10 ธันวาคม 2562

ย้อนยุคไปเป็นนักเรียนเกาหลี ที่ Saemun Boutique (새문의상)


จากที่มินเคยแนะนำร้านชุดนักเรียนเกาหลีคิวท์ๆ กันไปแล้วก่อนหน้านี้ ที่ชื่อว่าร้าน Ehwagyobok คราวนี้มินมีอีกร้านมาแนะนำค่ะ เป็นร้านเช่าชุดนักเรียนเกาหลีเหมือนกัน แต่!! มาในแบบย้อนยุคจ้าาาาาา เก๋มากอะ ภาพซนเยจินในหนังเรื่อง The Classic ลอยมาเลย ฮาาาา ใครอยากไปลองใส่ชุดแบบนี้บ้าง ตามมาเลย ร้านนี้ชื่อว่า Saemun Boutique (แซมุนบูทีค) ค่ะ


ก่อนอื่นเลยร้านจะตั้งอยู่ใกล้กันกับ Donuimun Museum Village ซึ่งเป็นหมู่บ้านย้อนยุค ที่มีการจำลองชีวิตของชาวเกาหลีในยุคสมัยช่วง 60-80s เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นโรงภาพยนต์ ร้านตัดผม ห้องเรียน บ้านพักอาศัย รวมถึงบ้านเกาหลีโบราณอย่างฮันอกด้วย นอกจากนี้ยังได้ชมสถาปัตยกรรมต่างๆ ในยุคสมัยนั้น ให้ได้ไปเดินเล่นถ่ายรูปกัน เป็นสถานที่เที่ยวแห่งใหม่ที่เพิ่งสร้างขึ้นและเปิดให้เข้าชมได้เมื่อปี 2017 นี่เอง



และเพื่อความอินและกลมกลืนกับธีมย้อนยุค เราควรใส่ชุดนักเรียนเกาหลีในยุคสมัยนั้นไปถ่ายรูปเก๋ๆ กัน ร้านเช่าชุดนักเรียนเกาหลี Saemun Boutique มีชุดนักเรียนเกาหลีในสมัยก่อนให้เช่ามาใส่เดินเล่นถ่ายรูปกันด้วย ซึ่งชุดก็มีหลายแบบรวมถึงมีทั้งของนักเรียนหญิงและนักเรียนชายเลยล่ะ ที่สำคัญเขามีไซส์ครบเลยนะ ชุดผู้หญิงมีตั้งแต่ไซส์ XS ถึง 4XL ส่วนชุดผู้ชายจะมีตั้งแต่ XS ไปจนถึง 2XL เลยจ้า ไม่ว่าจะรูปร่างแบบไหน ก็มีชุดให้ใส่ทุกคน


จะใส่แอ๊บถ่ายรูปภายในบ้านจำลอง เหมือนเราเป็นนักเรียนเกาหลีจริงๆ ก็ยังได้






หรือจะใส่ถ่ายกับบรรยากาศรอบนอกก็ดูไม่หลุดธีม แถมถ้าไปกับแก๊งค์เพื่อนๆ น่าจะถ่ายรูปกันสนุกเลยล่ะ





มีมุมรถไฟเก่าด้วยนะ The Classic สุดๆ




หรือใครยังติดใจกับบรรยากาศของบ้านโบราณฮันอกที่คนนิยมไปถ่ายรูปกับชุดฮันบกนั้น ที่นี่ก็มีเหมือนกันจ้า




สำหรับค่าเช่าชุดนั้น ราคาต่อชุดตามนี้เลย (ราคานี้เฉพาะชุด)
- เช่า 2 ชั่วโมง 10000 วอน
- เช่า 4 ชั่วโมง 15000 วอน
- เช่าแบบเต็มวัน 20000 วอน
- เช่า 2 วัน 1 คืน 30000 วอน
หากต้องการเช่านานกว่านี้ คิดราคาเพิ่มคืนละ 5000 วอนค่ะ

ค่าเช่าอุปกรณ์เสริม
- กระเป๋านักเรียน 2000 วอน
- หมวก 2000 วอน
- รองเท้า 2000 วอน
- ปลอกแขน 1000 วอน
**ค่าเช่าล็อกเกอร์เก็บสัมภาระ 2000 วอน

