาสดมากจริงๆ ก็นะ ยกขึ้นมาจากทะเลกันเลยทีเดียว แต่ถ้าอยู่ในโซลอยากกินอาหารทะเลสดๆ มินจะนึกถึงร้านนี้ค่ะ มากินบ่อยจนนับครั้งไม่ถูกแล้วจริงๆ ใครไปใครมา ก็พามาร้านนี้ตลอดเลย เพราะอาหารทะเลเขาสดใช้ได้เลยค่ะ จนมินยกให้เป็นร้านอาหารทะเลร้านนึงที่ดีที่สุดในย่านนี้เลย เมนูในร้านมีหลายอย่าง แต่ที่อยากแนะนำเพราะกินในช่วงหน้าหนาวแล้วฟินมากจริงๆ ก็คือเมนูนี้ แฮมุลทัง แกงที่ขนมาทั้งทะเล กุ้ง ปู หอย ปลาหมึก มาแบบตัวใหญ่เบ้อเริ่มไม่มีกั๊ก ราคาหม้อนี้กิน 3 คน 45000 วอน ราคาเหมือนจะแรง แต่ส่วนตัวว่าคุ้มมาก เพราะของที่ใส่มานั้น อาจุมม่าจัดเต็มมากจ้าาาา


วิธีเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย 2 สถานี Hongik Univ. Exit 3 เดินตรงตามทางไปจนถึงสถานีตำรวจ ร้านจะอยู่ซอยสถานีตำรวจยอนนัม ถัดไปแค่นิดเดียว




3. ชึกซอกต็อกบกกี ร้าน 마복림할머니떡볶이 (มาบกริมฮัลมอนีต็อกบกกี) - ย่านชินดังดง
พิกัด : 5, Dasan-ro 35-gil, Jung-gu, Seoul
ร้านเปิด : จันทร์-ศุกร์ 9:00-24:00,  เสาร์-อาทิตย์ 9:00-01:00


ร้านนี้มินเคยมากินครั้งแรกเมื่อสมัยคู่รักย๊งซอจากรายการ WGM มากินกัน นานใช่มั้ยล่ะ? บอกเลยว่าตามรอยมาค่ะ แล้วก็ต้องประทับใจเพราะมันอร่อยมากจริงๆ อร่อยจนขนาดที่ว่าทุกวันนี้พยายามไปลองกินเมนูนี้ที่ร้านอื่นๆ บ้าง ก็ยังไม่ถูกใจเท่า เพราะที่ร้านนี้รสชาติเข้มข้นจัดจ้าน เป็นชึกซอกต็อกบกกีสูตรดั้งเดิม ติดใจมากจนทำให้คราวนี้ต้องยอมนั่งรถกลับมากินที่นี่เลยล่ะค่ะ ร้านตั้งอยู่ที่ถนนชินดังดงต็อกบกกี ถนนที่เต็มไปด้วยร้านชึกซอกต็อกบกกีนี่แหละ ส่วนร้านของคุณยายมาบกริมนั้น มี 2 ร้านค่ะ เป็นร้านแรกร้านดั้งเดิมกับร้านที่เปิดใหม่ดูแลโดยลูกหลานรุ่นต่อๆ มา รสชาติอร่อยเหมือนกันทั้งสองร้าน เพราะสูตรเดียวกัน แต่ร้านดั้งเดิมจะเป็นไข่เหมือนไข่พะโล้ ส่วนร้านลูกหลานจะเป็นไข่ต้มค่ะ ส่วนตัวกินแล้วทั้งสองร้าน ชอบเหมือนกันทั้งสองร้านค่ะ สำหรับราคา หม้อนี้ 2 คน 13000 วอน แต่มินเพิ่มไข่ 1 ฟอง และเพิ่มแฮม 1 จาน ก็เลยบวกไปอีก 1500 วอน รวมเป็น 14500 วอนค่ะ ไม่แพงเลยใช่มั้ยล่ะ


วิธีเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย 6 สถานี Sindang Exit 8 ออกมาแล้วเลี้ยวซ้ายเดินผ่านสถานีดับเพลิง เดินยาวตามถนนไปประมาณ 300 เมตร จนเจอทางเข้า Sindangdong Tteokbokki Town (신당동 떡볶이 타운) เดินเข้าไปจะเจอร้านคุณยายอยู่ร้านแรกเลยซ้ายมือ ส่วนร้านลูกหลานจะอยู่ถัดเข้าไป





4. ทัคปัล ร้าน 신주닭발 (ชินจูทัคปัล) - ย่านฮงแด
พิกัด : 24-3, Wausan-ro 17-gil, Mapo-gu, Seoul
ร้านเปิด : วันธรรมดา 17:00-05:00, เสาร์-อาทิตย์ 17:00-07:00


