20 กันยายน 2560

ตารางใบไม้เปลี่ยนสี ปี 2017


ใกล้เข้ามาแล้วนะคะ กับฤดูใบไม้ร่วงที่นักท่องเที่ยวหลายคนตั้งตารอ เนื่องจากในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ใบไม้ต่างๆ มีการเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแดงสวยงามไปทั่วประเทศเกาหลีเลยล่ะ และก็ต้องบอกกันเหมือนเดิมว่า ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีในแต่ละปีนั้น จะช้าเร็วแตกต่างกันออกไปไม่ได้ตรงกันเป๊ะๆ ทุกปี เพราะจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในปีนั้นๆ  แต่ช่วงเวลาก็จะแตกต่างกันไม่มากค่ะ สำหรับปี 2017 นี้ ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีเร็วกว่าปีที่แล้ว และเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่แนวเขาทางเหนือลงไปทางใต้เช่นเคยค่ะ 

ใบไม้เปลี่ยนสีที่มองลงมาจากหมู่บ้านบุคชน


จากพยากรณ์ล่วงหน้าในปีนี้คือ ใบแรกที่จะเปลี่ยนสีที่เทือกเขาซอรัคซาน (Seoraksan) จะตรงกับวันที่ 28 กันยายน ตามมาด้วยเทือกเขาโอแดซาน (Odaesan) วันที่ 30 กันยายน ต่อด้วยแถบภาคกลางในช่วงวันที่ 5-12 ตุลาคม และลงไปทางภูมิภาคทางใต้ในช่วงวันที่ 10-24 ตุลาคม ส่วนในโซลนั้น ให้ดูจากแนวเทือกเขาบุคฮันซาน (Bukhansan) ที่จะเริ่มเปลี่ยนสีใบแรกคือวันที่ 15 ตุลาคมค่ะ ซึ่งพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีนั้น จะนับจากใบไม้เปลี่ยนสีใบแรก ไปจนถึงช่วงพีคคือช่วงที่บานเต็มที่ค่ะ

อุทยานแห่งชาติโอแดซาน


และสำหรับในช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสีนั้น ก็คือเมื่อใบไม้สีเหลืองและสีแดงของต้นไม้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 80% ของภูเขา ซึ่งอาจจะช้าหรือเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ได้ โดยปกติแล้วช่วงพีคนั้นจะอยู่ในช่วงสองสัปดาห์หลังจากใบไม้เปลี่ยนสีใบแรกค่ะ



และในช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสี ในปี 2017 ยึดตามแนวเทือกเขาต่างๆ นั้น มีดังนี้ค่ะ
อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน (จ.คังวอนโด) เริ่มเปลี่ยนสี 28 กันยายน และช่วงพีคคือ 18 ตุลาคม
อุทยานแห่งชาติโอแดซาน (จ.คังวอนโด) เริ่มเปลี่ยนสี 30 กันยายน และช่วงพีคคือ 19 ตุลาคม
อุทยานแห่งชาติชีอัคซาน (จ.คังวอนโด) เริ่มเปลี่ยนสี 5 ตุลาคม และช่วงพีคคือ 22 ตุลาคม
อุทยานแห่งชาติวอลลัคซาน (จ.ชุงชองบุคโด) เริ่มเปลี่ยนสี 12 ตุลาคม และช่วงพีคคือ 25 ตุลาคม
อุทยานแห่งชาติซกรีซาน (จ.ชุงชองบุคโด) เริ่มเปลี่ยนสี 12 ตุลาคม และช่วงพีคคือ 25 ตุลาคม
อุทยานแห่งชาติคายาซาน (จ.คยองซังนัมโด) เริ่มเปลี่ยนสี 13 ตุลาคม และช่วงพีคคือ 30 ตุลาคม
อุทยานแห่งชาติบุคฮันซาน (จ.คยองกีโด - ใกล้โซล) เริ่มเปลี่ยนสี 15 ตุลาคม และช่วงพีคคือ 28 ตุลาคม
อุทยานแห่งชาติพัลกงซาน (เมืองแทกู) เริ่มเปลี่ยนสี 16 ตุลาคม และช่วงพีคคือ 29 ตุลาคม
อุทยานแห่งชาติฮัลลาซาน (เกาะเชจู) เริ่มเปลี่ยนสี 12 ตุลาคม และช่วงพีคคือ 26 ตุลาคม
อุทยานแห่งชาติคเยรงซาน (จ.ชุงชองนัมโด) เริ่มเปลี่ยนสี 15 ตุลาคม และช่วงพีคคือ 26 ตุลาคม
อุทยานแห่งชาติเนจางซาน (จ.ชลลาบุคโด) เริ่มเปลี่ยนสี 18 ตุลาคม และช่วงพีคคือ 4 พฤศจิกายน
อุทยานแห่งชาติมูดึงซาน (เมืองควางจู) เริ่มเปลี่ยนสี 17 ตุลาคม และช่วงพีคคือ 4 พฤศจิกายน

