อันยองค่ะสาวกเคป๊อบทั้งหลาย ^^ อย่างที่รู้กันก่อนนี้ว่า มินได้ทำการสั่งซื้อซีดีเพลงจากเกาหลี ผ่านทางเว็บไซต์ไปแล้วนั้น วันนี้พัสดุกล่องที่ว่านั้น ก็มาถึงมือมินที่ไทยแล้วล่ะค่ะ ก็เลยจะทำการแกะกล่องรีวิวให้ดู พร้อมบอกวิธีการสั่งซื้อแบบง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถซื้อได้ด้วยตัวเองกันค่ะ
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า มินไม่มีอคติอะไรกับธุรกิจการพรีออเดอร์ซีดีเพลงเกาหลีนะคะ แต่ที่มินไม่เลือกพรีออเดอร์ แต่เลือกที่จะสั่งซื้อเองนั้น ด้วยเพราะมินมีเหตุผลค่ะ นั่นคือ มินเป็นคนที่ชอบทำอะไรด้วยตัวเองมากกว่า เพราะมันค่อนข้างจะอิสระ คืออยากซื้อเมื่อไหร่ก็ซื้อ ไม่ต้องมาคอยตามว่าเปิดพรีเมื่อไหร่ ไม่ต้องมารอว่าถึงรอบพรีรึยัง อะไรแบบนี้น่ะค่ะ คือมันค่อนข้างจะสะดวกกับคนที่ใช้ชีวิตยุ่งวุ่นวายแบบมินมากๆ เลยล่ะ >.< คราวนี้หลายคนที่สนใจคงมีคำถามว่า แล้วการสั่งซื้อเอง ดีกว่าสั่งพรีตรงไหน? ตอบเลยว่า ต่างกันแค่คุณสามารถเลือกได้เองแบบที่มินบอกไปเท่านั้นแหละค่ะ คือไม่ได้จำกัดเวลา นึกอยากสั่งตอนไหนก็สั่ง และที่มินชอบอีกอย่างคือ ที่เว็บนี้เขามีสินค้าเยอะมาก บางอย่างเราก็หาพรีไม่ได้แล้ว อะไรแบบนี้ เป็นต้น ส่วนเรื่องราคานั้น แน่นอนว่าราคาสินค้าจะถูกกว่าร้านรับพรี แต่...เมื่อบวกค่าขนส่งระหว่างประเทศเข้าไปแล้วนั้น "ราคาก็พอๆ กัน" แหละค่ะ เพราะฉะนั้น เรื่องของการสั่งเองผ่านเว็บ ปัจจัยสำคัญคือ "ความสะดวกของเรา" นะคะ "ไม่ใช่เรื่องราคา" เข้าใจตรงกันนะ
เอาล่ะ ถ้าใครสนใจจะสั่งบ้างแล้วละก็ ตามมาดูกันเลย
เว็บไซต์ที่มินสั่งนั้นคือ www.dvdheaven.com ค่ะ (หรือชื่อใหม่ของเขาคือ www.ktown4u.com) เป็นเว็บขายสินค้าเกาหลี ไม่ว่าจะเป็น CD, DVD, Photobook, Magazine, Goods และอื่นๆ ซึ่งล่าสุดก็มีสินค้าประเภท Fashion มาจำหน่ายแล้วนะคะ ก็ไปลองดูกันได้ เขาเป็นบริษัทที่มีที่อยู่และเบอร์ติดต่อชัดเจน ไม่ต้องกลัวโกงไม่ส่งของ รับประกัน ไว้ใจได้ค่ะ
ก่อนที่จะไปดูวิธีการสั่งซื้อนั้น เรามารู้ถึง "วิธีการชำระเงิน" กันก่อนนะคะ เพื่อง่ายในการสั่งซื้อ สำหรับการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางเว็บนี้นั้น จะชำระเงินผ่านทาง Paypal ค่ะ ต้องมีบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตที่สามารถใช้ชำระค่าสินค้าได้ ซึ่งบัตรเดบิตที่ใช้ได้จะต้องมีโลโก้ Visa® หรือ MasterCard® เท่านั้น (ต้องไปเปิดบริการซื้อของทางอินเตอร์เน็ตกับทางธนาคารที่ใช้ก่อนนะคะถึงจะใช้จ่ายเงินได้)
สามารถสมัครบัญชี Paypal ได้ โดยคลิกที่นี่
