6 สิงหาคม 2557

LOTTERIA ไก่ทอดแฟรนไชส์สัญชาติเกาหลี


คนเกาหลีจะชอบกินไก่ทอดกันมากๆ ค่ะ และทำให้มีวัฒนธรรมที่เรียกว่า "ชีแม็ก" แบบที่มินพูดถึงบ่อยๆ นั่นก็คือ ไก่ทอด+เบียร์ ส่วนใหญ่เราจะเห็นร้านไก่ทอดใหญ่ๆ ที่เปิดตอนดึกๆ จะเต็มไปด้วยขาดริ๊ง ที่นิยมมานั่งจิบเบียร์แกล้มไก่ทอดกับเพื่อนฝูงกันเสียส่วนมาก แล้วคนที่มาคนเดียว หรือไม่นิยมดื่มเบียร์ แต่อยากลองกินไก่ทอดเกาหลีบ้าง จะทำยังไง? มินแนะนำร้านนี้เลย LOTTERIA (롯데리아) ร้านไก่ทอดแฟรนไชส์สัญชาติเกาหลีค่ะ


LOTTERIA  เป็นร้านขายอาหารฟาสฟู้ดที่เน้นไปที่ไก่ทอด รวมถึงมีเมนูอื่นๆ เช่น แฮมเบอร์เกอร์ด้วย (คล้ายๆ ร้าน KFC และ McDonald's) บริหารกิจการโดยบริษัทชื่อดังอย่าง LOTTE ที่มีเครือข่ายธุรกิจมากมายในเกาหลี อาทิ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า สวนสนุก ร้านอาหาร (T.G.I. Friday's) ร้านกาแฟ (Angel in us Coffee) และมินิมาร์ทอย่าง 7-ELEVEN เป็นต้น ร้านนี้เป็นแฟรนไชส์ที่มีมานาน เปิดมาตั้งแต่ปี 1979 สาขาแรกอยู่ที่ย่านโซกงดง (소공동) นับถึงวันนี้ก็ 35 ปีแล้วล่ะค่ะ นับว่าไม่เก๋าจริง อยู่ไม่ได้ถึงวันนี้เลยนะเนี่ย ซึ่งเขายังมีสถิติที่บันทึกไว้ด้วยนะคะว่าสามารถทำยอดขายรวมทั้งหมดได้ถึง 1,000 ล้านวอน (ประมาณ 320 ล้านบาท) ในปี 1987 เท่ากับว่าในระยะ 8 ปี ก็เฉลี่ยปีละประมาณ 40 ล้านบาท ย้อนกลับไปสามสิบกว่าปีก่อน ก็ถือว่าเยอะมากๆ เลย

และด้วยความที่เป็นร้านแฟรนไชส์ เราจึงสามารถพบเห็นร้านนี้ทั่วไปหมด ไม่ว่าจะเดินไปที่ย่านไหนๆ ก็หากินได้ไม่ยาก เหมาะสำหรับคนที่เดินทางคนเดียว ไม่ต้องกังวลว่าถ้าเข้าร้านใหญ่ๆ สั่งเป็นจานแล้วกินคนเดียวจะไม่หมด แถมไม่มีเพื่อนนั่งจิบเบียร์อีกด้วย ลองเปลี่ยนมาดื่มน้ำอัดลมกับไก่ทอดแบบชิลๆ แบบนี้แทนแล้วกันนะคะ (ถ้าไม่กลัวอ้วน อิอิ)


ก่อนจะไปชมร้าน มินขอเล่าประวัติคร่าวๆ นิดนึง ในปี 1992 เขาได้บันทึกไว้ว่า ได้เปิดแฟรนไชส์สาขาที่ 100 ที่แทฮังโน และในปีเดียวกัน ก็ได้เพิ่มเมนูฟิวชั่นอย่าง พุลโกกิแฮมเบอร์เกอร์ ด้วยล่ะค่ะ และในปี 1994 ก็ได้เปิดสาขาในต่างประเทศที่แรกคือที่ปักกิ่ง ประเทศจีน จนกระทั่งถึงปี 2012 ก็มีสาขาในเกาหลีครบ 1000 สาขา และสาขานั้นก็อยู่ที่ย่านจงโนนั่นเอง และในปัจจุบันปี 2014 ก็มีสาขาในเกาหลีที่ยังคงเปิดอยู่รวมทั้งสิ้น 755 สาขา (แปลว่ามีปิดไปบ้างแล้ว) เอาล่ะคราวนี้ไปดูร้านกันค่ะ มินแวะมากินที่สาขาฮงแด แน่นอนเพราะมันใกล้ที่พักมากๆ เวลาดึกๆ หิว ไม่รู้จะกินอะไร มินก็เดินมาที่นี่แหละ เพราะสาขานี้เปิด 24 ชั่วโมงเลย


คนในร้านไม่ค่อยมี เพราะตอนมินมาก็เวลาประมาณสี่ทุ่มแล้วล่ะค่ะ ชั้นบนก็ปิดแล้ว เหลือให้บริการที่นั่งแค่ชั้นล่างเท่านั้น (สาขานี้มี 3 ชั้น)




