11 กรกฎาคม 2559

ขั้นตอนการรับซิมการ์ด EG Sim พร้อมวิธีการใช้และการเติมเงิน


หลังจากที่มินได้เขียนอธิบายถึง วิธีการซื้อ EG Sim Card ผ่านทางเว็บไซต์เกาหลี กันไปแล้วนั้น คราวนี้ก็ถึงเวลามาดูขั้นตอนในการไปรับซิมการ์ดที่เกาหลีกันค่ะ ในที่นี้ มินได้ไปรับที่สนามบินอินชอนนะคะ ซึ่งวิธีการไปรับก็ง่ายๆ เหมือนกันทุกที่ ใครที่จะไปรับที่สนามบินเหมือนกัน มินก็จะบอกพิกัดของเคาน์เตอร์ให้ค่ะ ตามมาดูกัน

สำหรับคนที่ทำรายการสั่งซื้อซิมการ์ด ผ่านทางเว็บไซต์ และทำการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วนั้น (อ่านรายละเอียดวิธีการซื้อ) ในขั้นตอนการสั่งซื้อ จะมีรายละเอียดให้เราเลือกว่าจะไปรับซิมการ์ดที่ไหน มินเลือกที่สนามบินอินชอนอย่างที่บอกไปนะคะ

สถานที่รับซิมการ์ดที่สนามบินอินชอน มีจุดรับได้ 2 จุด
1.Airport AREX Desk  (ถ้าใครมาถึงเช้ามากๆ ก่อน 9:00 แนะนำให้เลือกรับที่นี่ เพราะเปิดเช้าค่ะ) เคาน์เตอร์จะอยู่ที่ชั้น 1 อาคารผู้โดยสาร ใกล้กับ Gate D ในภาพแผนที่ด้านล่างคือตรงกรอบสีส้ม เคาน์เตอร์นี้เปิดทุกวัน เวลา 7:00-21:30 ค่ะ


2.Airport AREX Travel Center เคาน์เตอร์จะอยู่ที่ชั้น B1 อาคารผู้โดยสารเช่นกัน ลงบันไดเลื่อนไปชั้นล่าง  เคาน์เตอร์จะอยู่ใกล้ๆ กับสถานี AREX ในภาพแผนที่ด้านล่างคือตรงกรอบสีแดง เคาน์เตอร์นี้เปิดทุกวัน เวลา 9:00-21:30 




วิธีการรับซิมและเปิดใช้งาน
ก็ไม่มีอะไรมากค่ะ แค่ยื่นพาสสปอตและบอกเจ้าหน้าที่ว่ามารับซิมการ์ด แค่นี้เอง ก็จะได้ซิมการ์ดมาพร้อมกับคู่มือในซองพลาสติกหน้าตาแบบนี้ 


แกะซองออกมาก็จะมีคู่มือและมีข้อมูลต่างๆ บอกไว้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใช้ การเติมเงิน ค่าบริการ รวมถึงเวลาที่ซิมมีปัญหาใช้งานไม่ได้ ในคู่มือก็จะบอกวิธีแก้ไว้เสร็จสรรพ เป็นภาษาอังกฤษ และภาษาจีนค่ะ และเราก็จะได้เบอร์เกาหลีมาด้วย คือ 010-2846-xxxx (ขอปิดเลขท้ายนะคะ เนื่องจากเบอร์นี้ปัจจุบันมินยังคงใช้อยู่)




วิธีการใช้
Step 1 : ใส่ซิมการ์ดลงตัวเครื่องมือถือ (ใครที่ใช้ Nano Sim อย่าลืมเอาเข็มจิ้มถาดใส่ซิมไปด้วยนะคะ)
Step 2 : ปิดบริการ Data Roaming, Wi-Fi และ Airplane Mode และเปิด DATA Network
Step 3 : สังเกตสัญญาณว่าเชื่อมต่อเรียบร้อยแล้วหรือยัง หากเป็นมือถือระบบ Android จะขึ้นสัญลักษณ์ตัว H ส่วนถ้าเป็น iOS จะขึ้นสัญลักษณ์ว่า Olleh ค่ะ หากว่าสัญลักษณ์แสดงเรียบร้อยแล้ว แปลว่า สามารถใช้งานได้แล้วค่ะ 

