29 เมษายน 2558

พระราชวังคยองบกกุง วังหลวงที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี


พระราชวังคยองบกกุง หรือ Gyeongbokgung Palace (경복궁) คือพระราชวังหลวงที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของโซล จึงทำให้มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า 'พระราชวังทางเหนือ' ส่วนพระราชวังอื่นๆ อย่าง พระราชวังชางด็อกกุง ตั้งอยู่ทางตะวันออก และพระราชวังถ็อกซูกุง ตั้งอยู่ทางตะวันตก นอกจากนี้ยังได้ชื่อว่าวังคยองบกนั้น ยังสวยที่สุดในบรรดาพระราชวังทั้ง 5 อีกด้วย *คำว่า 궁 (กุง) แปลว่า พระราชวัง


พระราชวังคยองบก เป็นพระราชวังหลักของราชวงศ์โชซอน ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1395 ในสมัยของกษัตริย์แทจง (Taejong) ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งราชวงศ์โชซอน ก่อนจะถูกเผาไหม้ในช่วงที่ถูกญี่ปุ่นรุกรานในปี ค.ศ.1592 และคงเหลือไว้เพียงซากปรักหักพัง ก่อนที่ห้องกว่า 7700 ห้องในเขตพระราชวัง ได้รับการฟื้นฟูและกู้คืนโดยผู้นำที่ชื่อ ฮึงซอน แดวอนกุน (Heungseon Daewongun) ในปี ค.ศ.1868 ในสมัยของกษัตริย์โกจอง (Gojong) ผู้ซึ่งเป็นจักรพรรดิองค์แรกของเกาหลี


เมื่อเข้ามายังภายในบริเวณของพระราชวังแล้วนั้น ก็จะพบกับ พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติเกาหลี (The National Palace Museum of Korea) ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประตูฮึงแนมุน (Heungnyemun Gate) ที่เป็นประตูแรกที่อยู่ภายในพระราชวัง เป็นบริเวณเดียวกับที่มีการแสดงพิธีการผลัดเปลี่ยนเวรยาม หรือ Royal Guard Changing Ceremony นั่นเอง ซึ่งพิพิธภัณฑ์นี้ค่าเข้ารวมอยู่ในค่าเข้าวังแล้ว วันธรรมดาเปิด 9:00-18:00 วันหยุดเปิด 9:00-19:00 และปิดวันจันทร์

Heungnyemun Gate


The National Palace Museum of Korea

การแสดงพิธีการผลัดเปลี่ยนเวรยามนั้น จะมีจัดแสดงขึ้นทุกวัน เป็นรอบๆ มีรอบ 10:00, 13:00, 15:00 รอบละ 20 นาที โดยจะแสดงที่บริเวณลานหน้าประตูฮึงแนมุน ส่วนด้านนอกตรงประตูควางฮวามุน ก็จะมีการแสดงการเปลี่ยนเวรเฝ้าประตูด้วยเช่นกัน มีรอบต่างจากพิธีเปลี่ยนเวรยามคือ 11:00, 14:00, 16:00 รอบละ 10 นาที ซึ่งถ้าใครอยากมาดูทั้งสองอย่างนั้น ก็ดูตารางเวลาดีๆ แล้วกันค่ะ จะได้มาทันทั้งสองอันเลย

*หมายเหตุ 
- เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ วันที่อุณหภูมิต่ำกว่า -10 องศา และเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม วันที่อุณหภูมิสูงกว่า 30 องศา จะยังคงมีการแสดงเต็มรูปแบบ แต่จำนวนทหารจะลดลง
- วันที่สภาพอากาศไม่ดี เช่น ฝนตก หรือหิมะตก จะงดการแสดงพิธีผลัดเปลี่ยนเวรยาม และคงเหลือเพียงการแสดงเปลี่ยนเวรเฝ้าประตูที่ด้านหน้าประตูควางฮวามุนเพียงอย่างเดียว
- งดการแสดงทั้งหมดในวันอังคาร เพราะพระราชวังปิด


Gwanghwamun Gate

มินมีภาพของพิธีการผลัดเปลี่ยมเวรยามที่วังคยองบกมาฝากกันด้วย ไปดูกัน


เช็คความเรียบร้อยของเหล่าทหารที่เฝ้าประตู ก่อนพิธีจะเริ่มขึ้น


เริ่มพิธีแล้วค่ะ







นอกไปจากนี้ หากใครอยากจะมีประสบการณ์ในการใส่ชุดยามรักษาการณ์ในสมัยก่อน เขาก็มีไว้บริการฟรีด้วยนะ แต่จะมีเป็นรอบๆ ตามตารางด้านล่าง และจะให้ใส่เพียง 30 นาที ซึ่งในแต่ละรอบ ในแต่ละวันนั้น จะจำกัดจำนวนคนค่ะ เรียกได้ว่า ใครมาก่อนได้ก่อนนะ *ในเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ จะให้บริการถึงแค่รอบ 15:15



