14 ธันวาคม 2558

Oh My Venus : สวนสมุนไพร Pocheon Herb Island


วันนี้มินจะมาพาตามรอยละครกันค่ะ กับสถานที่สวยๆ ที่ใช้ถ่ายทำละครเรื่อง Oh My Venus และ Hyde Jekyll Me ในฉากสวีตๆ ที่เห็นในละครกัน ที่นี่คือ Pocheon Herb Island (포천 허브아일랜드) เกาะที่เต็มไปด้วยสมุนไพร และสวนพฤกษศาสตร์ ที่ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติสวยๆ ตั้งอยู่ที่เมืองโพชอน จังหวัดคยองกีโด



Oh My Venus

Hyde Jekyll Me

และยังใช้ถ่ายทำ Running Man Ep.109 กับ Shinhwa Broadcast Ep.27 ด้วยค่ะ คุ้นแล้วใช่มั้ยคะ ^^






Pocheon Herb Island เปิดในปี 1998 เป็นสวนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสมุนไพรที่มุ่งเน้นไปที่การเจริญเติบโตของสมุนไพรเมดิเตอร์เรเนียน ที่นี่มีสมุนไพรในร่มกว่า 180 ชนิดที่แตกต่างกัน จึงถูกขนานนามว่าเป็น 'เกาะสมุนไพร' และยังมีสวนพฤกษศาสตร์กลางแจ้ง และสวนดอกไม้ ที่ถูกล้อมรอบด้วยธรรมชาติอย่างภูเขาดูสวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่คนเกาหลีหลายคนนิยม






ที่นี่มีบรรยากาศที่ร่มรื่น เพราะโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ ทั้งยังเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาชนิด ใครที่ชอบสวนสวยๆ ขนาดใหญ่ รับรองว่าที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน ไม่ว่าจะมาเที่ยวฤดูไหนก็ตาม ที่นี่ก็จะยังคงมีดอกไม้สวยๆ ให้ได้ชมกันตลอดทั้งปีค่ะ







นอกจากนี้ ยังมีสถานที่น่าสนใจอื่นๆ อีก ได้แก่ พิพิธภัณฑ์สมุนไพร ร้านอาหารสมุนไพร คาเฟ่และร้านเบเกอรี่ ร้านขายของที่ระลึก ศูนย์อโรมา สวนสัตว์ขนาดเล็ก และร้านค้าต่างๆ




มาดูกันค่ะว่า มีร้านอะไรที่น่าสนใจบ้าง เริ่มที่ Venice Shop อยู่ที่บริเวณ Venice Village ที่นี่มีสินค้าเวนิสสไตล์จำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ เสื้อผ้า หมวก และหน้ากากเวเนเชี่ยนที่ได้รับความนิยมมากในช่วงศตวรรษที่ 16 ราคาเครื่องประดับก็ถูกแพงปนกันไป อย่างเช่น สร้อยข้อมือเริ่มที่ 9000 วอน สร้อยคอก็ราคา 12000-50000 วอนค่ะ



และที่ตรงข้ามกันจะมีร้าน Perfume Shop ร้านที่จำหน่ายเครื่องหอมต่างๆ ด้านในมีทั้งอโรมาเทอราพี สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพต่างๆ เทียนหอม เทียนสมุนไพร ที่เหมาะแก่การซื้อเป็นของขวัญของที่ระลึก ชาสมุนไพรกว่า 2000 ชนิด แถมยังมีชาสมุนไพรตัวอย่างให้ชิมด้วยนะ




หรือถ้าใครชอบเทียนเป็นพิเศษ ก็แนะนำร้าน Herb Candle Shop เลยค่ะ อยู่บริเวณด้านหน้าของ Tourist Information Center



ต่อกันด้วย Flower Shop ร้านจำหน่ายต้นไม้ดอกไม้ ด้านในนั้นมีต้นไม้ดอกไม้ที่เป็นสมุนไพรมากมายเลยค่ะ อาทิ โรสแมรี่ ลาเวนเดอร์ เปปเปอร์มินต์ สเปียร์มินต์ จัสมิน เป็นต้นค่ะ ซึ่งใครสนใจสามารถซื้อติดมือกลับบ้านมาได้ด้วยนะ ราคาเริ่มที่ 6000 วอน หรือจะแค่เข้าไปเยี่ยมชมก็ได้ค่ะ ร้านตั้งอยู่ถัดจาก Herbal Plant Museum




