24 สิงหาคม 2556

แบกเป้ท่องมาเลเซีย+สิงคโปร์ (จิบกาแฟ+กินข้าวที่ OLD TOWN WHITE COFFEE)


หากถามว่ามาเยือนมาเลเซียแล้วนั้น มีร้านไหนที่ควรแวะไปชิม คงต้องตอบว่าร้าน OLD TOWN WHITE COFFEE อย่างไม่มีข้อสงสัย เพราะเป็นร้านกาแฟชื่อดังของมาเลเซีย ที่มีสูตรกาแฟเฉพาะเป็นของตนเอง แถมยังเปิดมายาวนาน แสดงให้เห็นถึงความเก่าแก่ และความนิยม ไปพร้อมๆ กัน


OLD TOWN WHITE COFFEE เป็นร้านกาแฟสัญชาติมาเลเซียแท้ๆ เป็นร้านกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย (กาแฟในภาษามาเลย์ เรียกว่า Kopi) ก่อตั้งครั้งแรกเมื่อปี 1999 โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมือง Ipoh มีสาขาทั้งหมด ณ เดือนสิงหาคม 2556 คือ 224 สาขา อยู่ในมาเลเซียทั้งสิ้นประมาณ 180 สาขา ซึ่งหากินง่าย เพราะมีอยู่ทั่วไป ทั้งในห้างรวมถึงที่สนามบิน ส่วนในสาขาที่ต่างประเทศนั้น มีอยู่ที่สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และจีน ในส่วนของอาหารได้เริ่มเปิดให้บริการในปี 2005 เป็นต้นมา

สาขาที่มินจะพาไปชิมนั้น คือสาขา Brickfields ค่ะ อยู่ชั้นล่างของตึกโรงแรม My Hotel ใกล้กันกับสถานี KL Sentral ถ้าจะมองอีกมุมนึง ก็จะเห็นเป็นแบบนี้ค่ะ


 สาขาอื่นๆ นั้นมักจะตกแต่งแบบร่วมสมัย แต่ที่สาขานี้ จะยังคงความคลาสสิกเอาไว้ ให้ความรู้สึกเหมือนเข้าไปนั่งในร้านกาแฟสมัยก่อน (เบาๆ)




การจะไปจะมาสาขานี้ก็ไม่ยากค่ะ ร้านนี้จะอยู่ใกล้กันกับสถานี KL Sentral ที่เราคุ้นเคย เดินออกจากสถานีไปยังถนนใหญ่ แล้วจะมองเห็นธนาคาร Public Bank อยู่ข้างหน้า ให้ข้ามถนนไปฝั่งนั้นเลยค่ะ


จากในภาพ จะมีป้ายบอกทางไปทางขวาเพื่อไปยังสถานีโมโนเรล แต่เราจะเดินตรงไปไม่เลี้ยวไปทางนั้นค่ะ เพื่อไปยังโรงแรม My Hotel ที่อยู่ถัดไปข้างหน้า 

ขอแทรกตรงนี้นิดนึง ตรงจุดนี้ล่ะค่ะ ที่เพื่อนมินเจอคนสติไม่สมประกอบชกเข้าที่แขนขณะเดินสวนกันค่ะ โดยที่เพื่อนไม่ทันระวังตัว โชคดีที่เธอคนนั้นแค่ชกแล้วเดินหนีไป ไม่ได้ทำอันตรายอะไรมากกว่านี้ ยังไงก็ระมัดระวังกันด้วยนะคะ ผู้หญิงคนนั้น จากรูปพรรณสัณฐาน น่าจะเป็นแขกมาเลย์ค่ะ ผิวคล้ำแบบคนแขก ผมสั้น ตัวเล็ก ผอม แต่งกายมอซอ สะพายถุงผ้าใบใหญ่ๆ ค่ะ มองผ่านๆ ไม่ดูเหมือนคนสติไม่ดีนะคะ ดูเหมือนคนใช้แรงงานประมาณนั้นค่ะ เพื่อนเลยไม่ทันระวัง ก็เอามาเตือนกันไว้จ้า



เดินมาเพียงนิดเดียวก็จะเจอโรงแรม My Hotel ร้านกาแฟจะอยู่ชั้นล่างของโรงแรมนั่นเองค่ะ



เข้ามาในร้านก็หาที่นั่งก่อนเลย ร้านนี้เวลาสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มก็ตาม ต้องเดินไปสั่งที่เคาน์เตอร์นะคะ ที่นั่นจะมีเมนูอาหารวางไว้อยู่ สั่งเสร็จก็จ่ายเงินตรงนั้นเลย แล้วพนักงานจะนำอาหารหรือเครื่องดื่ม มาเสิร์ฟให้เราที่โต๊ะเองค่ะ


มาดูกันว่ามินสั่งอะไรมาทาน...White Coffee Freeze 8.3 ริงกิตค่ะ Freeze ของที่นี่ก็หมายถึง Frappe หรือ กาแฟปั่น นั่นเอง ส่วนของเพื่อนมินสั่ง Mocha White Coffee 5.3 ริงกิตค่ะ เราสั่ง Kaya Butter Toast ราคา 3.9 ริงกิต มาทานคู่กันด้วย