ในร้านอาหารหรือร้านกาแฟที่เกาหลี หลายๆ ร้านจะมีกล่องแบบนี้อยู่ ซึ่งถ้าในร้าน LOTTERIA ก็จะมีทุกสาขา 


กล่องที่ว่านี่มีไว้สำหรับชาร์ตแบตเตอร์รี่อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ต่างๆ อาทิ โทรศัพท์มือถือ หรือ โน้ตบุ๊ก เนื่องจากที่นั่น ไม่มีอุปกรณ์ที่เรียกว่า Power Bank แบบบ้านเราค่ะ เขาไม่รู้จักและไม่นิยมใช้กัน แต่คนเกาหลีจะใช้การพกแบตเบอร์รี่มือถือแบบเป็นก้อนไปเลย คือเขาจะมีตลับใส่แบตแล้วพกไปเสียบชาร์ตไฟนอกบ้าน หรือถ้าใครไม่ได้พกมา ก็เอาสายชาร์ตมาเสียบที่นี่ได้เลย สะดวกมากกกก เห็นมั้ยว่า ไม่จำเป็นต้องมี Power Bank เลย

*คนเกาหลีจะเรียกโทรศัพท์มือถือว่า Hand Phone อ่านออกเสียงแบบคนเกาหลีคือ "แฮน-ดึ-โพน" ด้วยเพราะต้องใช้มือถือเวลาคุยนั่นเอง ตรงตัวเลยเนอะ (ไม่ได้เรียก Cell Phone หรือ Mobile Phone ค่ะ)


ร้านอาหารแฟรนไชส์แบบนี้ ก็มีกระดิ่งเช่นกัน เนื่องจากว่าแม้จะเรียกว่าฟาสฟู้ด แต่ถ้าสั่งพวกของทอดต่างๆ แล้วล่ะก็ จะไม่ได้ในทันทีต้องรอค่ะ เพราะเขาจะทอดใหม่ๆ ให้เราเลย เพราะฉะนั้น ถ้าใครเดินหิวตาลายเข้ามา รอไม่ไหว แนะนำให้สั่งเบอร์เกอร์ค่ะ



มินตั้งใจมากินไก่ทอดค่ะ เพราะว่าชอบ และอย่างที่บอกคือ ไปกินร้านใหญ่ๆ คนเดียว คงไม่โอเท่าไหร่ เลยเลือกร้านแบบนี้แทน สั่งมากินคนเดียวแบบเบาๆ เลือกสั่งเป็น Fire Wing (화이어윙) หรือปีกไก่ทอด 2 ชิ้นราคา 2200 วอน (ประมาณ 70 บาท) Potato (포테이토) หรือเฟรนช์ฟรายนั่นเอง ราคา 1400 วอน (ประมาณ 50 บาท) และ Cola (콜라) 1700 วอนค่ะ (ประมาณ 54 บาท)


ถ้าเทียบกับไก่ทอดในร้านแฟรนไชส์บ้านเราแล้ว ก็ถือว่าแพงกว่าเท่าตัวเลย เพราะสองชิ้นที่ว่านี้ เทียบเท่ากับปีกไก่ทอดบ้านเรา 1 ชิ้น แถมไม่มีปลายปีกอีกด้วยอะ >.< เคยถามเพื่อนเกาหลีมา เพราะว่ามินอ่ะ เป็นคนที่ชอบกินปลายปีกมาก เพื่อนบอกว่า คนเกาหลีส่วนมากไม่ค่อยนิยมกินกัน ร้านไก่ทอดบางร้านเลยไม่มี แต่ตามร้านไก่ทอดใหญ่ๆ มีนะคะ แต่บางคนเขาไม่กินกัน อ้อ ไก่ทอดที่ร้านนี้ เขานำเข้าไก่มาจากเดนมาร์กค่ะ


นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆ ที่มินไปลองมาด้วย เพราะว่ามินมาที่ร้านนี้หลายครั้งค่ะ แต่จะเอาภาพมาลงรวมๆ ให้ดูกันเนอะ อันนี้เป็น Squid Ring (오징어링) เป็นปลาหมึกโดนัทค่ะ ราคาก็ 1 ที่ มี 3 ชิ้น ราคา 1900 วอน 


ข้างในจะเป็นเนื้อปลาหมึกสับผสมเครื่องปรุง รสชาติก็โอเคค่ะกินเพลินๆ แต่ถ้าใครไม่ชอบอะไรคาวๆ อันนี้มินว่ามันยังมีรสคาวหน่อยๆ ค่ะ ซึ่งปลาหมึกนี้เขาก็นำเข้ามาจากเปรู และการทานอาหารในร้านฟาสต์ฟู้ดที่นี่ จะไม่มีจานชามช้อนส้อมมีดใดๆ นะคะ มือล้วนๆ เลยจ้า ในต่างประเทศเขาจะทานกันแบบนี้แหละค่ะ (มินไปประเทศอื่นก็เหมือนกัน) ดูเหมือนจะมีแค่ที่ประเทศไทยบ้านเราที่เดียว ที่มีส้อมกับมีดให้ ส่วนซอสมะเขือเทศนั้น ก็จะมาในรูปแบบซอง และให้มาเพียง 1-2 ซองเท่านั้น ใครที่ติดกินซอสมะเขือเทศ อาจจะรู้สึกขัดใจนิดหน่อยนะคะ