*วันที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ


สำหรับในโซลนั้น ก็จะค่อยๆ เริ่มเปลี่ยนสีหลังจากที่เทือกเขาบุคฮันซานได้มีใบแรกเปลี่ยนสีไปแล้วสักระยะค่ะ คาดว่าช่วงที่ในเมืองโซลมีใบไม้เปลี่ยนสีให้เห็นแบบสวยๆ หน่อย ก็น่าจะราวๆ ปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนหรือกลางเดือนพฤศจิกายนค่ะ จนกว่าลมหนาวจะมา พออากาศเย็น ฤดูหนาวมาถึง ใบไม้ก็จะเริ่มแห้งและร่วงตามลำดับ

และสถานที่เที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีต่างๆ ในเมืองโซลนั้น ก็มีหลายที่ด้วยกันมินเคยรวมรวบ 10 สถานที่เที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสียอดฮิตในโซล มาให้อ่านกันแล้ว ใครอยากได้ไอเดียในการไปเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีปีนี้แล้วนั้น ก็คลิกไปอ่านกันได้ค่ะ

หรือถ้าใครอยากออกเที่ยวตามอุทยานแห่งชาติต่างๆ สามารถคลิกอ่านได้ที่ 5 สถานที่เที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีที่อุทยานแห่งชาติ เลยค่ะ


Credit : ข้อมูลและภาพประกอบจาก hani.co.kr, visitkorea.co.kr

24 สิงหาคม 2560

ร้านเนื้อวัวย่างเจ้าดัง 고고갈비 (GoGo Galbi)


ครั้งนึงมินได้นัดเจอเพื่อนเกาหลีรุ่นน้องที่ร้านอาหารร้านนึงค่ะ ซึ่งเธอเป็นคนเลือกร้านเอง ก็นัดกันมาพบปะเจอกัน กินข้าวด้วยกันตามประสา ซึ่งก่อนนั้นมินก็ไม่รู้จักร้านนี้มาก่อน แต่เพื่อนเกาหลีว่าดี มินก็ว่าดีค่ะ และพอได้มาลองแล้ว ต้องร้องอื้อหือออออเลย เพราะมันอร่อยมวากกกกก ร้านนี้เหมาะสำหรับคนชอบเนื้อวัวโดยเฉพาะ ชื่อร้าน 고고갈비 (โกโกคัลบี) ย่านฮงแดค่ะ ซึ่งนานๆ ทีมินถึงจะมากินเนื้อวัวย่างที่เกาหลีค่ะ ไม่ใช่เพราะไม่ชอบนะ แต่เพราะว่ามันค่อนข้างแพง >.< เนื้อวัวที่นี่ราคาแพงมากจริงๆ แต่สำหรับร้านนี้ต้องยอมค่ะ ตามไปดูกันค่ะว่าจะน่ากินขนาดไหนกันนนน 

Photo by 1030ysk

ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 2014 แต่ยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใครบวกกับรสชาติของอาหาร จึงทำให้คนแวะเวียนกันมาเรื่อยๆ ค่ะ แถมยังดังถึงกับออกรายการทีวีเยอะมากกกกกกกก หนึ่งในนั้นคือรายการ Tasty Road ค่ะ 


ภายในร้านมีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ น่าจะมีสองชั้นด้วยกัน ภายในก็ตกแต่งแบบทันสมัยค่ะ เป็นร้านที่เหมาะกับคนหนุ่มสาว