กาแฟรสชาติใช้ได้ค่ะ รสชาติแปลกกว่าที่เคยทานมาจากที่ไหนๆ มีความแตกต่าง แต่น่าสนใจค่ะ


หน้าตาของขนมปังปิ้ง ที่เรียกว่า "คายาโทส" ค่ะ เป็นขนมปังปิ้งกรอบๆ ทาด้วยเนยและสังขยาแบบฉบับของชาวมาเลย์ ที่คนละแบบกับสังขยาของบ้านเรา รสชาติก็โอเคค่ะ แปลกๆ ดี ขนมปังกรอบดีจริงเชียว แต่ไม่ได้อร่อยจนถูกใจมินอะไรมากมายค่ะ แค่มาลองสักครั้ง ก็น่าจะพอแล้ว


นอกไปจากกาแฟ และขนมปัง ที่ร้านก็ยังมีอาหารขายควบคู่กันไปด้วย มินมาที่ร้านนี้สองครั้งค่ะ แต่มาทานคนละอย่าง เลยได้มีโอกาสลองชิมอาหารด้วยเหมือนกัน ไปดูหน้าตากันค่ะ จานแรกของคุณเพื่อน  Signature Nasi Lemak Chicken ราคา 10.5 ริงกิต นาสิเลอมักของร้านนี้ จะกินคู่กับไก่ทอด ไข่ดาว ข้าวเกรียบ ถั่ว และปลาฉิ้งฉ้างที่ขาดไม่ได้ แต่จะไม่ได้ราดน้ำแกงเหมือนร้าน miss kwan's จะมาในรูปแบบพริกแกงแทน ซึ่งนาสิเลอมักนั้น มันจะแล้วแต่สูตรใครสูตรมันค่ะ จะมีการพลิกแพลงไปได้หลายๆ แบบ แต่จะคงความคล้ายคลึงเอาไว้ จากที่ได้ลองชิม ก็โอเคค่ะ ไก่ทอดอร่อยดี แต่มินกลับชอบสูตรของร้าน miss kwan's มากกว่า เพราะมินไม่ชอบทานอะไรแห้งๆ มันฝือคอ การมีน้ำแกงราดลงไปด้วยนั้น มันทำให้การทานรู้สึกอร่อยกว่าค่ะ



ส่วนมินก็เลือกสั่งซิกเนเจอร์ของร้านเช่นกัน นั่นก็คือ Signature Asam Laksa นั่นก็คือลักซานั่นเองค่ะ ราคา 8.9 ริงกิต แต่ลักซาที่ร้านนี้ จะแตกต่างกับร้าน miss kwan's ชัดเจน เพราะรสชาติของน้ำแกง จะออกไปทางเปรี้ยวๆ คล้ายน้ำยำ มากกว่าน้ำแกงกะทิค่ะ ส่วนตัวมินชอบที่ร้าน miss kwan's มากกว่า (อีกแล้ว) เพราะร้านนั้นรสชาติจัดจ้านกว่าค่ะ จัดจ้านในที่นี่ไม่ได้หมายถึงเผ็ดนะคะ แต่หมายถึง มันจัดจ้านไปด้วยรสชาติที่หลากหลายรวมกันแล้วมันลงตัวอะ แต่ถ้าใครอยากลองชิมของร้าน OLD TOWN ก็ไม่ผิดกติกา อาจจะชอบก็ได้นะคะ เพราะรสนิยมคนเราต่างกันอ่ะเนอะ ^^




สำหรับเครื่องดื่มนั้น คุณเพื่อนสั่ง Teh Tarik แก้วละ 4.3 ริงกิต Teh ในภาษามาเลย์ก็คือชานี่ล่ะค่ะ ออกเสียงว่า "ที" เหมือนภาษาอังกฤษ ในรูปก็แก้วไกลๆ นั่นล่ะค่ะ ชาของที่นี่จะสีออกน้ำตาลอ่อนเหมือนไมโล โอวัลติน คล้ายๆ ชาทางภาคใต้บ้านเรา ส่วนรสชาติจะออกไปทางจืดๆ ไม่หวาน และไม่เข้มค่ะ


ส่วนมินสั่ง Lemon Pepsi เห็นมันแปลกดี แล้วสรุปมันก็คือ เป๊บซี่ใส่มะนาวตามชื่อเด๊ะเลย 555555 แก้วนี้ 4.8 ริงกิต รสชาติก็ปกติค่ะ เป๊บซี่ที่มีรสอมเปรี้ยวจากมะนาวเล็กๆ ก็สดชื่นดี แต่รสชาติไม่ได้แปลกอะไรค่ะ แปลกที่เมนูมากกว่า ว่ามีทำไม? 5555555