และที่บริเวณ Venice Village ก็ยังมีคลองเล็กๆ สไตล์เวนิส สำหรับนั่งเรือกอนโดลา ชมวิวกันด้วยนะคะ ค่าบริการ 5000 วอน ส่วน Water Walk หรือลูกบอลที่กลิ้งๆ ในน้ำ ค่าบริการ 10000 วอนค่ะ ถ้าใครจำได้ บริเวณนี้คือสถานที่นึงที่ปรากฎในรายการรันนิ่งแมน และชินฮวาบังซง นั่นเอง



มาที่โซนสุดท้ายที่มินจะแนะนำก็คือ ถนนแห่งอดีต ที่ได้รับการตกแต่งให้เป็นหมู่บ้านจำลองของชาวเกาหลีในปี 1970-1990 ที่นี่จะจำลองบ้านเรือนและความเป็นอยู่เมื่อสมัย 40 กว่าปีก่อนของประเทศเกาหลีให้ได้ชมได้เรียนรู้กันด้วย น่าไปเดินดูมากๆ เลยล่ะค่ะ


นอกจากนี้หากใครมาเดินเที่ยวที่นี่ทั้งวัน ไม่ต้องกลัวหิวเลยล่ะ เพราะเขามีร้านอาหาร และร้านเบเกอร์รี่ มากมายให้เลือกตามใจชอบ ส่วนจะมีร้านอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย เริ่มที่ร้านอาหาร Athens Hall ที่อยู่หลัง Tourist Information Center ร้านอาหารสุดหรู ที่มีอาหารที่ปรุงด้วยสมุนไพรไว้บริการ ทั้งยังมีห้องสำหรับจัดงานเลี้ยง งานประชุม และงานแต่งงานอีกด้วย เมนูอาหาร เช่น สลัดสมุนไพร 8000 วอน ไวน์โรสแมรี่แก้วละ 5000 วอน ไวน์สมุนไพรขวดละ 29000 วอนค่ะ



ต่อกันด้วยร้านเนื้อย่างที่ต้องบอกว่ามาที่นี่ไม่ควรพลาด เพราะเป็นเมนูเนื้อย่างสมุนไพร แตกต่างจากร้านอื่นๆ ที่เคยเห็นมา Herbs Beef Ribs จานละ 26000 วอน ส่วนเมนูอื่นๆ เช่น พุลโกกิ 9000 วอน, แนงมยอน 6000 วอน, คัลบีทัง 12000 วอน ร้านนี้ใครไม่ทานเนื้อวัว ก็เสียใจด้วยจ้า ส่วนร้านตั้งอยู่บริเวณลานจอดรถค่ะ




มาที่ร้านนี้บ้าง Herbs Jajangmyeon จาจังมยอนสมุนไพร กับรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เพราะใส่สมุนไพรลงไปด้วย จาจังมยอนสมุนไพร ชามละ 5000 วอน ส่วนทังซูยุกสมุนไพร จานละ 10000 วอนก็ไปลองกันได้จ้า




และที่ถนนแห่งอดีตด้านบนนั้น ก็มีร้านอาหารด้วยนะคะ เป็นร้าน Herbs Gukbap บรรยากาศในร้านก็ได้บรรยากาศโบราณสุดๆ เมนูในร้านก็คือ กุกพับ (ข้าวผสมก๋วยเตี๋ยว) ที่มาในน้ำซุปกระดูกวัวที่ใช้เวลาเคี่ยวนานกว่า 5 ชั่วโมง ราคาชามละ 8000 วอน



จากร้านอาหาร มาที่ร้านเบเกอร์รี่กันบ้าง ร้านนี้คือร้านเดียวกับที่ชินฮวามาแข่งภารกิจกันในรายการนั่นล่ะค่ะ และแน่นอนว่า เบเกอร์รี่ที่นี่ไม่ธรรมดา เพราะเป็นเบเกอร์รี่สมุนไพรนั่นเอง ขนมปังสดใหม่นุ่มๆ ผสมผสานไปกับสมุนไพรอ่อนๆ น่ากินสุดๆ ไปเลยล่ะ ขนมปังเริ่มที่ 3800 วอน






