5 ตุลาคม 2558

อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน ความสวยงามในช่วงฤดูใบไม้ร่วง


เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง หนึ่งในสถานที่ที่ชาวเกาหลี รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาตินึกถึง ก็คือ อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน หรือ Seoraksan National Park (설악산국립공원) ค่ะ เพราะว่าที่นี่ขึ้นชื่อว่ามีใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดแห่งนึงในประเทศเกาหลี พอถึงฤดูใบไม้ร่วงของทุกๆ ปี อุทยานแห่งนี้จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาชมความสวยงามกันอย่างไม่ขาดสายเลยล่ะค่ะ

รูปปั้นหมี สัญลักษณ์ของที่นี่

เขาซอรัคซาน (Seoraksan) เป็นภูเขาที่สูงที่สุด ที่อยู่ท่ามกลางเขาแทแบคซาน ในจังหวัดคังวอนโด ที่พรั่งพร้อมไปด้วยภูมิทัศน์ และทัศนียภาพที่สวยงามตลอดทั้งปี ด้วยพื้นที่ทั้งหมด 398,539 ตารางกิโลเมตร ทางทิศตะวันออกของสันเขาจะเรียกว่า Oeseorak ส่วนทางทิศตะวันตกจะเรียกว่า Naeseorak ซึ่งคำว่า ซอรัคนั้น แปลว่า หิมะ ส่วนคำว่า อัคซาน แปลว่า ภูเขาลูกใหญ่ ที่มาของชื่อนี้ก็เพราะว่าหิมะที่เขานี้จะใช้เวลานานกว่าจะละลาย ทำให้ในช่วงฤดูหนาวที่นี่จึงเต็มไปด้วยหิมะสีขาวโพลน เปรียบเสมือน 'ภูเขาหิมะ' นั่นเอง และทำให้หลายคนเรียกที่นี่ว่า 'สวิตเซอร์แลนด์เกาหลี'

Photo by visitkorea.co.kr

Photo by visitkorea.co.kr

ในเดือนพฤศจิกายน ปี 1965 เขาซอรัคซานได้ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ในการอนุรักษ์ธรรมชาติ ก่อนที่ในปี 1970 จะถูกกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่ 5 ในประเทศเกาหลี หลังจากนั้นในเดือนธันวาคมปี 1973 ก็ถูกกำหนดให้เป็นอุทยานที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ และในเดือนสิงหาคมปี 1982 ที่นี่ก็ได้กลายเป็นเขตอนุรักษ์จาก UNESCO แถมยังได้รับการยอมรับจาก IUCN ว่าที่นี่มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และโดดเด่นอีกด้วยล่ะค่ะ สำหรับความนิยมที่สุดของการมาที่นี่ ก็คือในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ตั้งแต่ประมาณต้นเดือนตุลาคม ไปจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน เพราะจะเต็มไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงาม และชาวเกาหลีก็นิยมมาปีนเขาที่นี่ด้วยเช่นกันค่ะ



ในส่วนของอุทยานนั้น จะเรียกว่า Sogongwon Park (소공원) ค่ะ เป็นสถานที่แรกที่จะพบเมื่อเดินทางมาถึงที่นี่ สำหรับคนที่จะมาเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีเฉยๆ ไม่ได้จะมาปีนเขาอะไร ในบริเวณนี้ก็จะเต็มไปด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี ให้ได้ชมและถ่ายรูปสวยๆ กันค่ะ ซึ่งช่วงที่มินไปนั้น ก็ล่วงเข้าต้นเดือนพฤศจิกายนแล้ว เลยช่วงพีคหรือช่วงที่เปลี่ยนสีเต็ม 100% ไปแล้ว ทำให้ช่วงนี้นั้นบางต้นใบไม้ก็เริ่มร่วง สีสันก็ลดลงไปด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าใครจะมา มินแนะนำให้มาภายในเดือนตุลาคมจะดีที่สุดค่ะ





ใบสีเหลืองทองสวยมากๆ

และเมื่อมองจากตรงนี้ ก็จะเห็น Seorak Cable Car ด้วย ซึ่งเคเบิ้ลคาร์นี่ล่ะค่ะ ที่จะพาเราขึ้นไปยังจุดชมวิวบนเขาได้ เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาเที่ยวน้อย แต่ถ้าใครอยากจะเดินเขาขึ้นไปเองล่ะก็ย่อมได้ค่ะ เคเบิ้ลคาร์นั้น ให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 9:00-18:00 (ยกเว้นวันที่สภาพอากาศแย่) ค่าบริการ Round Trip ผู้ใหญ่ 10000 วอน เด็ก (อายุต่ำกว่า 14 ปี) 6000 วอน