สรุปทั้งสองมื้อนี้รวมกันจ่ายไปทั้งสิ้น 48.75 ริงกิต รวม Vat 6% แล้ว และร้านนี้ไม่คิดค่า Service Charge ด้วยค่ะ ดีจริงๆ



ขอเล่าเรื่อง "นำแข็ง" ของที่มาเลเซียกับสิงคโปร์หน่อยนะคะ คือน้ำแข็งมักจะไม่ใส่มาเต็มแก้วแบบบ้านเรา ทั้งที่อากาศบ้านเขาก็ร้อนแทบไม่ต่างจากไทย (แต่ช่วงซัมเมอร์ สิงคโปร์ร้อนกว่ามากค่ะ) ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะคนมาเลย์นั้น จะมีทั้งแขก และคนจีน เป็นประชากรส่วนมาก ปนๆ กัน แล้วคนจีน เขาจะไม่ค่อยชอบทานน้ำเย็นกันค่ะ มันเลยเหมือนเป็นวัฒนธรรมว่าคนไม่นิยมทานน้ำเย็น หรือน้ำแข็งกันสักเท่าไหร่ ประมาณนี้ อันนี้มาจากคำบอกเล่าของรุ่นพี่ที่เคยไปอยู่ที่มาเลเซียมาน่ะค่ะ 

ส่วนที่สิงคโปร์ ที่ให้น้ำแข็งน้อย ก็เพราะว่า "มันแพงค่ะ" น้ำ และน้ำแข็งที่สิงคโปร์จะแพง เพราะสิงคโปร์ไม่มีแหล่งน้ำจืดเป็นของตัวเอง ต้องนำเข้าน้ำเปล่ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่นมาเลเซียค่ะ (ซึ่งที่มาเลเซียน้ำขวดจะราคาพอๆ กับที่ไทย ในขณะที่ที่สิงคโปร์จะแพงมาก) ก็เป็นข้อมูลที่มินได้รับรู้มานะคะ ถ้าผิดถูกอย่างไรก็ขออภัยนะคะ 

และถ้าใครอยากจะลองซื้อกาแฟ 3 IN 1 ของร้านนั้น ก็สามารถซื้อได้ที่ร้านทุกสาขาเลยนะคะ มินสอบถามพนักงานในร้าน เขาบอกว่ากาแฟของเขาเป็นสูตรเฉพาะของทางร้านที่ไม่เหมือนที่อื่น และไม่มีขายที่ไหน ร้านค้า หรือในซุปเปอร์มาเก็ตก็ไม่มี หากจะซื้อต้องซื้อจากที่ร้านเท่านั้นค่ะ เขาว่าอย่างนั้นนะมินก็เลยจัดมาเบาๆ คือ กาแฟและชา อย่างละกล่อง ไม่สามารถแบกได้มากไปกว่านี้แล้ว >.< 

กาแฟมีหลายสูตรค่ะ ผสมเฮเซลนัท คาราเมล อะไรแบบนี้ แต่มินไม่ค่อยชอบ เลยเลือกสูตรธรรมดา Classic มาแทน กล่องละ 10 ริงกิต มี 10 ซอง ซองจะใหญ่มากค่ะ เทียบแล้วนน.เท่ากับกาแฟซองของเบอร์ดี้ สองซองครึ่ง! แต่แนะนำว่า เห็นซองใหญ่แบบนี้ เวลาชงอย่างกนะคะ ต้องชงทั้งซองเลย ในปริมาณน้ำหนึ่งแก้วกาแฟไซส์ปกติ ไม่อย่างนั้น มันจะ "จืดสนิท" ค่ะ รวมถึงชา (White Tea) ด้วยเช่นกัน ต้องชงในปริมาณเดียวกันค่ะ เทหมดซองเท่านั้น น้ำน้อยๆ ซึ่งชากล่องนึงจะมี 8 ซองค่ะ ราคา 10 ริงกิตเท่ากัน แต่ถ้าใครชอบดื่มกาแฟดำ ก็มีนะคะ กล่องละ 7 ริงกิตเท่านั้นเอง


สำหรับร้าน OLD TOWN นั้น ถ้าใครจะมาลองทานสักครั้ง ก็ไม่จำเป็นต้องมาสาขานี้ก็ได้นะคะ เว้นว่าคุณต้องนั่งรถมาที่ KL Sentral พอดี ก็จะสะดวกหากจะแวะทานที่สาขานี้ค่ะ ซึ่งสาขานี้นั้น เขา "เปิด 24 ชั่วโมง" ด้วยล่ะค่ะ แถมมี Free Wifi ด้วยจ้า

ผ่านไปผ่านมาแถวนี้ ก็มาลองชิมกันดูนะคะ



Address : No. 1, Tingkat Bawah, Jalan Tun Sambathan 4, 50470 Brickfields, Kuala Lumpur.
Tel : 03-2273-9876
Open from : 24 ชั่วโมง
Payment Terms : Cash, Credit Cards

1 ความคิดเห็น:

  1. ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลของคุณมินครับ.

    ตอบลบ