จากนั้นก็จะมี SMS ขึ้นมามากมาย เป็นภาษาเกาหลีแบบนี้ ก็ไม่ต้องสนใจ ปล่อยผ่านไปค่ะ



เนื่องด้วยแพ็คเกจเน็ตที่มินลงทะเบียนตอนซื้อซิมการ์ดนั้น คือ Basic Plan  = Data 1 GB + เงินในซิม 10000 วอน พอเราใช้เน็ตไปแล้วใกล้หมด (เหลือ Data ต่ำกว่า 500MB) ก็จะมี SMS คอยส่งมาเตือนเราเป็นระยะๆ แบบนี้ พร้อมเตือนด้วยว่า ให้ซื้อแพ็คเกจเพิ่มภายในวันที่เท่าไหร่ ซึ่งวันที่นั้นจะภายใน 30 วัน ของวันที่เราเริ่มใช้งานวันแรกค่ะ อย่างในภาพคือ ให้เติมเน็ตภายในวันที่ 23 เมษายน 2559 เนื่องจากมินเริ่มใช้งานวันแรกวันที่ 24 มีนาคม 2559 นั่นเองค่ะ หากเราไม่ซื้อเน็ตเพิ่ม เมื่อถึงวันหมดอายุ แม้ว่า Data จะยังเหลืออยู่ ก็จะไม่สามารถใช้งานได้ค่ะ จะใช้งานได้แค่โทร

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


วิธีการเช็คเงิน และเน็ตคงเหลือ สามารถเช็คได้ 2 วิธีคือ
1. ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ www.egsimcard.co.kr โดยทำการล็อคอิน ใส่อีเมลและพาสเวิร์ดที่เราตั้งไว้ตอนสมัคร จำได้มั้ยคะ 


จากนั้นเลือกที่เมนู Check Balance & Usage ก็จะมียอดเงินคงเหลือ วันหมดอายุของซิมการ์ด จำนวน Data คงเหลือ และวันหมดอายุของแพ็คเกจเน็ต (30 วันนับจากวันที่เปิดใช้งานวันแรก) แสดงให้ดู ซึ่งในภาพมินทำให้ดูเป็นตัวอย่างนะคะ มันเลยไม่แสดงข้อมูลอะไร



และหากว่าต้องการเติมเงินเข้าระบบ ซื้อแพ็คเกจเน็ตเพิ่ม เช็คการใช้งาน เช็คยอดเงินคงเหลือ เช็ค Data คงเหลือ และประวัติการใช้งาน สามารถทำรายการผ่านทางนี้ได้เลย อย่างเช่น ถ้าต้องการเติมเงิน ก็เข้าไปที่เมนู Recharge ด้านบน และเลือก Voice ก็จะมาที่หน้านี้ค่ะ ก็กรอกรายละเอียดไป แล้วกด Recharge เป็นอันเสร็จ



2. ผ่านแอพพลิเคชั่น EG SIM ซึ่งทางแอพจะสะดวกกว่าทำผ่านหน้าเว็บมาก เนื่องจากเวลาทำรายการที่เกาหลี จะได้ไม่ต้องไปหาคอมพิวเตอร์ใช้ให้ยุ่งยาก เติมเงิน ซื้อแพ็คเกจต่างๆ ทางมือถือได้เลย แนะนำให้โหลดแอพติดมือถือไว้เลยค่ะ หน้าตาเป็นแบบนี้


จากนั้นมาดูขั้นตอนการทำรายการต่างๆ ผ่านแอพกันเลยทีละขั้นตอนแบบละเอียดค่ะ เริ่มจาก เปิดแอพพลิเคชั่น EG SIM ขึ้นมา แล้วเลือกภาษาอังกฤษ