นอกจากนี้มีบริการพร๊อพต่างๆ เพิ่มเติมจำหน่ายด้วย เช่น ถุงเท้า ถุงน่อง ไม้เซลฟี่ และขาตั้งกล้อง
**ต้องใช้พาสสปอตอย่างน้อย 1 เล่มในการเช่า พร้อมจ่ายค่ามัด 5000 วอนต่อชุด (ได้รับคืนเมื่อเอาชุดมาคืน)

วิธีใช้บริการและเงื่อนไขต่างๆ
1.แนะนำให้จองล่วงหน้าก่อนไปอย่างน้อย 1 วัน เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว หากไม่สะดวกจองจะเข้าไปใช้บริการในวันนั้นเลยก็ได้ แต่ถ้าคิววันนั้นเต็มก็อาจจะหมดสิทธิ์จองได้ค่ะ
2.ส่งอีเมลจองไปที่ saemunbq@naver.com หรือ Inbox ไปในเฟซบุ๊กเพจของร้าน โดยระบุข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ โดยระบุ
- ชื่อผู้จอง
- วันที่ต้องการใช้บริการ
- เวลาที่ต้องการใช้บริการ สามารถระบุเผื่อได้ไม่เกิน 30 นาที และสามารถเลือกเวลาได้ตั้งแต่ 9:00-18:00 ของทุกวัน
- จำนวนคน

ตัวอย่าง
Name : Thidarat Naiyarat
Reservation date : 25 December 2019
Reservation time : 13:00-13:30 PM 
Number of visitor : 2

หลังจากทางร้านได้รับอีเมลจองเรียบร้อย จะส่งอีเมลตอบกลับหรือข้อความยืนยันการจองให้เราอีกครั้ง

หมายเหตุ
- ไม่สามารถระบุช่วงเวลาเกิน 30 นาทีได้ เช่น จะเข้าใช้บริการช่วง 12:00-13:00 แบบนี้จะจองไม่ได้
- หากมาสายเกินกว่าเวลาที่แจ้งไป 10 นาที การจองจะถือว่ายกเลิก แต่ยังสามารถใช้บริการได้ในสถานะลูกค้าทั่วไป (ต้องต่อคิว)
- หากจองไว้เป็นกลุ่ม หรือ 2 คนขึ้นไป ทุกคนในกลุ่มจะต้องมาถึงร้านก่อนเวลานัดหมาย เพื่อที่ทางร้านจะได้ให้บริการได้ทันเวลา
- สามารถเปลี่ยนแปลงเวลาหรือยกเลิกการจองได้ทางอีเมลและ Inbox เพจเฟซบุ๊กเท่านั้น


สำหรับที่สนใจอยากจะเที่ยวที่นี่และอยากเช่าชุดนักเรียนเกาหลีย้อนยุคมาใส่ถ่ายรูปเก๋ๆ กันแล้วล่ะก็ ร้านตั้งอยู่ตรงข้ามหมู่บ้าน Donuimun Museum Village เลยค่ะ และเดินจากสถานีรถไฟใต้ดินมาแค่ 500 เมตรเท่านั้น เดินทางไปง่ายและอยู่ไม่ไกล ห่างจากจตุรัสควางฮวามุนแค่ 1 สถานีเท่านั้นเอง

Address : Gapdo Building 3 floor, 23-8 Jeong-dong, Jung-gu, Seoul
Open from : Everyday 09:00-19:00 (Last Rental Order 18:00)
How to go : รถไฟใต้ดินสาย 5 (สีม่วง) ลงสถานีซอแดมุน (Seodaemun) ทางออกที่ 5 จากนั้นเดินไปทางสี่แยกไฟแดง ร้านจะอยู่ที่ชั้น 3 ของตึก Gapdo Building (ตามภาพด้านล่าง) ซึ่งจะอยู่ตรงสี่แยกพอดี และที่ชั้นล่างของตึกเป็นร้านกาแฟ EDIYA COFFEE ค่ะ