จากนั้นคลิกที่ 'สมัครสมาชิก' เว็บไซต์จะพาเรามาที่หน้านี้ค่ะ ถ้าต้องการมีบัญชี Paypal ไว้สำหรับซื้อของออนไลน์เท่านั้นแบบมิน ก็เลือกสมัคร 'บัญชีบุคคลทั่วไป'
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
กรอกรายละเอียดต่างๆ ให้ครบถ้วน แล้วคลิกที่ 'ยอมรับและเปิดบัญชี'
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
แค่นี้เราก็จะมีบัญชี Paypal แล้วล่ะค่ะ สามารถทำการช้อปปิ้งออนไลน์ทั่วโลกได้แล้ว ซึ่งบัญชี Paypal นี้ จะผูกกับบัตรเครดิตที่เราจะเพิ่มข้อมูลเข้าไปในหน้าส่วนตัวของเราภายหลังนะคะ โดยสามารถใช้จ่ายค่าจองโรงแรม หรือเกสเฮ้าส์ ที่ใช้บริการนี้ได้ทั้งสิ้น สมัครครั้งเดียว สะดวกไปร้อยแปดค่ะ
คราวนี้ตามมาช้อปปิ้งกัน ก่อนจะสั่งซื้อสินค้าในเว็บ KTOWN4U นั้น ก็ต้องสมัครสมาชิกก่อนเช่นกันค่ะ ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก พอเข้าหน้าเว็บแล้ว ก็คลิกที่ 'New Account'
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
จากนั้นก็กรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวของเรา อย่าลืมเปลี่ยนตรงสัญชาติเป็น Thailand ด้วยนะคะ จากนั้นคลิก 'Make an account'
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
พอสมัครสมาชิกเรียบร้อย ก่อนจะสั่งซื้อก็ทำการ Log in เข้าระบบก่อนนะคะ จากนั้นก็เลือกซื้อสินค้าตามใจชอบเลย ซึ่งเขามีหมวดหมู่แยกไว้ให้เรียบร้อย รวมถึงแบ่งเป็นศิลปินชาย-หญิง ด้วย ง่ายแก่การค้นหามากๆ
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
จากนั้นมาดู "วิธีสั่งซื้อ" กัน มินจะลองทำรายการให้ดูเป็นตัวอย่างนะคะ โดยมินจะเลือกสั่งเป็นซีดีของแทยังนะคะ ซึ่งพอคลิกเลือกมาแล้ว ก็จะเข้ามาสู่หน้า 'รายละเอียดสินค้า' ซึ่งตอนจะสั่งซื้อนั้น ให้อ่านรายละเอียดตรงที่ขีดเส้นแดงให้ชัดเจนนะคะ เพราะที่เว็บนี้เขาจะแบ่งสินค้าเป็นหลายแบบ เช่นว่า CD+Poster in Tube หรือแถมโปสเตอร์พร้อมกระบอกใส่นั่นเอง แน่นอนว่าราคาจะแพงกว่าแบบธรรมดา (โปสเตอร์พับ) เพราะมีค่ากระบอกด้วย ถ้าใครอยากได้กระบอกใส่ซีดี ก็เลือกสั่งแบบนี้ค่ะ
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
แต่เนื่องด้วยมินงก 5555 เลยเลือกสั่งแบบธรรมดาแทนคือ CD+Folded Poster ไม่เป็นไร พับโปสเตอร์มาก็ได้ หาได้แคร์ไม่ อิอิ ดูราคานะคะ ต่างกัน 2.2 เหรียญ หรือประมาณ 74 บาท (เรททั้งหมดมินใช้ 33.7คูณนะคะ เพราะมินซื้อมาด้วยเรทเท่านี้) ถ้าจะเลือกสินค้าอื่นต่อ ก็คลิก 'Cart' แต่ถ้าจะทำรายการสั่งซื้อเลยก็คลิก 'Make order' ค่ะ
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