ถ้าถามมินว่าเมนูไหนที่มินชอบมากที่สุด แกงตีนไก่คือหนึ่งในคำตอบค่ะ เพราะเวลากินแล้วมันฟินมากจริงๆ ยิ่งรสชาติเผ็ดร้อนกินช่วงหน้าหนาวแล้วรู้สึกอร่อยสุดๆ เมนูนี้มินได้ลองหลายร้านค่ะ สุดท้ายก็กลับมาตายรังที่ร้านนี้ เพราะรสชาติกำลังดี ไม่เผ็ดจัดจ้านจนเกินไปที่กินแล้วทรมาน แต่ก็ไม่จืดจางจนหมดความอร่อย เพราะนี่คืออาหารที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมนูเผ็ดมากเมนูนึงของเกาหลี ถ้าจะกินแบบไม่มีรสเผ็ดเลยคงขาดความอร่อยเป็นแน่แท้ ใครที่สู้เผ็ดและโปรดปรานในการแทะตีนไก่ ต้องมาลองเมนูนี้ให้ได้เลยนะคะ ขอเรียนเชิญ แถมร้านนี้เขายังเป็นร้าน SWAG Style ด้วยนะ ดังจนออกรายการทีวีเลยล่ะ


และเพื่อลดความเผ็ดร้อนในปาก แนะนำให้สั่ง ชูม็อกบับ (ข้าวคลุกสาหร่าย) มากินแกล้มกันด้วยนะคะ ช่วยได้ดีมากๆ แถมหอมน้ำมันงา อร่อยอีกด้วย


วิธีเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย 6 สถานี Sangsu Exit 1 เดินเลียบถนนตรงยาวไป แล้วเลี้ยวเข้าฮงแด เดินตรงไปทางตึก Sangsangmadang ร้านจะอยู่ก่อนเล็กน้อย ทางเข้าร้านจะอยู่ในหลืบ แต่จะมีป้ายร้านเป็นรูปตีนไก่วางบอกทางเข้าไปอยู่ด้านหน้า




5. แฮจางกุก ร้าน 송가네 감자탕 (ซงกาเนะคัมจาทัง) - ย่านยอนนัมดง
พิกัด : 247, Donggyo-ro, Mapo-gu, Seoul
ร้านเปิด : ทุกวัน 24 ชั่วโมง


ไม่รู้ว่าจะเอื้อนเอ่ยยังไงจริงๆ กับร้านนี้ เพราะโปรดปรานมากกกกกก กินแล้วกินอีก กินแล้วกินอีก กินวนไปทุกฤดูกาลเลยล่ะค่ะ เหมือนถ้าอยากกินอะไรร้อนๆ แก้หนาว จะนึกถึงร้านนี้เป็นร้านแรกเลย เพราะเขามีเมนูเด็ดคือคัมจาทังและแฮจางกุก แต่ที่มินแนะนำแฮจางกุก เพราะอยากเอาใจคนที่เดินทางเที่ยวคนเดียวบ้างค่ะ แฮจางกุก หรือซุปแก้เมาค้างที่คนเกาหลีเรียก จะว่าไปรสชาติก็คล้ายคลึงคัมจาทังนั่นแหละ (อาจจะเข้มข้นกว่าหน่อย) และเหมาะสำหรับกินคนเดียวได้สบาย ราคาก็เบาๆ เซ็ทละ 8000 วอนเท่านั้นเอง มีข้าวมาด้วยพร้อมสรรพ กินคนเดียวอื่มกำลังดีเลยล่ะค่ะ และไม่ใช่แค่ซี่โครงหมูเท่านั้นนะที่อร่อย มันฝรั่งของร้านนนี้ก็อร่อยมากกกกกเช่นกันค่ะ แถมเวลาได้ซดน้ำซุปร้อนๆ เผ็ดนิดๆ แหม่...มันช่างฟินเหลือเกิน ร้านนี้ก็ดังจนออกรายการทีวีเช่นกันค่ะ


แต่หากว่าใครมากันหลายคน อยากฟินแบบถ้วนหน้า แนะนำสั่ง คัมจาทัง หม้อนี้เลยค่ะ กินกัน 2 คน แค่ 24000 วอนเท่านั้น แทะซี่โครงหมูกันเพลินเลยล่ะ ถ้ามาเยอะคน สั่งขนาดใหญ่ขึ้นได้ ราคาไม่แพงจ้า 


แนะนำอีกเมนู เผื่อใครไม่กินของเผ็ด โพซัม หรือหมูสามชั้นนึ่ง มีขายทั้งแบบเป็นจานและแบบเป็นอาหารเซ็ทกินคนเดียว แบบเซ็ทจัดไป 9000 วอนค่ะ


วิธีเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย 2 สถานี Hongik Univ. Exit 3 เดินตรงยาวไปจนถึงแยกใหญ่ ข้ามถนนเลี้ยวไปทางขวา เดินผ่าน 7-eleven ไปไม่ไกล จะเจอร้านอยู่ซ้ายมือฝั่งเดียวกัน




6. โทชีรัค ร้าน 별다방미스리 (Miss Lee Cafe) - ย่านอินซาดง
พิกัด : 59, Insadong-gil, Jongno-gu, Seoul
ร้านเปิด : 10:00-23:00


อีกหนึ่งร้านที่เคยตามรอยย๊งซอมาเมื่อในอดีตค่ะ และมีโอกาสได้กลับมากินอีกครั้ง เพราะคิดถึงรสชาติของข้าวกล่องธรรมดาที่รสชาติไม่ธรรมดา ดูจากส่วนผสมแล้วก็ไม่มีอะไรมากเลย แค่ข้าว ไส้กรอกโง่ๆ ไข่ดาว กิมจิ และสาหร่าย แต่พอมันเขย่ารวมกันแล้วนั้น มันอร่อยกินเพลินบอกไม่ถูกเลยล่ะ ใครที่ยังไม่เคยลองเมนูนี้ แนะนำให้มาลองสักครั้งนะคะ ได้ฟีลเด็กนักเรียนเกาหลีสมัยก่อนดี เพราะเมนูนี้เป็นเมนูข้าวกล่องอาหารกลางวัน ที่แม่มักจะทำให้ลูกๆ พกไปกินที่โรงเรียนนั่นเอง ที่สำคัญต้องเขย่ากล่องให้ทุกอย่างเข้ากันดีด้วยนะ นี่ล่ะ รสชาติมันเด็ดตรงนี้! ราคาก็ 6500 วอนค่ะ อ้อ มาร้านนี้อย่าลืมสั่งชานะคะ ชาเขาอร่อยดี สั่งแบบเย็นชื่นใจ หรือใครชอบชาร้อน สั่งมากินคู่กับขนมพื้นเมือง เข้ากันดีเชียวค่ะ


วิธีเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย 3 สถานี Anguk Exit 6 เดินมุ่งหน้าไปยังถนนอินซาดง ร้านจะอยู่หัวมุมทางเข้าเลย อยู่บนชั้นสอง




7. บูแดชีเก ร้าน 심슨탕 부대찌개 (ชิมซึนทังบูแดชีเก) - ย่านมยองดง
พิกัด : 52, Myeongdong-gil, Jung-gu, Seoul
ร้านเปิด : 11:30-23:00


ถ้าเคยกินบูแดชีแกที่ไหนมาก่อนแล้วมาลองร้านนี้ บอกเลยว่าจะไม่คิดกลับไปกินร้านอื่นอีกเลย มินคือคนนึงค่ะที่กินเมนูนี้มานับสิบร้านแล้ว ไม่มีร้านไหนที่ทำให้กลับมากินซ้ำได้เท่าร้านนี้จริงๆ เพราะทีเด็ดร้านนี้ที่อร่อยกว่าร้านอื่นๆ ก็คือ แฮม ค่ะ แฮมเขาอร่อยมากกกกกกจริงๆ เนื้อแน่นหนุบหนับ มีความหมูมากกว่าความแป้ง แถมรสชาติของน้ำแกงก็ดีเด็ดไม่แพ้กัน ซิกเนเจอร์ของร้านที่ไม่เหมือนที่อื่นก็คือ มีการวางเนยสดไว้ให้เราคลุกข้าวค่ะ นี่ล่ะ หนึ่งในความอร่อยมันอยู่ตรงนี้ เอาเนยคลุกบนข้าวเหยาะซอสถั่วเหลือง แล้วกินคู่กับบูแดชีเก คือฟินระดับสิบ! รสชาติมันนัว มันเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ ใครไม่เคยลองต้องลองนะ เมนูนี้คิดราคาเป็นที่ คือที่ละ 9500 วอน มินไปกัน 3 คน สามารถสั่งแค่ 2 ที่ได้ค่ะ โดยจะมีบะหมี่ให้สองก้อน และข้าวสองถ้วย หม้อนี้ก็แค่ 19000 วอนเท่านั้น ถ้าใครอยากเพิ่มบะหมี่รามยอน หรือเพิ่มข้าว ก็สั่งเพิ่มได้ค่ะ ที่ละ 2000 วอน


วิธีเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย 4 สถานี Myeongdong Exit 8 เดินเข้าซอยถนนมยองดงยาวไปเลยค่ะ ประมาณ 350 เมตร ร้านจะอยู่ตรงหัวมุมสี่แยกตรงข้ามร้าน Olive Young ร้านอยู่บนชั้นสอง