Photo by Kakao Map


Map คลิกที่ภาพเพื่อขยาย

28 พฤศจิกายน 2562

รีวิวเกาหลี พาเที่ยวสวนยางแจ Yangjae Citizen's Forest เกาะนามิแห่งกรุงโซล


ส่งท้ายเดือนพฤศจิกายน พาเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีกันสักหน่อย ก่อนที่ใบไม้จะร่วงหมดเพื่อเข้าสู่ฤดูหนาวค่ะ ที่นี่เป็นที่ที่ต้องบอกว่ามินเซอร์ไพรส์มากๆ เพราะก่อนที่จะไปไม่ได้คาดหวังอะไรเลย เนื่องจากมันไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว ไม่เคยมีรีวิว แทบจะไม่มีใครเคยพูดถึงเลยด้วยซ้ำ แต่มินบังเอิญผ่านไปย่านนั้นก็เลยแวะไปเดินเล่นพักผ่อน เนื่องจากมันเป็นสวนสาธารณะธรรมดา และมินชอบเดินสวนสาธารณะมากค่ะ ปรากฎว่าพอไปถึงแล้ว มันไม่ธรรมดาแล้วล่ะสิ ที่ที่มินพูดถึงนี้ก็คือ สวนยางแจ หรือ Yangjae Citizen's Forest ที่มินขอขนานนามเองเลยว่า ที่นี่คือ "เกาะนามิแห่งกรุงโซล"


การเดินทางมาที่สวนนี้ไม่ยากค่ะ รถไฟใต้ดินสามารถพามาถึงได้เลย สวนยางแจตั้งอยู่ในโซลนี่เอง แต่จะอยู่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวสักหน่อย อยู่ในย่านที่ชื่อว่ายางแจดง ชื่ออาจจะฟังไม่คุ้นหู แต่ถ้าบอกว่าเลยคังนัมไปนิดหน่อยอาจจะพอนึกภาพออก


ภายในสวนยางแจจะเต็มไปด้วยต้นไม้กว่า 70 สายพันธุ์ รวมถึงมีต้นเมเปิ้ลและต้นสนด้วย เป็นสวนสาธารณะที่คนเกาหลีนิยมมาเดินเล่นและออกกำลังกาย เพราะมีสนามกีฬาเล็กๆ อย่างสนามบาสเก็ตบอล วอลเล่ย์บอล และเทนนิส ด้วยล่ะค่ะ



จริงๆ แล้วที่สวนยางแจแห่งนี้จัดว่ามีทรัพยากรที่ดีเยี่ยมสำหรับการศึกษาด้านการอนุรักษ์ และเป็นสถานที่ปิกนิกยอดนิยมของโซลด้วย ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนที่สวนแห่งนี้ก็มักจะมีการจัดงานกิจกรรมต่างๆ ด้วยนะ ใครมาชมใบไม้เปลี่ยนสีไม่ทัน จะลองมาเดินเล่นในฤดูอื่นๆ ก็ได้ แต่ถ้าใครมาช่วงใบไม้เปลี่ยนสีล่ะก็ บอกเลยว่า ที่สุดเลยเว้ยแก!! เมเปิ้ลสวยงามมาก น้องๆ เกาะนามิเลยแหละ ไม่เชื่อดู!







เมเปิ้ลภายในสวนยางแจ ใบไม้เปลี่ยนสีเป็นเหลือง ส้ม แดง เต็มไปหมดเลยค่ะ อาจจะไม่ได้ดูอลังเท่าเกาะนามิที่คุ้นเคย แต่ความสวยงามของบรรยากาศ มินว่าก็สู้ได้อยู่ ถึงสวนจะมีขนาดเล็กกว่า แต่ใบไม้ก็สวยจนเดินเล่นเพลินเลยเหมือนกัน ใครที่อยากชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ แต่เบื่อคนเยอะ ถ่ายรูปมุมไหนก็ติดแต่คน แถมขี้เกียจออกนอกเมือง ก็แนะนำที่นี่เลย เดินทางง่าย ไม่ไกล แถมคนไม่มีอีกต่างหาก ดูจากรูปได้เลย ออกจะวังเวงนิดๆ ด้วยซ้ำ 5555555








บรรยากาศสวนยางแจร่มรื่นดีมากเลยค่ะ ส่วนตัวคือชอบมากๆ อยากกลับไปอีกเหมือนกันถ้ามีเวลา ใครที่ชอบความสงบ อยากเดินชมบรรยากาศแบบค่อยๆ ซึมซับ หรืออยากได้มุมถ่ายรูปที่ไม่มีคนรบกวน ที่นี่ก็มีต้นสนเหมือนกันนะ ถึงจะไม่มาก แต่ก็สวยอยู่