สมมติว่าเราเลือกซื้อแผ่นนี้แผ่นเดียวนะคะ ไปดูราคาค่าส่งกันว่าเท่าไหร่ จากในภาพระบบจะเลือกเป็นส่งแบบ EMS ให้เราอัตโนมัติ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ แต่ถ้าใครอยากเลือกวิธีส่งแบบนี้ ก็จะเสียค่าจัดส่ง 16.91 เหรียญ (570 บาท) แพงทีเดียว ซึ่งค่าส่งนั้นจะคิดตามน้ำหนักด้วยนะคะ อย่างซีดีแผ่นนี้หนัก 300 กรัม ถ้าสั่งหลายแผ่น ค่าส่งก็จะแพงขึ้นตามลำดับค่ะ และเมื่อรวมกับค่าซีดีแล้ว เท่ากับว่าเราต้องจ่าย 33.13 เหรียญ หรือประมาณ 1,116 บาทเลยล่ะค่ะ
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
แล้วถ้าไม่อยากจ่ายแพงขนาดนั้นทำยังไง? ในหน้าออเดอร์ของเรานี้ ก็เลื่อนลงไปด้านล่าง จะเจอกับตารางวิธีส่งค่ะ เลือกวิธีส่งที่เราต้องการ ในที่นี้มินเลือกส่งแบบ Registered Small Pack (Air) หรือส่งแบบลงทะเบียนมาทางเครื่องบินนั่นเอง ซึ่งมินคิดว่าส่งวิธีนี้ "ดีที่สุด" เพราะไม่แพงมาก และรอของไม่นานเท่าไหร่ แม้ในตารางจะบอกว่า 7-15 วัน แต่มินได้รับภายใน 8 วันเองค่ะ (อยู่กทม.) ค่าส่งซีดีแผ่นเดียวก็จะอยู่ที่ 7.14 เหรียญ (240 บาท) ต่างจาก EMS เกินครึ่งเลยล่ะ
แต่ถ้าใครอยากได้ไวมากๆ แบบภายใน 2-5 วัน ก็เลือกส่งแบบ EMS ไปนะคะ แต่ราคาก็จะแพงอย่างที่เห็นไปข้างต้น ส่วนวิธีอื่นๆ มินไม่แนะนำค่ะ เพราะมันแพงเกินไป เทียบกันแล้วไม่คุ้ม ส่วนแบบที่ถูกที่สุกคือ Non-Registered Small Pack (Air) นั้น ก็ไม่แนะนำเท่าไหร่ เพราะว่าจะไม่สามารถเช็คสถานะการจัดส่งได้ค่ะ คือไม่มีหมายเลขพัสดุให้เรานั่นเอง ถ้าเลือกแบบนี้ เดี๋ยวเกิดของตกหล่น จะวุ่นวายเอาเปล่าๆ เนอะ ยอมจ่ายแพงขึ้นอีกนิด เลือกแบบลงทะเบียนดีกว่าค่ะ
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
พอเลือกวิธีการส่งได้แล้ว ก็เลื่อนกลับขึ้นไปที่ช่องกรอกรายละเอียด ซึ่งระบบจะใส่ข้อมูลที่เรากรอกไว้ตอนสมัครเรียบร้อยแล้ว ตรวจทานที่อยู่อีกครั้งเพื่อความชัวร์นะคะ ในช่องว่างๆ เขามีไว้สำหรับเผื่อจะฝากโน้ตอะไรถึงทางเว็บ (ไม่มีก็เว้นว่างไปค่ะ) คราวนี้มาดูข้างล่าง ตรง Value on the package นั้น คือการใส่ 'ราคาประเมิน' ของสินค้าค่ะ ซึ่งราคาประเมินนี้แหละที่มีผลต่อศุลกากรไทย ถ้าประเมินมาสูง ทางศุลกากรอาจจะทำการเปิดเช็คของ และนั่นจะทำให้เราเสียภาษีค่ะ หรือในขณะเดียวกัน หากมากล่องใหญ่ ต่อให้ประเมินมาต่ำมาก ศุลกากรก็อาจจะสุ่มเปิดได้เช่นกัน แต่ยังไงทางที่ดีประเมินต่ำๆไว้ก่อนดีกว่าค่ะ (ไม่ควรเกิน 50 เหรียญ) แต่อันนี้ที่มินทำให้ดู ราคาซีดีไม่เกิน 50 เหรียญอยู่แล้ว ก็เลยไม่ได้ใส่ราคาประเมินไปค่ะ ใช้ราคาสินค้าจริงก็ได้ ก็ว่างไว้ไม่กรอก ส่วนตรง Mask on the customs slip นั้น ให้เลือกเป็น 'Gift' ไปนะคะ เคลมว่าของที่ส่งมาเป็นของขวัญจะปลอดภัยกว่าค่ะ