Photo by seoulnavi

Photo by seoulnavi



เมนูในร้านจะมีหลายแบบค่ะ มินกับเพื่อนสั่งเนื้อย่าง 고고갈비 ตามชื่อร้าน ซึ่งจะเสิร์ฟตามจำนวนคน ราคาคนละ 13000 วอน มาสองคนก็ 26000 วอนค่ะ ความเก๋และไม่เหมือนใครของร้านนี้ ก็คือกระทะย่างนี่ล่ะ เหมือน UFO เลย


อุปกรณ์ในการกิน และขวดน้ำเปล่าสุดน่ารัก



พนักงานจะเป็นคนคอยมาจัดแจงย่างนั่นนี่ให้เราเอง ส่วนเราก็แค่นั่งรอกินก็พอค่ะ เริ่มจากใส่ถั่วงอกลงไปที่หลุมกระทะตรงกลางก่อน แล้วปิดฝาอบจนสุกดี 

Photo by 1030ysk

Photo by seoulnavi

หลังจากนั้นก็ตามด้วยพระเอกของเรา เนื้อวัวค่ะ เป็นส่วนที่ติดกับซี่โครง ซึ่งจะย่างมาสุกเรียบร้อยแล้ว แค่เอามาวางบนกระทะให้ร้อนอีกที 



จากนั้นก็ กินค่ะ!


Photo by seoulnavi

Photo by siksinhot

กินคู่กับเครื่องเคียงต่างๆ อย่างฟินนนนน


ที่เห็นก้อนกลมๆ นี่ไม่ใช่ไอศกรีมนะ แต่มันคือมันฝรั่งบดค่ะ หวานอร่อยมาก


พออิ่มกับเนื้อย่างแล้ว จะสั่งแกงกิมจิมาใส่ที่หลุมตรงกลางแบบนี้ก็ได้นะ ราคา 4900 วอน

Photo by 1030ysk

ส่วนมินกับเพื่อนเลือกสั่งเพิ่มเป็นเมนูข้าวผัดกิมจิชีสค่ะ 20000 วอน



รอบๆ จะเป็นไข่ค่ะ อร่อยมากๆ


ส่วนตรงกลางจะเป็นข้าวผัดกิมจิใส่เนื้อวัว และท็อปปิ้งด้วยชีส ดีงามมากมาย


กระทะนี้อร่อยไม่แพ้กระทะแรกเลยล่ะค่ะ 


พอคลุกให้เข้ากันกับชีส ก็จะเป็นแบบนี้

Photo by jmcoo1390

หรือถ้าใครชอบต็อกบกกี จะเลือกสั่งเป็นกระทะนี้ก็ได้นะ คัลบีต็อกบกกี ราคาเท่ากัน 20000 วอน น่ากินเหมือนกันค่ะ ที่สำคัญเผ็ดด้วย

Photo by doyeoni0205

Photo by doyeoni0205

นับว่าร้านนี้เป็นร้านเนื้อวัวย่างร้านนึงที่อร่อยจริงๆ ค่ะ สมกับที่ดังออกรายการมากมาย และสมกับที่ได้รับความนิยมจากคนเกาหลี ถ้ามาแถวนี้ อย่าลืมแวะมาลองกันนะคะ ^^


Address : 9-9, Wausan-ro 11-gil, Mapo-gu, Seoul
Tel : 02-6219-9090
Website : blog.naver.com/gogogalbi
Open from : 12:00-03:00 (ตีสามวันถัดไป)
Closed : Every Tuesday
How to go : รถไฟใต้ดินสาย 6 สถานีซางซู (Sangsu) ทางออกที่ 1 เดินเข้าไปทางถนนที่ไปม.ฮงงิก และตรงไปเรื่อยๆ

Photo by KakaoMap

จากนั้นตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอย Wausan-ro 11-gil ตรงร้าน Olive Young