ร้านสุดท้าย Herbs Cafe ที่มีทั้งอาหาร ของหวาน และชาสมุนไพรค่ะ มาถึงที่นี่ทั้งที ต้องลองชาสมุนไพรนะคะ ชาแก้วละ 5000-6000 วอน บิงซู 15000 วอน และพิซซ่า 19000 วอนค่ะ ร้านทุกร้านที่นี่เปิดปิดตามเวลาของ Herb Island เลยนะคะ และทุกร้านสามารถจ่ายด้วยบัตรเครดิตได้ด้วยล่ะค่ะ สะดวกมวากกกกกกก





นอกไปจากสิ่งน่าสนใจทั้งหลายที่มินแนะนำไปแล้วนั้น ที่เกาะสมุนไพรแห่งนี้ ยังมีห้องพักที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างอ่างน้ำวนสปาไว้บริการ สามารถเข้าพักได้ด้วยนะคะ เริ่ดมั้ยล่ะ ห้องพักมี 2 สไตล์คือ Secret France Pension กับ Wonderland Experience Pension สามารถเข้าพักได้ตั้งแต่ 2 คน ไปจนถึง 8 คนเลยล่ะค่ะ สำหรับใครที่มาเป็นครอบครัว ส่วนราคาห้องพัก เริ่มที่ห้องคู่ คืนละ 90000 วอน ใครสนใจก็ลองเข้าไปดูรายละเอียดต่างๆ ภาพห้องเพิ่มเติม และจองผ่านเว็บไซต์ (ภาษาเกาหลี) ได้ที่นี่ เลยค่ะ





จะเห็นได้ว่าที่  Herb Island แห่งนี้ ไม่ใช่แค่มีสวนพฤษศาสตร์ ดอกไม้ และสมุนไพรต่างๆ ให้ได้ดูกันเท่านั้นนะคะ แต่ยังมีกิจกรรมต่างๆ ให้ได้ทำและสนุกสนานมากมาย เหมาะกับวันพักผ่อนมากๆ ไม่ว่าจะมาคู่ มาเป็นกลุ่ม หรือมาเป็นครอบครัว แม้ว่าจะอยู่ห่างจากโซลไปพอสมควร แต่ถ้ามีวันเหลือๆ แล้วไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี ที่นี่คืออีกที่ที่มินแนะนำและอยากให้ทุกคนได้ลองไปเที่ยวชมกันค่ะ โดยเฉพาะในช่วงนี้ เขามีงานเทศกาล Romantic Lighting Show กับงานประดับไฟสวยๆ ที่บริเวณ Santa Village และ Flower Garden สวยงามมากๆ เลยล่ะค่ะ เทศกาลไฟประดับนี้เริ่มตั้งแต่ 14 พฤศจิกายน 2558 - 30 เมษายน 2559 เลยล่ะ เพราะฉะนั้น รีบไปชมกันจ้า

สวนดอกไม้ตอนยังไม่เปิดไฟ

บรรยากาศตอนเปิดไฟแล้ว

Santa Village


Address : 35, Cheongsin-ro 947beon-gil, Pocheon-si, Gyeonggi-do
Tel : 031-535-6494
Website : herbisland.co.kr
Open from : 10:00-22:00 (Sat., National Holidays closed 23:00)
Admission : ผู้ใหญ่ 6000 วอน, เด็กและนักเรียนอายุไม่เกิน 17 ปี ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป และคนพิการ 4000 วอน, เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี เข้าฟรี
How to go : เริ่มที่ Seoul Station ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย 1 สีน้ำเงิน ไปลงสถานีโซโยซาน (Soyosan) ทางออกที่ 1 นั่งไปลงสถานีสุดท้ายเลยค่ะ (33 สถานี) ค่อนข้างจะไกลทีเดียว ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งก็จะถึง 

พอออกจากสถานีมาแล้ว จะเห็นป้ายรถเมล์อยู่ฝั่งตรงข้าม ก็ข้ามไปรอที่ป้ายนั้นเลยค่ะ ขึ้นรถเมล์สาย 57, 57-1, 57-2, 57-3, 57-4 ไปลงที่ป้าย Herb Island (허브아일랜드) ใช้เวลาประมาณ 40 นาที จ่ายด้วยบัตรทีมันนี่ได้นะคะ ค่ารถ 1350 วอน จากนั้นข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม แล้วเดินตามป้ายบอกทางไปได้เลย ประมาณ 500 เมตร จนเจอบูธขายตั๋วเล็กๆ แบบนี้ ก็ซื้อตั๋วแล้วเดินเข้าไปด้านในได้เลยค่ะ *ขากลับขึ้นรถเมล์ที่ป้ายฝั่งตรงข้าม แล้วขึ้นสายเดิมกลับไปที่สถานีโซโยซานได้เลย 