เอาเป็นว่าสวนยางแจ Yangjae Citizen's Forest แห่งนี้ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มินขอแนะนำแรงๆ ให้มาเที่ยวกันเลยล่ะค่ะ จะมาช่วงใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ แบบนี้ก็ได้ หรือใครอยากจะมาพักผ่อนหย่อนใจในช่วงเวลาอื่นก็ได้เช่นกัน สวนนี้เขาเปิดตลอดเวลาทุกวัน 24 ชั่วโมงเลยล่ะ ลองปลีกตัวออกมาจากในเมือง หลีกหนีผู้คน มาปล่อยใจปล่อยเวลาไปกับบรรยากาศสบายๆ ร่มรื่นของสวนยางแจแห่งนี้ ก็ดีเหมือนกันนะคะ ^^


วิธีเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย Shinbundang (สีแดง) ลงสถานี Yangjae Citizen's Forest ทางออกที่ 5 เดินตามถนนแล้วลอดใต้สะพานไป ก็จะเจอคลองและทางเดินเข้าสวนแบบนี้ค่ะ ก็เดินข้ามคลองไปได้เลย


7 พฤศจิกายน 2562

10 สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสี เกาหลี ที่ต้องไป!


ที่เกาหลีกำลังเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแบบสมบูรณ์แล้วนะคะตอนนี้ แม้ว่าตามแนวเทือกเขาใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีมาตั้งแต่เดือนตุลาคม แต่กว่าจะไล่มาจนถึงในตัวเมืองโซล ก็ย่างเข้าต้นเดือนพฤศจิกายนนี่ล่ะค่ะ ส่วนตามสถานที่ท่องเที่ยวเมืองใกล้ๆ ก็กำลังเปลี่ยนสีสวยงามเลยตอนนี้ มินก็เลยรวบรวม 10 สถานที่น่าเที่ยวสำหรับการไปชมใบไม้เปลี่ยนสี เกาหลี ที่แนะนำเลยว่าต้องไป! มาให้แล้วในเอนทรี่นี้ค่ะ ใครจะสะดวกตามไปชมที่ไหนกันนั้น มินรีวิววิธีการไปให้เรียบร้อยแล้ว บอกเลยว่า ทั้งหมดนี้มินเลือกมาเองเลยเพราะว่าเคยไปมาแล้วทั้งสิ้นและประทับใจทุกที่เลยค่ะ



1.เกาะนามิ (Nami Island) ถ้าพูดถึงใบไม้เปลี่ยนสี เกาหลี ทุกคนก็ต้องนึกถึงที่นี่เป็นที่แรก ใช่แล้วค่ะ เกาะนามิ ต้องบอกเลยว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี เกาะนามิแห่งนี้ก็ยังคงมีเสน่ห์ไม่จืดจาง ยังคงสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หลั่งไหลกันมาเที่ยวที่นี่ได้ทุกปี หรือจะพูดให้ถูกคือตลอดปีนั่นเอง เพราะไม่ได้สวยแค่ฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้นนะ แต่ถ้าใครอยากเห็นใบไม้เปลี่ยนสีแบบพีคๆ แบบเต็มๆ ล่ะก็ มินก็แนะนำว่าต้องมาที่เกาะนามินี่ล่ะค่ะ ไม่ผิดหวังแน่นอน


วิธีไป : เกาะนามิสามารถเดินทางไปได้หลายวิธี สามารถอ่านแบบละเอียด ได้ที่นี่


2.สวนมอนิ่งคาม (The Garden of Morning Calm) ไม่ไกลจากเกาะนามิ สามารถเดินทางมาเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสี เกาหลี ได้อีกที่นึง นั่นก็คือ สวนมอนิ่งคาม สวนสวยอีกแห่งที่แนะนำเลยว่าต้องมา เพราะว่าในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนั้น ที่สวนนี้นอกจากปกติจะเต็มไปด้วยดอกไม้ตามฤดูกาลแล้วนั้น ยังจะมีความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีตามธรรมชาติอีกด้วย เพราะเป็นสวนที่อยู่ติดเขา จึงทำให้ได้เห็นความสวยงามของสวนที่เต็มไปด้วยป่าอันสดชื่น