ว่าแล้วเราก็เดินเข้าไปยังด้านในของอุทยาน เพื่อไปยังเคเบิ้ลคาร์กันเลยดีกว่าค่ะ





เมื่อเข้ามาในอุทยานเพียงนิดเดียว ก็จะเจอวัดชินฮึงซา หรือ Sinheungsa Temple (신흥사) ก่อนเลย ชื่อเดิมของวัดนี้คือ 'ฮยางซองซา' ถูกสร้างขึ้นโดยพระที่ชื่อว่า Jajangyulsa (자장율사) ในสมัยอาณาจักรชิลลา ก่อนที่หลังจากนั้น วัดแห่งนี้จะถูกทำลายและสร้างขึ้นใหม่หลายต่อหลายครั้ง ที่ด้านหน้าจะมีองค์พระที่ทำจากทองสัมฤทธิ์ มีขนาดสูงกว่า 10 เมตร ตั้งตระหง่านให้คนมากราบไหว้บูชาและขอพร


Photo by visitkorea.co.kr

ซึ่งนักท่องเที่ยวหลายคน ก็ทำบุญด้วยการซื้อกระเบื้องมุงหลังคาวัดแบบนี้



ส่วนบริเวณด้านในวัด ก็จะเป็นแบบนี้ค่ะ ใครจะแวะเที่ยวชมไหว้พระด้วยก็ได้นะ



Photo by visitkorea.co.kr

Photo by visitkorea.co.kr

Photo by visitkorea.co.kr

เดินต่อไปอีกไม่ไกล ก็ถึงสถานีเคเบิ้ลคาร์แล้วล่ะค่ะ ซึ่งการจะใช้บริการนั้น จะต้องไปซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์ข้างใน ซึ่งในตั๋วจะระบุเวลาของรอบที่เราจะได้ขึ้นไว้ให้ ซึ่งหากมีคนใช้บริการเยอะ อาจต้องรอนานเป็นชั่วโมงอยู่เหมือนกันค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วงแบบนี้ หรือในวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่ชาวเกาหลีจะมาเที่ยวที่นี่มากเป็นพิเศษค่ะ


Photo by visitkorea.co.kr

Photo by visitkorea.co.kr

Photo by visitkorea.co.kr

Photo by visitkorea.co.kr

ตอนที่มินไปโชคดีที่คนไม่ได้เยอะมาก อาจเพราะว่ามาในช่วงที่เลยช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสีไปแล้ว จึงรอคิวไม่นานก็ได้ขึ้นค่ะ มินเอาวิวสวยๆ ที่มองจากในเคเบิ้ลคาร์มาฝากด้วย จะเห็นได้ว่า ตามแนวเขานั้น ยังพอจะเห็นสีสันของใบไม้อยู่บ้าง




ใช้เวลาแค่ 5 นาทีก็ขึ้นมาถึงด้านบนแล้วล่ะค่ะ จากบนนี้ก็จะมองออกไปเจอกับทิวเขาและยอดเขาสวยๆ แบบนี้ ที่มีถึง 20 ยอดเขา ซึ่งยอดเขาที่สูงที่สุดบนนี้ชื่อว่า Daecheongbong อยู่ที่ความสูง 1,708 เมตร สูงเป็นอันดับ 3 ในเกาหลี ลองจากยอดเขาฮัลลาซาน (1,950 เมตร) และยอดเขาจิราซาน (1,915 เมตร)







และถ้าใครอยากจะขึ้นไปบนยอดเขา เพื่อชมวิวที่สวยมากขึ้นไปอีกนั้น เขาก็จะมีบันไดให้เดินขึ้นไปได้ค่ะ แต่ว่ามินขึ้นไปไม่ถึง คือสารภาพ กลัวความสูง >.< ก็เลยยืนชมวิวแค่ตรงนี้พอค่ะ ซึ่งวิวด้านบนในช่วงพีคๆ ของใบไม้เปลี่ยนสีนั้น ก็จะสวยแบบนี้เลยล่ะ

Photo by www2.me.go.kr

Photo by blog.hansol.com

ที่นี่จะสวยและน่าเที่ยวที่สุดก็คือในช่วงฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว แล้วแต่ว่าใครชอบบรรยากาศ และทัศนียภาพแบบไหน หากอยากสัมผัสกับหิมะบนยอดเขาประหนึ่งอยู่สวิตเซอร์แลนด์ ก็มาที่นี่ในช่วงหน้าหนาวสักปลายเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ แต่ถ้าอยากอยากเห็นใบไม้สีเหลืองแดงแบบนี้แล้วล่ะก็ ต้องมาในช่วงใบไม้ร่วงแบบนี้ล่ะค่ะ


