27 เมษายน 2560

Hostel Haru ที่พักใหม่ใจกลางเมือง ติดคลองชองกเยชอน


วันนี้มินมีที่พักดีๆ ที่น่าสนใจ มาแนะนำกันอีกแล้วล่ะค่ะ ปกติมินมักจะแนะนำที่พักในย่านยอดนิยมอย่างเช่น ฮงแด มยองดง ทงแดมุน แต่วันนี้มินมีที่พักที่อยู่ในย่านอื่น นอกจากที่เอ่ยมา แต่ทว่าน่าสนใจและน่าพักมาก ด้วยเพราะอยู่ใจกลางเมือง และติดกับคลองชองกเยชอน แบบที่เรียกได้ว่า เย็นย่ำค่ำคืน ออกมาเดินเล่นที่คลองได้สบายมาก! ที่นี่ก็คือ Hostel Haru ค่ะ ตั้งอยู่ที่ย่านจงโน (Jongno) ซึ่งใช้เวลาเดินเพียง 2 นาที จากสถานีรถไฟใต้ดิน Jonggak และอยู่ไม่ไกลจากป้ายรถแอร์พอร์ตบัสอีกด้วยค่ะทุกคนนนนน



ความโดดเด่นของ Hostel Haru ก็คือ มันตั้งอยู่ในบริเวณของ Food Street ที่อยู่ใกล้กับสถานี Jonggak ที่หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่า ที่นั่นเป็นแหล่งร้านอาหารอร่อยๆ และคาเฟ่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Starbucks ที่มีถึงสามสาขา, Hollys Coffee, Cafe MAMAS, Angelinus และร้านบิงซูยอดฮิตอย่าง Sulbing หรือแม้แต่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King, Lotteria, Mom's touch ก็อยู่ใกล้ๆ รวมถึงร้านอาหารท้องถิ่นอย่าง ซัมกยอบซัล ร้านหมูย่าง 8 สียอดฮิต ปลาดิบ ก็หากินได้ไม่ยากในย่านนี้ และร้าน Emoi หนึ่งในร้านอาหารอร่อยที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในเกาหลีตอนนี้ ก็ยังตั้งอยู่ใกล้กับเกสต์เฮาส์แห่งนี้อีกด้วย และหากเดินเลียบไปยังคลองชองกเยชอน ก็ยังจะพบร้านอาหารที่น่าลิ้มลองอีกเพียบ!



ส่วนใครที่ชอบในการช้อปปิ้ง ที่นี่ก็อยู่ไม่ไกลเลยจากมยองดง, Lotte Duty free และ Shinsegae Duty free หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอย่าง Seoul city hall, พระราชวังอันฮยองกุง, วัดโชเกซา, ควางฮวามุน, พระราชวังคยองบกกุง, พระราชวังถ็อกซูกุง, บุคชนฮันอก, ซัมชองดงกิล และอินซาดง  ก็สามารถเดินจากที่พักไปได้ภายในเวลา 30 นาที หรือยังสามารถนั่งรถเมล์ออกไปยัง ตลาดควางจัง, ทงแดมุน, DDP หรือนั่งซับเวย์ไปยังฮงแด อีแด ชินชน โดยใช้เวลาไม่เกิน 15 นาทีเท่านั้น เห็นมั้ยคะว่า Hostel Haru ตั้งอยู่ใจกลางเมืองจริงๆ ที่สะดวกทั้งการเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ และสบายท้องไปกับร้านอาหารที่มากมายใกล้ที่พักอีกด้วย