วิธีไป : สวนมอนิ่งคามสามารถเดินทางไปได้หลายวิธีเช่นกัน ดูแบบละเอียด ได้ที่นี่


3.สวนยางแจ (Yangjae Citizen's Forest) สวนนี้ต้องบอกว่าน้อยคนที่จะรู้จักหรือเคยมา เพราะที่นี่ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นสวนสาธารณะที่คนเกาหลีมาพักผ่อน หรือออกกำลังกายกัน มินบังเอิญได้ไปเดินเล่นที่นั่นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ก็เลยได้พบว่า แท้จริงแล้วที่สวนยางแจนั้นเป็นอีกสถานที่นึงที่มีใบไม้เปลี่ยนสีสวยมากกกกกกกกก มินเรียกว่าเกาะนามิของกรุงโซลเลยล่ะค่ะ เพราะบรรยากาศของต้นไม้นั้นมีความคล้ายคลึง แม้จะมีขนาดที่เล็กกว่า แต่ก็สงบเงียบกว่า คนน้อยกว่า ไม่มีนักท่องเที่ยวเลย (ตอนมินไป) มีแต่คนเกาหลีมาเดินออกกำลังกาย เราสามารถเดินเล่นพักผ่อนถ่ายรูปได้แบบชิลด์ๆ เลยล่ะค่ะ แถมอยู่ในโซลนี่เอง เดินทางก็ง่ายและไม่ไกลอีกด้วย


วิธีไป : รถไฟใต้ดินสาย Shinbundang ลงสถานี Yangjae Citizen's Forest ทางออกที่ 5


4.สวนยงซาน (Yongsan Family Park) อีกหนึ่งสวนสาธารณะที่มีใบไม้เปลี่ยนสีให้ชม แต่คนไม่ค่อยรู้จัก ตั้งอยู่ในโซลนี่เองค่ะ ถ้านึกไม่ออกว่าที่นี่อยู่แถวไหน บอกให้ว่าอยู่ไม่ไกลจากย่านอิแทวอนนั่นเอง สวนยงซานเป็นอีกที่ที่ไม่ค่อยพบเจอนักท่องเที่ยว มินไปมาก็เจอแต่คนเกาหลี แถมไม่เยอะอะไรมากมาย เดินเล่น นั่งเล่น ได้สบายๆ บรรยากาศดีมากๆ ค่ะ แถมใบไม้เปลี่ยนสีก็สวยไม่แพ้ใคร มีขนาดใหญ่กว่าสวนยางแจ แถมที่นี่ยังมีงานศิลปะเก๋ๆ แทรกอยู่ในสวนด้วย และด้านในยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลี (The National Museum of Museum) และพิพิธภัณฑ์ภาษาเกาหลีแห่งชาติ (National Hangeul Museum) สองพิพิธภัณฑ์ที่ควรค่าแก่การเข้าไปชมด้วยค่ะ


วิธีไป : รถไฟใต้ดินสาย 4 ลงสถานี Ichon ทางออกที่ 2


5.โซลฟอร์เรส (Seoul Forest) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่หลายคนมองข้าม ที่สวนโซลฟอร์เรสนั้นจัดได้ว่าเป็นสวนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของกรุงโซล และมีสวนสาธารณะเล็กๆ ด้านในรวมกันถึง 5 สวน เป็นสถานที่พักผ่อนของชาวเกาหลีที่นิยมมาเที่ยวกันทุกฤดู โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วงที่บอกเลยว่าห้ามพลาด เพราะโซลฟอร์เรสเป็นอีกแห่งที่เมื่อใบไม้เปลี่ยนสีพีคแล้ว สวยงามมากๆ สีสันใบไม้แดงเหลืองสะพรั่งไปหมดทุกพื้นที่ ถ้าอยากหาสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสี เกาหลี ในโซล แบบที่เดินทางไม่ไกล มินก็ขอแนะนำที่นี่อีกแห่งนึงค่ะ และอย่าลืมเดินลึกเข้าไปด้านในให้ถึงสะพาน Cloud Bridge เพื่อชมวิวแม่น้ำฮันได้จากที่นี่ค่ะ