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
มาถึงตรงนี้คงมีคำถาม แล้วสั่งแบบนี้เสียภาษีมั้ย? จริงๆ แล้วการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าในประเภทฟุ่มเฟือย เช่น เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอาง ซีดี เหล่านี้ ล้วนแล้ว "ต้องเสียภาษี 40% ด้วยกันทั้งสิ้น" ค่ะ แต่ทางศุลกากรไทยมีข้อกำหนดไว้ว่า หากสินค้าราคารวมแล้วไม่เกิน 1000 บาทไทยโดยประมาณ จะละเว้นการเสียภาษี นั่นแปลว่า การสั่งซีดีแค่ 1-2 แผ่นนั้น ราคารวมไม่ถึงพัน มินจึงไม่เสียภาษีค่ะ แต่ถ้าสั่งเยอะ หรือสั่งของราคาแพง ก็มีสิทธิ์เสียภาษีนะคะ ระวังด้วยจ้า
มาดูขั้นตอนของเรากันต่อค่ะ ถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้วคือเลือกวิธีการชำระเงิน ก็เลือก Paypal ไปตามระเบียบ ก่อนจะกด Pay เช็คราคารวมอีกรอบนะคะ ว่าถูกต้องมั้ย หรือเราพอใจกับราคารึเปล่า (เผื่อบางคนคำนวณแล้วคิดว่าแพงกว่าพรีอะไรแบบนี้) ซึ่งราคารวมค่าส่งแล้วก็ออกมาเป็น 23.36 เหรียญ หรือประมาณ 787 บาทค่ะ ถ้าพอใจแล้วก็คลิก 'Pay' เลย
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
พอทำรายการเสร็จ ก็จะขึ้นหน้า 'Order complete' แบบนี้ค่ะ ซึ่งระบบใหม่ของเว็บเขาก็คือ เราสามารถชำระเงินทีหลังได้ภายใน 7 วัน *ปัจจุบันได้แค่ 3 วันค่ะ คือทำรายการสั่งซื้อวันนี้ ไปจ่ายเงินพรุ่งนี้ก็ได้ เผื่อว่าไม่สะดวกตอนนั้น แต่ถ้าเราไม่ชำระเงินภายใน 3 วัน รายการสั่งซื้อนี้จะถูกยกเลิกค่ะ ซึ่งเมื่อเราเลือกทำการจ่ายเงิน เว็บจะลิ้งไปยังเว็บ Paypal เราก็ทำการล็อกอินแล้วทำรายการจ่ายเงินผ่าน Paypal ได้เลยค่ะ เห็นมั้ยไม่ยากเลย และเมื่อจ่ายเงินแล้ว อยากจะเช็คสถานะออเดอร์ของตัวเอง ก็คลิกที่ 'My Account'
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
ในประวัติการสั่งซื้อของมินนั้น จะมี 2 ออเดอร์ด้วยกันนะคะ เพราะมีอันนึงที่มินทำให้ดูนี่แหละ ไม่ต้องสนใจเนอะ 5555 มาดูที่ออเดอร์อันที่มินสั่งไปจริงๆ กันดีกว่า ซึ่งออเดอร์อันล่างนั้น มินสั่งไปเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา และได้ทำการชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ไปดูกันว่ามินสั่งอะไรไปบ้างค่ะ คลิกที่หมายเลขออเดอร์ได้เลย
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
ของที่มินสั่งไปนั้น ก็มีซีดีแทยัง กับบีสท์ อย่างละแผ่น ราคาซีดีรวม 949 บาท พร้อมโปสเตอร์ธรรมดาไม่เอากระบอกค่ะ มินเลือกจัดส่งแบบลงทะเบียน ค่าส่ง 434 บาท รวมแล้วมินจ่ายไปทั้งสิ้น 1,383 บาทค่ะ ในภาพจะเห็นได้ว่า วันที่ส่งพัสดุคือวันที่ 23 มิถุนายน ทางร้านไม่ได้ส่งช้าหรอกนะคะ แต่มินชำระเงินไปวันที่ 22 มิถุนายนค่ะ ทางร้านจะส่งของให้เราทันทีในวันถัดไปหลังจากชำระเงิน และจากการส่งแบบลงทะเบียนนั้น เราก็จะได้เลขพัสดุมาในออเดอร์เลย สามารถเอาเลขนี้ไปเช็คสถานะทางเว็บได้ค่ะ