ใส่เบอร์โทรศัพท์ของตัวเองลงไป แล้วกด Insert


เลือกเมนู Your Account


แล้วเลือกที่ Check Balance


ก็จะขึ้นหน้าตารายละเอียดแพ็คเกจของเราตามนี้ค่ะ ซึ่งเน็ตจะมีอายุการใช้งาน 30 วัน หลังจากใช้งานวันแรก ส่วนค่าโทรจะมีอายุประมาณ 4 เดือนค่ะ คือถ้าไม่เติมแพ็คเกจเน็ต แต่เงินค่าโทรยังเหลือ แม้จะใช้เน็ตไม่ได้แล้ว แต่ยังใช้โทรได้ ทั้งในประเทศเกาหลี และต่างประเทศค่ะ

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


วิธีการโทรกลับประเทศไทย
1. กดหมายเลข 080-870-7899 แล้วกดปุ่มโทรออก
2. กดเลือกภาษาที่ต้องการ 
3. กดรหัสทางไกล + เบอร์ปลายทาง (ตัด 0 ตัวหน้า) + # แล้วกดปุ่มโทรออก
ตัวอย่างเช่น มินจะโทรกลับไทยเบอร์ 02-995-8888 
ก็กด 66+2-995-8888# แบบนี้ค่ะ

วิธีการโทรจากไทยเข้าเบอร์เราที่เกาหลี 
กดรหัสทางไกล + เบอร์เกาหลี (ตัด 0 ตัวหน้า) แล้วกดปุ่มโทรออกได้เลยค่ะ
ตัวอย่างเช่น เบอร์เกาหลี EG SIM ของมินคือ 010-2846-xxxx
ก็กด 82+10-2846-xxxx แบบนี้ค่ะ


วิธีการเติมเงิน (ก่อนจะซื้อแพ็คเกจเน็ต ต้องมีเงินเหลือในมือถือเพียงพอก่อนถึงจะซื้อได้)
1. จากหน้านี้ ให้เลือกเมนู Top-Up


2. ในกรณีที่เราต้องการซื้อแพ็คเกจเน็ตเพิ่ม ก่อนอื่นเราต้องเติมเงินเข้าระบบก่อน แล้วถึงจะซื้อแพ็คเกจได้นะคะ โดยเลือกที่เมนู How to recharge voice balance of EG SIM ส่วนตารางข้างล่างคือราคาแพ็คเกจค่ะ เพื่อให้เทียบดูว่า เราควรเติมเงินเข้าไปเท่าไหร่ ถึงจะพอซื้อแพ็คเกจเน็ตนั่นเอง



3. เลือกวิธีการจ่ายเงิน ซึ่งจะมีให้เลือก 2 วิธีคือ Credit Card/Debit Card หรือบัตรเติมเงิน EG Prepaid Card (สามารถซื้อได้จากมินิมาร์ท) ในที่นี้มินจะทำรายการแบบจ่ายผ่านบัตรเครดิต/เดบิต ให้ดูนะคะ เพราะสะดวกกว่ามาก ก่อนอื่นดูจำนวนเงินคงเหลือในซิมก่อน ของมินเหลือ 8876 วอนค่ะ จากเดิมที่มี 10000 วอนใช่มั้ยคะ มินได้ใช้โทรกลับไทยไป 1 ครั้ง ก็เลยเหลือเท่านี้ ทีนี้มินต้องการซื้อแพ็คเกจเน็ตเพิ่มคือ 1 GB ราคา 16500 วอน เงินที่เหลือไม่พอ มินจึงเติมเพิ่มไป 20000 วอนค่ะ ซึ่งที่กรอบสีแดงด้านล่าง เราสามารถเลือกเติมเงินได้ตั้งแต่ 10000-100000 วอนค่ะ และอย่าลืมกรอกชื่อและนามสกุลเป็นภาษาอังกฤษ ที่ตรงกับบัตรเครดิต/เดบิต ที่เราจะใช้ในการจ่ายเงินด้วยนะคะ จากนั้นกด Payment