เอาล่ะ พอดูพิธีต่างๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาเข้าไปชมด้านในของพระราชวังกันแล้วค่ะ สามารถซื้อตั๋วได้ที่เคาน์เตอร์ตามภาพเลย


ซื้อตั๋วแล้วก็ไปยัง Heungnyemun Gate ปราการด่านแรกที่จะพาเราผ่านเข้าไปชมวังกันเลยค่ะ ซึ่งตรงบริเวณนี้ก็เป็นจุดเช็คอินถ่ายรูปยอดฮิตเช่นกัน มาที่นี่ไม่ถ่ายรูปตรงนี้ แปลว่ามาไม่ถึงนะ




บริเวณด้านในพระราชวัง เงียบและสงบดีค่ะ



เดินผ่านประตูแรกเข้ามา ก็จะมาเจอกับจุดที่สำคัญจุดหนึ่งในพระราชวังนี้ นั่นคือส่วนที่เรียกว่า กึงจองจอน (Geunjeongjeon) หรือ ท้องพระโรงของพระราชวังคยองบกนั่นเอง เป็นเสมือนห้องสั่งงานอย่างเป็นทางการของกษัตริย์ และใช้สำหรับการรับรองทูตจากต่างประเทศ รวมถึงใช้เป็นสถานที่สำหรับพิธีราชาภิเษกต่างๆ อีกด้วย





บริเวณด้านในห้อง ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้นะคะ ทำได้เพียงยืนถ่ายรูปตรงประตูเท่านั้น


แท่นประทับของกษัตริย์


เดินลึกเข้าไป ก็จะไปถึงบริเวณที่เรียกว่าซาจองจอน (Sajeongjeon) เป็นเหมือนห้องประชุม หรือสภา ที่กษัตริย์ใช้ในการหารือกับคณะราชสำนัก เกี่ยวกับเรื่องของชาติ



และลึกเข้าไปอีก ก็จะเป็นที่บรรทมของกษัตริย์และพระราชินี ที่ใช้ประทับเป็นประจำ ที่นี่เรียกว่าคังนยองจอน (Gangnyeongjeon)






ในบริเวณนี้ จะมีตำหนักที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อยู่คือ ตำหนักอ๊กโฮรู (Okhoru) ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระมเหสีมิน ถูกลอบปลงพระชนม์จากทหารญี่ปุ่น ในปี ค.ศ.1895 และสิ้นพระชนม์ด้วยคมดาบ ก่อนที่พระศพจะถูกไฟเผาในป่าสนในพระราชวัง และพวกทหารญี่ปุ่นก็ได้นำพระอัฐิของพระองค์ไปโปรยตามที่ต่างๆในพระราชวังคยองบกแห่งนี้ด้วย และหลังจากนั้นในปี 1910 ญี่ปุ่นก็ยึดครองเกาหลีเป็นอาณานิคมได้สำเร็จค่ะ


มาถึงอีกหนึ่งไฮไลท์ของที่นี่ นั่นคือ ศาลากลางน้ำ หรือ คยองเฮรุ (Gyeonghoeru) เป็นห้องโถงที่ใช้จัดงานเลี้ยง หรืองานพระราชพิธีต่างๆ ที่พิเศษและสำคัญของกษัตริย์ในสมัยราชวงศ์โชซอน สร้างขึ้นในปี 1867 บนทะเลสาบ ซึ่งปกติแล้วไม่อนุญาตให้เข้าไปชมด้านในได้ แต่ตั้งแต่ 1 เมษายน ถึง 31 ตุลาคม 2015 นี้ ทางการเกาหลีจะเปิดให้เข้าชมฟรีค่ะ! ใครสนใจ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่นี่


และลึกสุดของเขตพระราชวังนี้นั้น ก็จะเป็น ศาลาหกเหลี่ยมขนาดสองชั้น ที่ชื่อว่าฮางวอนจอง (Hyangwonjeong) มีความหมายว่า 'ศาลาที่มีกลิ่นหอมแผ่ไปไกล' และสะพานที่ทอดยาวไปถึงมีชื่อเรียกว่า ชีฮยาง (Chwihyang) มีความหมายว่า 'กลิ่นหอมที่ทำให้ชวนหลงไหล' ศาลานี้ถูกสร้างขึ้นในเกาะเล็กๆ กลางสวนบริเวณด้านหลังของพระราชวัง ในปี 1873 ที่ตรงนี้จะมีความสวยงามเปลี่ยนไปในแต่ละฤดู น่ามาถ่ายรูปมากๆ 



จากรั้วอาณาเขตของพระราชวังอันกว้างใหญ่ ด้านหลังลึกเข้าไปทางฝั่งตะวันออกของศาลาฮางวอนจอง จะเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติ (The National Folk Museum) ที่สามารถแวะเข้าไปชมกันได้ พิพิธภัณฑ์นี้ค่าเข้ารวมอยู่ในค่าเข้าวังแล้ว เปิด 9:00-18:00 (พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ ปิด 17:00, มิถุนายน - สิงหาคม ปิด 18:30, พฤษภาคม - สิงหาคม เฉพkะวันหยุด ปิด 19:00) และที่นี่ปิดวันอังคารและวันที่ 1 มกราคม