วิธีไป : รถไฟใต้ดินสาย Bundang ลงสถานี Seoul Forest ทางออกที่ 3 แต่ถ้าใครอยากจะมาลงที่สะพาน Cloud Bridge เลย ให้นั่งรถเมล์สาย 121, 141, 145, 148, 463 มาลงที่ป้าย Ttukseom Seoul Forest (뚝섬서울숲) ก็จะมาเจอทางเข้าตรง Gate 9 ซึ่งจะเจอสะพานพอดีค่ะ


6.โซลแกรนด์พาร์ค (Seoul Grand Park) ถ้าถามถึงที่ไหนในโซลที่เห็นใบไม้เปลี่ยนสีก่อนใคร และมีใบไม้เปลี่ยนสีเยอะๆ นั้น ก็ต้องบอกว่าที่นี่แหละค่ะ โซลแกรนด์พาร์ค ซึ่งไม่ใช่สวนสาธารณะทั่วไป แต่เป็นทั้งสวนดอกไม้ สวนสัตว์ และสวนสนุก ในพื้นที่เดียวกัน ด้วยเพราะอยู่บนเขาจึงทำให้ใบไม้เปลี่ยนสีไวกว่าสวนที่อยู่ในเมือง และด้วยความที่มีต้นไม้มากมายในสวนขนาดใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโซล ทำให้มีใบไม้เปลี่ยนสีให้เราชมเยอะมากๆ เรียกได้ว่าทั้งสวนและเรียงรายไปตลอดทางตั้งแต่ทางเข้าเลยล่ะค่ะ ถ้าใครมาเป็นครอบครัวหรือพาเด็กๆ มาด้วยแล้วนั้น มินก็แนะนำให้แวะมาที่นี่ เพราะเที่ยวได้ทุกเพศทุกวัย มีสวนสัตว์ให้ชม มีสวนสนุกให้เด็กๆ ได้เล่น แต่ถ้าจะมาเดินเล่นชมใบไม้เปลี่ยนสีเฉยๆ ก็ได้ แค่ต้องเสียค่าเข้าไม่ฟรีเหมือนที่อื่นเท่านั้นเองค่ะ


วิธีไป : รถไฟใต้ดินสาย 4 ลงสถานี Seoul Grand Park ทางออกที่ 2


7.พระราชวังชางด็อกกุง (Changdeokgung Palace) อีกหนึ่งสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสี เกาหลี ในโซล ที่อยากจะให้มากันก็คือที่พระราชวังชางด็อกกุงค่ะ ที่พระราชวังแห่งนี้เมื่อถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะสวยงามเป็นที่กล่าวขานอย่างมาก เพราะด้านในลึกสุดของพระราชวังมีสวนแห่งความลับ หรือสวนฮูวอน (Huwon) ที่เต็มไปด้วยต้นไม้เต็มสวน ทำให้เราจะสามารถเห็นใบไม้เปลี่ยนสีได้เยอะกว่าพระราชวังอื่นๆ ในโซลค่ะ นอกจากภายในสวนฮูวอนแล้วบรรยากาศภายในของพระราชวังก็เต็มไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสีเช่นกัน แถมพระราชวังก็สวยงาม และได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ว่าเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในปี 1997 ด้วย


วิธีไป : รถไฟใต้ดินสาย 3 ลงสถานี Anguk ทางออกที่ 3


8.อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน (Seoraksan National Park) อุทยานที่ขึ้นชื่ออย่างมากว่ามีใบไม้เปลี่ยนสี เกาหลี ที่สวยเป็นอันดับต้นๆ และได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวทั้งเกาหลีและต่างชาติ ตั้งอยู่บนเขาซอรัคซานยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาแทแบคซาน ในจังหวัดคังวอนโด พรั่งพร้อมไปด้วยภูมิทัศน์และทัศนียภาพที่สวยงามตลอดทั้งปี ซึ่งนอกจากใบไม้เปลี่ยนสีจะสวยงามมากแล้วนั้น ในช่วงฤดูหนาวที่ยอดเขาซอรัคซานก็สวยไม่แพ้กัน เพราะจะมีหิมะปกคลุมยอดเขาจนขาวโพลนไปหมดเลยค่ะ