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


4. กรอกรายละเอียดของบัตรเราลงไปให้ครบ แล้วกด Send เป็นอันเรียบร้อยค่ะ


ซึ่งประเภทของบัตรที่ใช้ได้ จะมีตามนี้ค่ะ


5. หลังจากที่เราทำรายการเติมเงินเรียบร้อย ระบบจะส่ง SMS มาให้แบบนี้ จะเห็นได้ว่า จากที่มินมีเงินอยู่ 8876 วอน เติมเข้าไป 20000 วอน ก็จะเหลือ 28876 วอนนั่นเอง คราวนี้ก็มีเงินมากพอที่จะซื้อแพ็คเกจเน็ตได้แล้วล่ะค่ะ

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย

นอกจากจะเติมเงินผ่านบัตรเครดิต/เดบิตแล้ว ก็ยังมีอีกวิธีคือ เติมผ่านบัตรเติมเงิน EG Prepaid Card ซึ่งในหน้านี้ ก็เลือกที่ EG Card or Receipt of CVS แทน


คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


ซึ่งบัตรเติมเงิน หรือตัวเลขที่อยู่หลังใบเสร็จ ที่เติมมาจากมินิมาร์ทนั้น จะมีหน้าตาแบบนี้ ก็เอาตัวเลขไปกรอกในกรอบสี่เหลี่ยมตามภาพด้านบนค่ะ


สามารถสังเกตป้ายแบบนี้ที่จะติดอยู่ตามมินิมาร์ทก็ได้นะคะ เป็นป้ายที่บอกว่ามี EG Sim จำหน่าย ก็บอกพนักงานได้ว่า เราต้องการเติมเงิน (Recharge) 


หรือง่ายกว่าให้พนักงานจัดการเติมผ่านระบบให้ได้เลย แต่ต้องเติมที่ร้าน GS25 เท่านั้น และโชว์ข้อความ (ภาษาเกาหลี) ในกรอบสีฟ้าด้านล่างนี้ให้พนักงานอ่านนะคะ แล้วเขาจะเข้าใจได้เอง ซึ่งข้อความนี้จะอยู่ในหนังสือคู่มือที่มาพร้อมกับซิมการ์ดนั่นเอง และหากเติมที่ร้าน GS25 นั้น จะต้องเติมเป็นจำนวนเงิน 10000, 20000, 30000 ฯลฯ วอน คือต้องเป็นเลขกลมๆ จะเติม 15000 วอน แบบนี้ไม่ได้ค่ะ


ถ้าถามมิน มินว่าเติมเองผ่านแอพสะดวกสุดแล้ว แต่ถ้าใครไม่ได้พกบัตรเครดิต/เดบิตไป ก็แนะนำวิธีที่ให้พนักงานเติมให้ค่ะ เพราะสะดวก เนื่องจากมินพยายามเดินหาบัตรเติมเงิน EG Prepaid Card แล้วหลายๆ ร้าน แต่ก็ไม่เจอ ไม่รู้ว่ามีแค่บางสาขา หรือว่าหมดนะคะ เพราะไม่ได้ถามพนักงาน ก็เลยกลับมาเติมเองดีกว่า 


วิธีการซื้อแพ็คเกจเพิ่ม หลังจากที่มินเติมเงินไปแล้วนั้น ก็มาทำรายการซื้อแพ็คเกจเน็ตกันค่ะ
1. กลับมาที่หน้า Top-Up แล้วเลือกเมนู Application for data plans / Cancellation of data plans



2. เลือกแพ็คเกจที่ต้องการ มินเลือก Data Plus M 1 GB ราคา 16500 วอน จากนั้นกด Activating เป็นอันเสร็จ แค่นี้เราก็จะมีเน็ตใช้ต่อไปแล้วล่ะค่ะ

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย

3. และแน่นอนว่าเมื่อเราทำรายการอะไรก็ตามเสร็จสิ้น ระบบจะส่ง SMS มายืนยันแบบนี้ ถ้าไม่ได้รับอาจจะแปลว่า เราทำรายการไม่เสร็จ หรือไม่สมบูรณ์นะคะ

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


4. ลองเข้ามาเช็คยอดเงินเพื่อความชัวร์กันหน่อย โดยเข้าไปที่หน้า My Account ก็จะมีรายละเอียดตามนี้ค่ะ เป็นอันว่า มินได้ทำรายการซื้อแพ็คเกจเน็ตเรียบร้อยแล้ว สบายใจได้ละ ^^