วันนั้นไปสั่งไก่ทอดมากินด้วยเหมือนกัน หรือเมนูในร้านชื่อว่า Chicken (치킨) ราคาชิ้นละ 2200 วอน


เมนูไก่ทอดอันนี้ของที่ร้านกลับไม่ได้นำเข้านะคะ แต่เป็นไก่ในประเทศเอง มินชอบไก่ทอดร้านนี้มากๆ กรอบนอกนุ่มในจริงๆ ค่ะ แป้งเขาจะบางกรอบ ส่วนเนื้อข้างในจะชุ่มไม่แห้ง แล้วทอดใหม่ๆ มาเสิร์ฟเราเลย อร่อยเหาะมากกกกกกกก


ไก่ทอดที่นี่จะมีแค่เนื้อน่องกับสะโพก หรือมีเนื้ออกด้วยรึเปล่ามินก็ไม่แน่ใจ แต่มากินทีไรไม่เคยเจอเนื้ออกง่ะ บางคนคงสงสัยว่า ถ้าใช้มือหยิบกินมือก็เลอะน่ะสิทำยังไง แฮ่..มินเองก็ไม่รู้เหมือนกันอ่ะค่ะ เพราะที่นี่ก็ไม่ได้มีอ่างล้างมือแบบบ้านเราง่ะ (หรือมินหาไม่เจอเองหว่า?) มินเลยใช้กระดาษทิชชู่เช็ดๆ มือแทน โชคดีที่เป็นคนพกทิชชู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว แล้วพอเดินกลับมาบ้านพัก ก็ค่อยล้างมืออีกที ดูลำบากเน๊าะ >.<


บางวันมินก็แก้ปัญหาด้วยการซื้อกลับบ้านเสียเลย แล้วมานั่งกินที่ที่พักแทน ในภาพที่เห็นกลมๆ นั่นคือ Crunchy Shrimp (크런치새우) มันคือกุ้งสับผสมมะพร้าวแล้วเอาไปทอดค่ะ ราคา 1900 วอน อันนี้เป็นกุ้งนำเข้าเหมือนกัน แต่ไม่ได้บอกว่ามาจากประเทศอะไร เหอๆ รสชาติก็แปลกๆ ดี แต่เมนูนี้ไม่อร่อยเท่ากุ้งโดนัทเคเอฟซี (ของโปรด) บอกเลย 5555555 ส่วนแก้วน้ำในภาพนั้น มินเดินกินกาแฟแล้วมันหมดเหลือแต่น้ำแข็ง เลยแวะซื้อเป๊บซี่กระป๋องใน 7-11 ใกล้ที่พัก ราคาถูกกว่าซื้อมาจากร้าน อิอิ แอบประหยัดนิดนึง


เห็นรีวิวกันยาวๆ แบบนี้ คงนึกอยากลองกินกันบ้างแล้วใช่มั้ยล่าาาา วันไหนหิวยามดึก ก็ลองแวะไปกินกันดู หรือไปเที่ยวคนเดียว ไม่รู้จะกินเมนูอะไร ก็ให้ร้าน LOTTERIA เป็นอีกทางเลือกก็แล้วกันค่ะ สำหรับใครที่พักแถวฮงแดแบบมิน ร้าน LOTTERIA จะอยู่หน้าม.ฮงงิกแบบนี้เลย หาง่ายมากๆ และหากมากินร้านอาหารฟาสฟู้ดแบบนี้ เมื่อกินเสร็จแล้ว "ต้องเก็บถาดอาหารและทิ้งเศษขยะเอง" ด้วยนะคะ ในร้านจะมีถังให้เราแยกทิ้งเสร็จสรรพ ก่อนทิ้งก็ดูดีๆ ก่อนนะคะ อันไหนใส่เศษอาหาร อันไหนใส่เศษกระดาษ (กระดาษรองและแก้ว) อันไหนใส่พลาสติก (ฝาแก้วและหลอดดูดน้ำ) ไปต่างประเทศควรทำให้ติดและชินเป็นนิสัยนะคะ เพราะที่ต่างประเทศต้องเก็บเองและแยกขยะ ไม่มีพนักงานมาเก็บโต๊ะให้แบบที่บ้านเราค่ะ


ตัวอย่างใบเสร็จที่เก็บมาให้ดู นี่แค่ส่วนหนึ่งนะคะ เพราะบางอันก็หายไปแล้ว เป็นการการันตีว่า มากินบ่อยจริงๆ 55555



เอนทรี่หน้า มินจะพาไปกินอะไรที่ไหนอีก ก็รอติดตามอ่านกันได้นะคะ ^^

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น