Website : english.knps.or.kr
Admission : ผู้ใหญ่ 3500 วอน, นักเรียน (อายุ 14-19 ปี) 1000 วอน, เด็ก (อายุ 8-13 ปี) 500 วอน
How to go : ขึ้นรถบัสที่สถานี Dong Seoul Bus Terminal (รถไฟใต้ดินสาย 2 สีเขียว ลงสถานี Gangbyeon) ไปลงยังสถานี Sokcho Intercity Bus Terminal
*รถบัสมีตั้งแต่เวลา 06:05-23:00 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที -  4 ชั่วโมง 40 นาที (แล้วแต่ว่าขึ้นรถเที่ยวไหน รถจะวิ่งไปเส้นทางที่ต่างกัน) ค่ารถเที่ยวละ 17300-19000 วอน แล้วแต่เที่ยวรถเช่นกัน

และจาก Sokcho Intercity Bus Terminal ขึ้นรถเมล์สาย  7 หรือ 7-1 ลงที่ป้ายสุดท้ายเลยคือป้าย Seoraksan Sogongwon (รถเมล์จะมาทุกๆ 20-30 นาที ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ค่ารถ 1200 วอน)

10 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ6/10/58 07:52

    วางแผนจะเดินทางไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติซอรัคซานและไหว้พระวัดชินฮึงซา เดือนเมษา 59
    จะรบกวนน้องมิน ถ้าจะไปเที่ยววัดวาวูจองซา (วัดที่มีเศียรพระพุทธรูปสีดำใหญ่ เป็นสัญลักษณ์)
    จะไปอย่างไรค่ะ ช่วยแนะนำเส้นทางการเดินทางได้มั้ยค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เดี๋ยวรอมินเอามาเขียนแนะนำแบบละเอียดๆ อีกทีในบล็อกแล้วกันนะคะ น่าจะเดือนหน้าเป็นต้นไป จะเริ่มทยอยแนะนำสถานที่เที่ยวในจ.คยองกีโด รวมถึงวัดนี้ด้วยค่ะ

      เวลาจะหาอ่าน ก็ดูที่หมวดขวามือ แล้วกดเข้าไปอ่านตรง มินพาเที่ยวเกาหลี-คยองกีโด นะคะ

      ลบ
    2. ไม่ระบุชื่อ7/10/58 08:51

      ขอบคุณน้องมินมากค่ำ ที่ให้คำแนะนำดีๆ สำหรับนักเดินทางตลอดมา ขอให้น้องมินมีสุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยเงินทอง เป็นที่รักของแฟนคลับ Seoul Cafe ตลอดไปนะคะ

      ลบ
    3. หูยยยย ขอบคุณมากๆเลยค่ะ ^/\^

      ลบ
  2. รบกวนสอบถามค่ะ แล้วถ้าอยากเดินล่ะคะ ต้องติดต่อยังไง อยากไปอารมณ์แบบปีนเขาเบาๆ เดินดูนั่นนี่ไปเรื่อยๆค่ะ
    แล้วต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มรึเปล่าคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ถ้าอยากเดิน ไม่ต้องค่าใช้จ่ายเพิ่มค่ะ(เสียแค่ค่าเข้าชมอุทยาน ทางด้านหน้าเท่านั้น) คือเดินเข้าไปสักพักจะมีป้ายบอกว่า ทางซ้ายไปเคเบิ้ลคาร์ เราก็ไม่ต้องเดินไปทางนั้น เดินตรงไปเลยค่ะ มันจะมีทางเดินไปเรื่อยๆ เราก็เดินตามทางขึ้นเขาไปเรื่อยๆ ได้เลยค่ะ ปลอดภัย มีเชือกกั้น มีบันไดกันลื่น(ถ้าไปช่วงมีหิมะ) มีคนเกาหลีเดินขึ้นกันเยอะอยู่นะคะ จากประสบการณ์พาแม่เดินขึ้นเขาปีที่แล้ว ปล.พกน้ำไปด้วยก็ดีนะคะ :)

      ลบ
    2. น่าสนุกจังค่ะ ... ขอบคุณนะคะ คุณ xCaspe พอดีพึ่งได้เปิดอ่านค่ะ ^_^

      ลบ
  3. เดินขึ้นเขาระยะทางเท่าไรหรอคะ? ไม่รู้พอจะทราบไหม?

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไม่ทราบระยะทางค่ะ

      ลบ
  4. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