หรือถ้าใครไม่อยากรอรถเมล์ กลัวหลง หรือขากลับรถเมล์หมด (ไม่ทราบเหมือนกันค่ะว่าหมดกี่โมง) จากสถานีรถไฟใต้ดิน ก็นั่งแท็กซี่ไปถึงเลยก็ได้นะคะ แท็กซี่จะไปจอดตรงบูธขายตั๋วตรงทางเข้าเลย ค่ารถประมาณ 20000 วอนค่ะ ถ้าไปหลายคน หารกันก็ไม่แพงมากค่ะ

Photo by Daum map


Map คลิกที่ภาพเพื่อขยาย



อีกวิธีคือ Shuttle Bus บริการรถรับ-ส่ง จาก Herb Island สำหรับเทศกาล Romantic Lighting Show โดยเฉพาะ ที่จะมีให้บริการตั้งแต่ 5 ธันวาคม 2558 - 27 มีนาคม 2559 ค่ะ โดยสามารถขึ้นได้จากโซลตามเวลา และจุดจอดดังต่อไปนี้ค่ะ (รถจะมีแค่ 2 รอบ และเริ่มออกจากสถานี City Hall และจอดรับตามสถานีต่างๆ ถ้ากลัวที่นั่งเต็ม แนะนำให้ขึ้นตั้งแต่ต้นทาง)

รอบเช้า (ให้บริการเฉพาะวันเสาร์, อาทิตย์ และวันหยุด)
- สถานี City Hall ทางออกที่ 3 (รถไฟใต้ดินสาย 1, 2) รอที่ป้ายตรงทางออก เวลา 9:30
- สถานี Jamsil ทางออกที่ 4 (รถไฟใต้ดินสาย 2, 8) รอที่หน้า Lotte Mart เดินตรงจากทางออกไปประมาณ 200 เมตร เวลา 10:00

รอบบ่าย (ให้บริการเฉพาะวันเสาร์, และวันหยุด)
- สถานี City Hall ทางออกที่ 3 (รถไฟใต้ดินสาย 1, 2) รอที่ป้ายตรงทางออก เวลา 15:00
- รอได้ที่สถานี Sports Complex ทางออกที่ 1 (รถไฟใต้ดินสาย 2, 9) รอที่ป้ายตรงทางออก เวลา 15:40

*ค่าบริการแบบต่อเที่ยว ผู้ใหญ่ 8000 วอน, เด็ก 6000 วอน / ค่าบริการแบบไป-กลับ ผู้ใหญ่ 13000 วอน, เด็ก 10000 วอน




ส่วนขากลับ สามารถขึ้นได้ที่จุดจอดรถบัส ที่เดียวกับตอนขามา อยู่ใกล้ๆ กับ TIC ซึ่งจะมีให้บริการ 2 รอบคือ 17:00 และ 21:15 และจอดที่ปลายทางคือสถานี City Hall  

รอบ 17:00 ให้บริการเฉพาะวันเสาร์, อาทิตย์ และวันหยุด ส่วนรอบ 21:15 ให้บริการเฉพาะวันเสาร์ และวันหยุดค่ะ *วันธรรมดาไม่มีให้บริการทั้งไปและกลับ




Credit : ข้อมูลและภาพประกอบจาก visitkorea.or.kr, herbisland.co.kr, Herbisland Fanpage

3 ความคิดเห็น:

  1. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  2. ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่าแอดดู^_^
    กำลังจะไปที่นี้ หาทางไปอยู่พอดี

    ตอบลบ
  3. ของคุณสำหรับข้อมูลค่ะ แต่ดอกไม้ในช่วงฤดูหนาวที่เพิ่งไปมานี่เปนดอกไม้ปลอม ดอกไม้พลาสติกทั้งหมดนะคะ ทีแรกแอบดีใจที่แอดเขียนบรรยายว่ามีดอกไม้ให้ดูทั้งปี พอไปถึงเลยเข้าใจแล้วค่ะว่าทำไมมีถึงมีทั้งปี555 ของราคาค่อนข้างแพงค่ะ เสียดายไม่ทันได้เหนตอนเปิดไฟเพราะไปวันอาทิตย์มีรถกลับเที่ยวเดียวคือ5โมงเยน

    ตอบลบ