Hostel Haru  ตั้งอยู่บนชั้น 11 และ 12 ของตึก ส่วน Reception จะอยู่ชั้น 6 แม้ว่ารอบนอกจะมีเสียงรบกวนบ้าง แต่ภายในเกสต์เฮาส์นั้นค่อนข้างเงียบสงบค่ะ ซึ่งจะไม่ได้ยินเสียงใดๆ รบกวนเลย แถมยังปลอดภัยในการเข้าพักด้วย เนื่องจากมีรหัสผ่านล็อคที่ทางเข้าอาคาร ทางเข้าหอพัก และห้องพักทุกห้อง มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำงานตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการป้องกันไฟไหม้ด้วย และที่นี่เช็คอิน 15:00 เช็คเอาท์ 11:00 สามารถฝากกระเป๋าก่อนได้ ถ้ามาถึงช้าหรือเร็วกว่าเวลาเช็คอิน หรือมาถึงหลังเที่ยงคืน ต้องแจ้งที่พักก่อนด้วยนะคะ







ภายในของ Hostel Haru จะถูกต้องแต้งด้วยคอนเซ็ปต์ "Woody & White" ใช้สีขาวแสดงถึงความสะอาด เรียบง่าย และมีคุณภาพสูง ที่นี่มีห้องพักทั้งหมด 13 ห้องค่ะ และทุกห้องจะมีห้องน้ำในตัวด้วย และก่อนจะไปชมห้องพัก มินจะพาทุกคนชมห้องโถงของที่นี่กันก่อน สวยงามน่านั่งเล่นมากๆ อะ






สามารถมานั่งชมวิวสวยๆ ของคลองชองกเยชอนตอนกลางคืนได้ด้วยนะ




คราวนี้มาดูห้องพักสวยๆ กันบ้างค่ะ เริ่มที่ห้องเดี่ยว Single Room จะมีขนาดกะทัดรัด พอดีสำหรับพักคนเดียว และมีความเป็นส่วนตัว มีทีวี ตู้เย็น และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ 





ส่วนใครมาเป็นคู่ ที่นี่ก็มีทั้ง Twin Room และ Double Room ซึ่งห้องพักที่นี่ จะมีแสงแดดเข้าและมีอากาศถ่ายเทได้ดี เพราะเกือบทุกห้องมีหน้าต่างบานใหญ่ และยังชมวิวสวยๆ ได้ด้วยล่ะค่ะ









หรือถ้าใครมาแบบเพื่อนคู่หูกัน และอยากพักแบบประหยัดอีกนิด มินแนะนำห้อง Bunk Twin Room เป็นเตียงสองชั้นนั่นเอง แต่อยู่ในห้องส่วนตัว และมีทุกอย่างเหมือน Twin Room และ Double Room เลยล่ะค่ะ แค่เป็นเตียงสองชั้นเท่านั้นเอง






มาที่ห้องแบบสามคน Triple Room บ้าง เกสเฮ้าส์หลายๆ ที่ไม่ค่อยมีห้องพักแบบสามคนนัก แต่ที่ Hostel Haru มีค่ะ เพราะฉะนั้นจะไม่เป็นปัญหากับคนที่มากันสามคนอีกต่อไป มาดูห้องพักกันค่ะ ในห้องจะมีเตียงคู่ 1 เตียง และ Bunk bed อีก 1 เตียงด้านบน พร้อมด้วยทีวี ตู้เย็น และสิ่งอำนวยความสะดวกเช่นกัน






ส่วนใครที่มาแบบครอบครัว หรือมากับกลุ่มเพื่อน 4 คน ต้องห้องนี้เลยค่ะ Family Room สวย น่าพัก น่าอยู่มากกกกกกก ห้องมีขนาดไม่เล็ก ไม่ใหญ่ คาดว่าพอดีกับคนสี่คน สามารถวางกระเป๋าเดินทางได้ไม่เกะกะ มีพื้นที่ใช้สอย และประกอบไปด้วยเตียงใหญ่ 1 เตียงสำหรับนอน 2 คน และเตียงสองชั้นค่ะ แอบมีโต๊ะเล็กๆ ให้ด้วยที่กลางห้อง ทีวี ตู้เย็น มีครบค่ะ