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


วิธีเช็คประวัติการใช้งาน
1. ไปที่เมนู My Info แล้วเลือก Check usage history for Voice & Data




2. เลือกช่วงเวลาที่ต้องการเช็คประวัติ แล้วกด Go ค่ะ ส่วนถ้าใครต้องการเช็คประวัติการเติมเงินนั้น ที่หัวข้อด้านบน ก็เลือก Check top-up history แทนค่ะ



ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ กับขั้นตอนต่างๆ เพียงแต่อาจจะดูเยอะและยุ่งยากนิดหน่อย แต่ถ้าทำตามที่มินอธิบายไว้อย่างละเอียดแล้ว รับรองง่ายและไม่งงแน่นอน ซึ่งตอนนี้มินกลับมาไทยแล้ว แต่ซิมการ์ดนี้ก็ยังคงใช้ได้อยู่ เพราะว่าเมื่อเช็คล่าสุดนั้น ซิมการ์ดหมดอายุวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 นู่นแหน่ะค่ะ คงเพราะมินเติมเงินบ่อย ทุกครั้งที่เติมเงิน วันก็จะเพิ่มขึ้น แต่ตอนนี้ Dataมดอายุการใช้งานไปแล้ว หากมินกลับไปเกาหลีอีกครั้ง ก็แค่เติมเงินเข้าระบบ แล้วจัดการซื้อแพ็คเกจเน็ต ก็กลับมาใช้เน็ตในมือถือได้อย่างเดิมแล้วล่ะค่ะ



สำหรับใครสนใจที่จะใช้บริการ EG Sim นั้น ก็ได้รู้ขั้นตอนในการเปิดการใช้งาน รวมไปถึงการเติมเงินและซื้อแพ็คเกจกันแล้วนะคะ ก็หวังว่าขึ้นตอนต่างๆ ที่มินอธิบายไปอย่างละเอียดนี้นั้น จะช่วยให้การติดต่อสื่อสารในระหว่างท่องเที่ยวเกาหลีของทุกคนง่ายและสะดวกขึ้นกว่าเดิมนะคะ

7 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ26/8/59 16:45

    สอบถามเพิ่มเติมคือ ถ้าเอาซิมที่ว่านี้ เอามาใส่ใน pocket wifi ส่วนตัวของเราเองจะใช้งานได้ไหมครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ซิมการ์ดนี้ เป็นซิมการ์ดมือถือนะคะ มันไม่สามารถเอาไปใส่อย่างอื่นได้
      อีกอย่าง pocket wifi มันคือตัวปล่อยสัญญาณ wifi นะคะ มันไม่ต้องใช้ซิม

      ลบ
  2. เติมเงินผ่านแอพตอนอยู่ที่ไทยได้มั้ยคะ เพราะไม่อยากให้ซิมหมดอายุ เพื่อที่จะใช้ทริปหน้าอ่ะค่ะ แล้วถ้าเติมเงิน 1 ครั้ง จะเพิ่มวันหมดอายุของซิมออกไปกี่วันคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เติมได้เลยจ้ะ ซิมจะยืดเวลาหมดอายุทุกครั้งที่มีการเติมเงิน ครั้งละ 30 วัน ค่ะ

      ลบ
  3. ขอบคุณมากเลยคับ กำลัง งง กับการเติมเงินEGsim พอดี

    ตอบลบ
  4. อยากถามคะออกจากที่เรารับกระเป๋าแล้วเดินไปไกลไหมคะ ถ้าไปรับที่ Airport Arex desk พอดีไปกับทัวร์คะ จะได้ทำเวลาถูกคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. พอเรารับกระเป๋าเสร็จ ต้องผ่านศุลกากร แล้วเดินออกมายังอาคารผดส. ก็จะออกมาแล้วแต่ว่า Gate ไหน (น่าจะแล้วแต่ว่ามาสายการบินอะไร) แต่ส่วนมาก จะออก Gate D ก็อยู่ใกล้ๆ เคาน์เตอร์พอดีค่ะ

      ลบ