วิธีไป : ขึ้นรถบัสที่สถานี Dong Seoul Bus Terminal (รถไฟใต้ดินสาย 2 ลงสถานี Gangbyeon) ไปลงยังสถานี Sokcho Intercity Bus Terminal จากนั้นขึ้นรถเมล์สาย 7-1 หรือ 9-1 ไปลงยังหน้าทางเข้าอุทยานได้เลยค่ะ ลงที่ป้ายสุดท้ายเลยคือป้าย Seoraksan Sogongwon ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ถ้าใครจะนั่งแท็กซี่ไปก็จะประมาณ 20 นาทีค่ะ


9.อุทยานแห่งชาติแนจางซาน  (Naejangsan National Park) อุทยานที่สวยและเป็นที่นิยมเป็นอันดับที่สองรองจากซอรัคซานค่ะ เพราะว่าเดินทางไปง่าย แถมความสวยงามก็อลังการไม่ด้อยไปกว่ากันเลย ใครที่เคยไปซอรัคซานแล้วลองเปลี่ยนไปแนจางซานดูบ้าง รับรองว่าประทับใจค่ะ เพราะอุทยานแห่งชาติแนจางซานโดดเด่นไปด้วยอุโมงค์เมเปิ้ลหลากสีที่เรียงรายสวยงาม เป็นสถานที่ที่คนเกาหลีนิยมมาเทรคกิ้งกันเยอะมากๆ แต่ก็นิยมมาชมใบไม้เปลี่ยนสี เกาหลี ด้วยเช่นกัน เพราะด้านในมีวัดสวยๆ และศาลากลางน้ำ ที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยล่ะค่ะ


วิธีไป : ขึ้นรถบัสสาย Honam Line ที่สถานี Central City Terminal (รถไฟใต้ดินสาย 3, 7 ลงสถานี Express Bus Terminal) ไปลงยังสถานี Jeongeup Intercity Bus Terminal จากนั้นขึ้นรถเมล์สาย 171 ไปลงที่ป้าย Service Area.Naejang Bus Terminal ก็จะถึงหน้าทางเข้าอุทยานเลยค่ะ


10.หมู่บ้านศิลปะเฮรี (Heyri Art Valley) สถานที่สุดท้ายในการไปชมใบไม้เปลี่ยนสี เกาหลี ที่ต้องไป!  ออกนอกเมืองไปอีกฝั่งกันบ้าง มาที่เมืองพาจู เมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลายแห่ง รวมถึงที่นี่ด้วย หมู่บ้านศิลปะเฮรี ที่นอกจากภายในจะเต็มไปด้วยงานศิลปะทุกแขนงมากมายแล้วนั้น ยังมีคาเฟ่เก๋ๆ ให้แวะเข้ากันได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ และที่เด็ดไปกว่าการมาชมงานศิลปะอาร์ตๆ ก็คือหากมาที่นี่ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ก็จะได้เห็นความสวยงามในอีกรูปแบบหนึ่งที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง ว่าสถานที่เที่ยวแห่งนี้จะมีใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ให้ชมกันด้วย ใครที่ชอบถ่ายรูปมาที่นี่ฟินแน่นอน เพราะแค่ตึกอาร์ตๆ ร้านตกแต่งสวยๆ ก็กดชัตเตอร์กันไม่ยั้ง นี่ยิ่งได้ฉากหลังเป็นใบไม้เปลี่ยนสีแล้วด้วยนั้น ถ่ายรูปสนุกสนานได้สีสันและบรรยากาศที่ดีกว่าเดิมแน่นอนค่ะ


วิธีไป : รถไฟใต้ดินสาย 2 ลงสถานี Hapjeong ทางออกที่ 2 ขึ้นรถเมล์สาย 2200 ไปลงที่ป้าย Heyri ได้เลย รถจอดหน้าหมู่บ้านเลยค่ะ


และทั้งหมดนี้ก็คือ 10 สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีเกาหลีที่ต้องไป ที่มินเอามาแนะนำกันจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยไปเยือนมาแล้วทั้ง 10 แห่งนี้ และการันตีเลยว่าถ้าไปถูกช่วงถูกเวลา รับรองว่าสวยแท้แน่นอนแบบในรูปข้างบนเลย เพราะฉะนั้นตอนนี้ใครกำลังมองหาที่ชมใบไม้เปลี่ยนสี เกาหลี อยู่ล่ะก็ มินก็แนะนำสถานที่เหล่านี้เลยค่ะ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน ^^