สุดท้ายกับบรรยากาศที่สวนหลังพระราชวังในช่วงฤดูใบไม้ร่วง กับสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ค่ะ




ที่นี่เป็นสถานที่ที่รวมรวบเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และความสวยงามของสถาปัตยกรรม  และธรรมชาติต่างๆ เอาไว้ หากมีเวลาลองมาเดินเล่นชมกันดู มาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจของเกาหลี พร้อมกับชมความสวยงามของทัศนีภาพโดยรอบ รับรองว่าจะเดินจนเพลินเลยล่ะ แถมยังมาตามรอยหนุ่มน่ารักคิมซูฮยอน จากละครเรื่อง Moon Embracing the Sun ได้ด้วยนะ เพราะเขาถ่ายทำกันที่นี่ล่ะค่ะ



และในช่วงเดือนพฤษภาคม เขาได้เปิดให้เข้าชมพระราชวังในเวลากลางคืนได้ด้วยนะ เป็นช่วงเวลาพิเศษที่จะเปิดให้เข้าชม เฉพาะวันที่ 2-14 พฤษภาคม 2015 เท่านั้น ในเวลา 19:00-22:00 (ปิดวันอังคารที่ 12  พฤษภาคม) ค่ะ


Address : 161, Sajik-ro, Jongno-gu, Seoul
Tel : 02-3700-3904 ถึง 5, 02-738-9171
Website : eng.cdg.go.kr
Open from : Jan.-Feb.9:00-17:00, Mar.-May.9:00-18:00, Jun.-Aug.9:00-18:30, Sep.-Oct.9:00-18:00, Nov.-Dec.9:00-17:00  
Closed : Tuesdays
Admission : ผู้ใหญ่ (อายุ 19-64 ปี) 3,000 วอน, เด็ก (อายุ 7-18 ปี) 1,500 วอน
** สำหรับวังคยองบกกุง สามารถซื้อตั๋ว Integrated Ticket of Palaces หรือตั๋วเหมาสามารถเข้าได้หมดทั้ง 4 วัง คือ คยองบกกุง ชางคยองกุง ถ็อกซูกุง และชางด็อกกุง แถมรวมค่าเข้าสวนฮูวอน และศาลเจ้าจงมโย ในราคา 10000 วอน ถ้าจะเข้าชมหลายๆ พระราชวัง ซื้อตั๋วแบบนี้ก็คุ้มกว่าค่ะ สามารถซื้อที่บูธขายตั๋วที่วังไหนก็ได้ และตั๋วจะมีอายุการใช้งาน 1 เดือน นับจากวันแรกที่ใช้

**หรือเข้าชมฟรีในวันพุธสุดท้ายของทุกเดือน เพราะเป็นวัน Culture Day สถานที่วัฒนธรรมต่างๆ เช่นวัง เข้าฟรีหมดทุกวังค่ะ

How to go : รถไฟใต้ดินสาย 3 สีส้ม  ลงสถานีคยองบกกุง (Gyeongbokgung) ทางออกที่ 5 ออกมาจะเจอ The National Palace Museum of Korea และพระราชวังจะอยู่ทางขวามือ





Map คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


*แผนที่บริเวณรอบๆ

Credit : ภาพประกอบบางส่วนจาก visitkorea.or.kr, visitseoul.net, royalpalace.go.kr, commons.wikimedia.org,

7 ความคิดเห็น:

  1. คุณมินค่ะ จากแผนที่นี้ เราเดินเที่ยวซัมซองดง แล้วเราเดินต่อไปถึงหมู่บ้านบกชอนได้เลยรึป่าวค่ะ หรือว่าต้องเดินย้อนกลับออกมาเข้าสักซอยนึง

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เดินตามถนนซัมชองยาวไปเรื่อยๆ จนถึงร้าน OGADA มันจะมีทางที่อยู่ข้างๆร้าน สามารถเดินขึ้นไปบุคชนได้เลยค่ะ ดูเส้นทางได้ตามนี้นะคะ http://seoulcafe2013.blogspot.com/2015/09/ogada-korean-style-cafe.html

      ลบ
  2. ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก

    ตอบลบ
  3. แอดคะะ จากคยองบกนี่เดินไปชางด็อกได้ป่าวคะะ ไปทางใหนยังไงเอ่ยยย

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. แผนที่ข้างบนไงคะ

      ลบ
  4. พี่มินคะเราลงรถเมล์จากโซลทาวเวอร์มาเคียงบกคุงเราต้องลงสถานีไหนเพื่ื่อต่อรถไฟมาเคียงบกคุงคะ

    ตอบลบ
  5. พี่มินคะเราลงรถเมล์จากโซลทาวเวอร์มาเคียงบกคุงเราต้องลงสถานีไหนเพื่ื่อต่อรถไฟมาเคียงบกคุงคะ

    ตอบลบ