Photo by KakaoMap

เลี้ยวซ้ายที่ซอยแรกอีกที

Photo by KakaoMap

เดินต่อไปนิดเดียว จะเจอร้านอยู่ซ้ายมือค่ะ

Photo by KakaoMap

Photo by KakaoMap


Map คลิกที่ภาพเพื่อขยาย






18 สิงหาคม 2560

홍콩반점0410 ร้านจาจังมยอนเปิด 24 ชั่วโมง


เมนูจาจังมยอนในเกาหลีนั้นจัดว่าเป็นเมนูที่หากินได้ง่ายค่ะ แถมมีเดลิเวอร์รี่ด้วย แต่คงจะดีกว่าถ้าดึกๆ เรายังมานั่งกินที่ร้านได้ ร้าน 홍콩반점0410 (ฮ่องกงบันจอม 0410) เป็นร้านที่ตอบโจทย์เรื่องนี้ได้ดีเลย เพราะร้านเปิดตลอด 24 ชั่วโมง แข่งกันมินิมาร์ทเลยทีเดียวค่ะ แต่สำหรับสาขาที่เปิด 24 ชั่วโมงนั้น ก็จะมีบางสาขาเท่านั้นนะคะ อย่างเช่นสาขาแทฮังโนที่มินจะมาแนะนำวันนี้นั่นเอง


ร้านนี้จะอยู่ชั้นใต้ดินนะคะ เดินบันไดลงไปได้เลย



บรรยากาศในร้านค่ะ โต๊ะนั่งเยอะทีเดียว ความจริงแล้วร้านนี้มีหลายสาขามากๆ ค่ะ หากินง่าย และราคาไม่แพงด้วย เป็นร้านยอดนิยมร้านนึงเลยล่ะ



จาจังมยอนที่นี่ชามละแค่ 4000 วอนเท่านั้นเอง เห็นมั้ยล่ะว่าไม่แพงจริงๆ


ราคาไม่แพงแบบนี้ แล้วรสชาติล่ะ? ตามมินมาชิมกันค่ะ



จากที่ได้ลอง ต้องบอกว่ารสชาติดีทีเดียวค่ะ อร่อยอยู่นะ ไม่ได้แย่เลย ตอนแรกก็คิดว่าราคาถูกจะอร่อยมั้ยน้า แต่อร่อยค่ะ มาลองได้



หรือถ้าใครกลัวจะเลี่ยนเส้น ลองเปลี่ยนเป็นข้าว เมนูจาจังพับ ก็ไม่เลวเลยค่ะ มินลองแล้วก็อร่อยเหมือนกัน จานละ 5500 วอนเอง



ข้าวกับซอส มันช่างดีงาม แถมมีไข่เจียวมาด้วย




จาจังมยอนจะกินคู่กับไชเท้าดอง และหอมใหญ่เพื่อตัดเลี่ยนนะคะ


แต่ถ้าเป็นข้าว จะมีซุปมาให้ด้วย น่าจะเป็นน้ำซุปจากจัมปง


เมนูจัมปงที่พูดถึง ก็คือชามนี้ค่ะ เป็นเหมือนบะหมี่ทะเลรสชาติจัดจ้าน ราคา 4500 วอน มาในชามใหญ่มากกกกกกก


ปกติแล้วเมนูจัมปงต้องเผ็ดนะคะ และเผ็ดแบบเผ็ดมากๆ ด้วย แต่ของร้านนี้มินชิมแล้วมันไม่เผ็ดเลยอ่ะ ถ้าใครไม่กินเผ็ดคงถูกใจ แต่ถ้าใครชอบรสจัด แนะนำว่าข้ามเมนูนี้ไปเลยค่ะ


และถ้ามาร้านนี้แนะนำให้สั่งคุนมันดู หรือเกี๊ยวทอด มาลองด้วยนะ มินว่าอร่อยดี กินแกล้มๆ กันกับจานหลัก เพลินดีค่ะ จานละ 4000 วอน ถูกอีกแล้ววววว



นอกจากร้านนี้จะเปิด 24 ชั่วโมง และหากินได้ง่ายเพราะมีหลายสาขาแล้วนั้น ยังราคาถูกอีกด้วย ผ่านไปเจอที่ไหน อย่าลืมแวะลองกันนะคะ


Address : B1F, 16 Daehak-ro 10-gil, Jongno-gu, Seoul
Tel : 02-3675-5004
Website : www.zzambbong.com
Open from : 24 ชั่วโมง
How to go : สาขาแทฮังโน รถไฟใต้ดินสาย 4 สีฟ้า ลงสถานีเฮฮวา (Hyehwa) ทางออกที่ 2 กลับหลังหันเดินตรงไปแล้วเลี้ยวเข้าซอยตรงร้าน KFC เดินตรงไปจนเจอร้านสีแดงๆ อยู่ขวามือ ร้านจะอยู่ก่อนถึงร้าน GS25


Map คลิกที่ภาพเพื่อขยาย