8. แซงซอนกูอี ร้านที่ตลาด Dongdaemun Market - ย่านทงแดมุน
พิกัด : Jong-ro 40ga-gil, Jongno-gu, Seoul


เวลาอากาศหนาวๆ อีกเมนูที่มินมักจะนึกถึงก็คือปลาย่างนี่ล่ะค่ะ แต่การจะหาปลาย่างที่สดและอร่อยกินนั้น ก็ต้องยกให้เมืองติดทะเลทั้งหลายนั่นล่ะ เพราะของสดจริง แต่ใช่ว่าอยู่ในโซลจะหาปลาย่างสดๆ อร่อยๆ กินไม่ได้นะ เพราะที่ตลาดทงแดมุนคือแหล่งรวมร้านปลาย่างสุดอร่อยค่ะ (เข้าร้านไหนก็ได้ เลือกตามชอบ) รสชาติหวานไม่แพ้ที่เชจูกับปูซานที่มินเคยกินมาเลยค่ะ ความสดก็สู้ได้ ถ้าจะแพ้ก็แพ้เล็กน้อย แต่โดยรวมจัดว่าดี และราคาก็ไม่แพง อย่างที่มินสั่งมาก็ตัวละ 8000-10000 วอน ถ้ามากันสองคน จำเป็นต้องสั่งสองตัวหรือสั่งตัวเดียวแล้วสั่งเมนูอื่นๆ เพิ่มนะคะ ปลาย่างคือเมนูที่มินชอบมากเมนูนึงเลย กินกับข้าวเปล่าๆ ไม่ต้องจิ้มซอสหรืออะไรเลย ก็อร่อยแล้วค่ะ


มินมากันสามคน เลยสั่งอีกเมนูมาให้ครบสาม ก็คือแกงกิมจิ แกงกิมจิก็เป็นอีกเมนูที่กินตอนอากาศหนาวๆ แล้วฟินมากกกกกกก ไม่เชื่อลองสั่งมากินกันนะคะ


วิธีเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย 4 สถานี Dongdaemun Exit 9 เดินตรงเลียบถนนไปจนถึงแยกที่มีทางม้าลาย จะเห็นทางเข้าตลาด Dongdaemun Market (동대문종합시장) ซ้ายมือ ร้านปลาย่างและร้านอาหารต่างๆ จะอยู่ลึกเข้าไปในตลาดด้านใน

ทางเข้าตลาด


9. ทันพัตจุค ร้าน 서울서 둘째로 잘 하는 집 (ซออุลซอทลแจโรชัลฮานึนจิบ) - ย่านซัมชองดงกิล
พิกัด : 122-1, Samcheong-ro, Jongno-gu, Seoul
ร้านเปิด : 11:00-21:00  ปิดวันจันทร์


ปิดท้ายความหนาวเย็น ด้วยของหวานที่เหมาะสำหรับหน้าหนาวกันบ้าง กับซุปถั่วแดงถ้วยนี้ ซึ่งร้านนี้ก็เป็นร้านที่มินมาแล้วต้องกลับมาซ้ำ เพราะรสชาติอร่อยแถมพ่วงด้วยสูตรดั้งเดิม ไม่ว่าจะกี่สิบปีผ่านไป รสชาติก็เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนค่ะ ร้านเก่าแก่เปิดมายาวนานมากๆ ดูแลร้านโดยเหล่าอาจุมม่าทั้งร้านเลย ซุปถั่วแดง ที่มีถั่วแดงบดรสชาติหวานอร่อย ผสมผสานไปด้วยเกาลัด แปะก๊วย และแป้งโมจิ กินแล้วเข้ากันดี อร่อยมากๆ เมนูนี้หวานนิดนึง แต่กินคู่กับน้ำชาที่เสิร์ฟฟรีที่ร้านแล้ว มันดีมากๆ เลยล่ะ


วิธีเดินทาง : สามารถนั่งรถเมล์ไปได้จาก สถานี Gwanghwamun Exit 2 ขึ้นรถเมล์เล็กสีเขียวสาย 종로11 นั่งไปลงป้ายที่ 5 เดินต่อไปอีกนิดจะเจอร้านสีชมพูอยู่ขวามือ


และทั้งหมดนี้ก็คือร้านที่มินเอามาแนะนำกันให้ทุกคนได้ไปตามกินตามฟินกันในหน้าหนาวนี้นะคะ รับรองว่าอร่อยเด็ดทุกร้านแน่นอน หรือจะตามไปชิมในฤดูอื่นก็ได้น้า เพราะร้านเขาเปิดตลอดปีค่ะ แต่ถ้าอยากอิน อยากฟิน ก็แนะนำหน้าหนาวนี้เลยจ้า อาหารเผ็ดๆ ร้อนๆ เหมาะกันดีกับฤดูนี้จริงๆ ค่ะ