นอกจากบรรดาห้องส่วนตัวเหล่านี้แล้ว ที่ Hostel Haru ก็ยังมีห้องดอร์ม สำหรับคนที่เดินทางมาคนเดียว หรือคนที่อยากประหยัดกว่า ด้วยการนอนห้องรวม หรือถ้ามาเป็นกลุ่ม จะจองแบบเหมาทั้งห้องเลยก็ยังได้ ซึ่งเขามีทั้ง Dorminity 2, Dorminity 4 และ Dorminity 6 ซึ่งในห้องดอร์มนั้น จะมีล็อกเกอร์ของใครของมันด้วย สำหรับใส่ของมีค่า เพราะฉะนั้นหมดกังวลเรื่องความปลอดภัยของทรัพย์สินได้เลย หากต้องนอนร่วมกับคนแปลกหน้าค่ะ รวมถึงมีห้องน้ำในตัว ทีวี ตู้เย็น เช่นเดียวกับไพรเวทรูมค่ะ






และที่มินคิดว่าห้องดอร์มของที่นี่ดีเริ่ดกว่าที่อื่นก็คือ สำหรับห้อง Dorminity 4 และ Dorminity 6 นั้น ทุกๆ เตียงจะมีทีวีและหูฟังแบบส่วนตัวของใครของมันอีกด้วย! แค่ปิดม่านก็เหมือนมีห้องส่วนตัวแล้วค่ะ และห้องน้ำ จะแยกห้องอาบน้ำและสุขาออกจากกัน รวมถึงดอร์ม 6 คน จะมีฉากกั้นแบ่งห้องอาบน้ำเป็นสองห้องด้วย จะได้ใช้กันทั่วถึง










และนี่ก็คือบรรดาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ทางที่พักมีให้ทุกห้องค่ะ เรียกว่าครบเหมือนโรงแรมเลยล่ะ แถมด้วย Free Wi-Fi ในห้องทุกห้องเช่นกัน แต่ถ้าใครต้องการใช้แฟกซ์ หรืออินเตอร์เน็ต สามารถใช้ได้ที่บริเวณชั้น 6 แต่มีค่าใช้จ่ายนะคะ







และสุดท้ายกับห้องส่วนกลางอย่างห้องครัวกันบ้างค่ะ ซึ่งที่นี่นั้นราคาห้องพักจะรวมอาหารเช้าง่ายๆ ไว้ให้ด้วย ซึ่งทุกคนสามารถรับประทานได้เลยตั้งแต่เวลา 8:00-9:30 ค่ะ




ส่วนอาหารที่มีให้นั้น จัดว่าเยอะทีเดียวค่ะ เยอะกว่าหลายๆ ที่ที่มินเคยเจอมา เพราะมีทั้งขนมปังแผ่น ขนมปังก้อน คุ้กกี้ ซีเรียล สลัดผัก ผลไม้ ชา กาแฟ น้ำส้ม นม และไข่ไก่ ที่สามารถปรุงเองได้เลย ดูจากรูปด้านล่างจะเห็นเลยว่าเยอะมากจริงๆ









มินว่าอาหารเช้าที่นี่น่าสนใจดีค่ะ ใครพักหลายๆ วัน ก็มีให้เลือกจะได้ไม่เบื่อนัก





เอาล่ะ ดูภาพห้องพักมาทั้งหมดทั้งมวลแล้ว คราวนี้มาดูราคากัน ต้องบอกนิดนึงว่า ราคาจะแรงกว่าเกสต์เฮ้าส์ทั่วๆ ไปที่มินเคยแนะนำมา ด้วยเพราะมีออพชั่นเสริมเยอะแยะมากมายขนาดนี้ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกเทียบเท่าโรงแรม ราคาก็เลยแรงกว่าทั่วไป แต่มินว่าก็คุ้มค่าอยู่นะ เพราะมันสะดวกสบายมากๆ อ่ะ ทั้งห้องพักและแหล่งที่ตั้งที่อยู่ใจกลางเมืองสุดๆ จะเดินทางมาจากสนามบินก็สะดวก เดินไม่ไกลจากป้ายรถบัส แถมร้านรวงก็มากมายรอบบริเวณ เอาเป็นว่าใครพร้อมจ่ายก็จัดไปเลยจ้า เพราะตอนนี้ไปจนถึงเดือนตุลาคม 2560 เขามีส่วนลดทุกห้องพัก 20%! ส่วนห้องดอร์มลด 10% ค่ะ น่าสนใจใช่มั้ยล่ะ ^^ ไปเช็คราคาห้องพร้อมส่วนลดได้ตามตารางด้านล่างเลยค่ะ *ราคาที่แสดงคือราคาต่อห้อง ส่วนห้องดอร์มคือราคาต่อเตียง