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
เว็บไชต์ที่ใช้เช็คเลขพัสดุจากเกาหลีนั้น คลิกที่นี่ เลย จากนั้นใส่เลขพัสดุของเราไป ก็จะขึ้นหน้านี้มา ที่จะบอกสถานะการจัดส่งของเราค่ะ ว่าอยู่ขั้นตอนไหนแล้ว ถ้าดูตามตาราง ของถูกส่งมาวันที่ 23 มิถุนายน มินได้รับวันที่ 30 มิถุนายน รวมระยะเวลาทั้งหมดก็ 7 วัน หรือประมาณสัปดาห์นึง (ถ้านับจากวันที่จ่ายเงินก็ 8 วัน) ถือว่าเร็วพอสมควรเลย ไม่ต้องส่ง EMS ให้เปลือง ได้ช้ากว่าไม่กี่วันเองค่ะ
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
คราวนี้มาเปิดกล่องพัสดุกันดีกว่า อ้อ...พัสดุมาส่งที่บ้าน เราต้องเสียค่าธรรมเนียมนำจ่ายให้ไปรษณีย์ 7 บาทนะคะ สภาพกล่องมาอย่างดีเลย ไม่บุบ ไม่พัง (ขออนุญาตปิดที่อยู่นะคะ)
ใบปะหน้ากล่องพอแกะออกมาแล้วจะมีรายการสินค้าที่เราสั่งไปค่ะ (เป็นภาษาเกาหลี)
ของที่สั่งไปถูกแพ็คมาอย่างดีด้วยบับเบิ้ลหนาทีเดียวค่ะ แต่ไม่ได้ปิดหัวท้ายนะ เขาแค่พันๆ ห่อๆ มาเฉยๆ
ได้ของครบค่ะ เป็น CD สองแผ่น และโปสเตอร์ที่พับมาตามระเบียบ แต่มินได้โปสเตอร์ของยงแซงมาแทนบีสท์ เดาว่าของบีสท์คงหมด เพราะฉะนั้นเผื่อใจไว้ด้วยนะคะว่าเราอาจจะไม่ได้โปสเตอร์ตรงตามอัลบั้มที่สั่ง (กรณีที่มันหมดทางร้านจะส่งอันอื่นมาแทน)
มาดู CD กันบ้างดีกว่า
และก็อันนี้ Taeyang 2nd Album [Rise] ด้านในแถมสติ๊กเกอร์มาให้ 1 แผ่นค่ะ สวยงามถูกใจทั้งคู่เลย ^^
ก็จบรีวิวแล้วนะคะ ใครที่สนใจอยากสั่งบ้าง ก็ไปลองสั่งกันดู มินอาจจะเขียนอธิบายยาวหน่อยนะคะ เพราะอยากให้คนที่ไม่เคยสั่งของออนไลน์ หรือไม่เคยสั่งของข้ามประเทศได้อ่านกันอย่างเข้าใจ แต่คิดว่าทุกคนคงชินแล้ว เพราะถ้าไม่ละเอียดก็ไม่ใช่มินอ่ะเนอะ อิอิ ส่วนช่องทางการติดต่อร้านต่างๆ ก็อยู่ในนามบัตรข้างล่างเลยนะคะ และถ้าเราสั่งของแต่ละครั้งเนี่ย เขาจะมี Mileage Point คือคะแนนสะสมให้เราด้วยนะ ซึ่งสามารถเอาไปใช้เป็นส่วนลดในการสั่งซื้อครั้งต่อๆ ไปได้ ซึ่งคะแนนนี้จะสะสมเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่มีรายการสั่งซื้อ และสามารถเก็บไว้ใช้เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ต้องไม่เกิน 60 เดือนค่ะ ถ้าเกินจาก 60 เดือน แล้วยังไม่ได้ใช้ หรือใช้ไม่หมด คะแนนที่สะสมไว้จะหายไปค่ะ
ก็ขอให้สาวกเคป๊อบทั้งหลาย สนุกสนานกับการช้อปปิ้งออนไลน์นะคะ แต่อย่าช้อปเพลิน ระวังกระเป๋าฉีกเน้อออออ ว่าแล้ว เดี๋ยวไปสั่ง CD เพิ่มดีกว่า อิอิ


