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย

หากอ่านจนจบมาถึงตรงนี้แล้ว สนใจอยากจองห้องพัก สามารถส่งอีเมลไปจองที่พักได้ที่ hostelharu@gmail.com เลย หรือจะดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่พัก ก็เข้าไปได้เลยที่ www.hostelharu.com 

มินว่าที่นี่ก็เป็นที่พักใหม่ที่น่าสนใจค่ะ เพราะมันค่อนข้างสะดวกมากๆ เลย ด้วยทำเลที่ตั้ง และห้องพักที่หลากหลายแบบให้เลือก ยิ่งมีส่วนลดดีๆ แบบนี้ด้วยแล้ว ต้องรีบเลยล่ะ ใครยังมองๆ หาที่พักที่ตอบโจทย์ครบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นห้องส่วนตัว มีห้องน้ำในตัว มีอาหารเช้า ใกล้แหล่งเที่ยว เดินทางสะดวก ห้องน่าพัก มินว่า Hostel Haru ก็เป็นอีกที่ที่มินจะแนะนำค่ะ

Address : 11-12F, 43-8, Gwancheol-dong, Jongno-gu, Seoul, South Korea
Tel : (From Korea) 02-732-1101,  (From Thailand) +82 2-732-1101
Email : (Reservation) hostelharu@gmail.com
Website : www.hostelharu.com, blog.naver.com/hostelharu
Facebook : www.facebook.com/hostelharu
How to go : การเดินทางจากสนามบินอินชอน นั่งแอร์พอร์ตบัสสาย 6002 (ค่ารถ 10000 วอน) มาลงที่ป้าย Jongno 2-ga ใกล้กับ Jonggak Station Exit 10 จากนั้นเดินเข้าซอยตรงร้านสตาร์บัคส์ได้เลย (ซอย Jongno 10-gil) และเดินยาวไปสุดซอยก็จะเจอตึกที่เป็นที่พัก Hostel Haru ค่ะ จะอยู่ติดคลองชองกเยชอนเลย มีจุดสังเกตคือด้านล่างตึกเป็นร้านมินิมาร์ท MINISTOP ค่ะ

หรือถ้าใครจะมาด้วยรถไฟ AREX ก็นั่งไปลงที่สถานี Seoul Station ก่อน แล้วเปลี่ยนขึ้นรถไฟใต้ดินสาย 1 สีน้ำเงิน ไปลงสถานี Jonggak Station Exit 9 แล้วเข้าซอยตรงสตาร์บัคส์ ก็ได้เช่นกันค่ะ ค่ารถจะถูกกว่ารถบัส แต่ว่าจะต้อนั่งหลายต่อนิดนึง ใครสัมภาระเยอะ หรือกระเป๋าใบใหญ่ อาจจะเหนื่อยนิดนึง

ส่วนบริการรถ Taxi จากสนามบินอินชอนมายังที่พัก ก็จะประมาณ 50000 วอนค่ะ ใช้เวลาราวๆ 70 นาที อันนี้ถ้าใครมาหลายคน (ประมาณ 3-4 คน) ก็ใช้บริการแท็กซี่หารกันก็ไม่แพงมาก สามารถบอกคนขับได้ว่าไปสถานี Jonggak ก็จะง่ายขึ้นค่ะ หรือโชว์ประโยคนี้ให้คนขับก็ได้ "기사님 종로구 관철동 43-8번지로 가주세요"




Credit : ข้อมูลและภาพประกอบจาก hostelharu.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น