29 มิถุนายน 2560

ร้านเค้ก Peony หนึ่งในร้านเค้กดังย่านฮงแด


นานมาแล้วมินได้เคยลงแนะนำ 5 ร้านเค้กดังย่านฮงแด เอาไว้ และหนึ่งในนั้นมินก็ได้มีโอกาสไปลองชิมมาร้านนึงค่ะ ร้านนั้นคือ Peony (피오니) ร้านเค้กโฮมเมดเจ้าดัง จริงๆ มินไปมานานแล้วเหมือนกัน แต่ลืมลงรีวิว >.< เอาเป็นว่าถ้าใครยังไม่เคยไป หรือว่าเพิ่งจะมารู้จัก เพิ่งเคยได้ยิน ก็ถือว่ามาตามอ่านรีวิวย้อนหลังเอาล่ะกันเนอะ

Photo by 0205plus

ร้านเค้ก Peony เปิดมาตั้งแต่ปี 2008 มีสาขาฮงแดกับยอนนัม และแม้ว่าจะเปิดมาหลายปีแล้วก็ตาม แต่ความนิยมก็ยังไม่สิ้นสุด เพราะยังเป็นร้านเค้กที่คนเกาหลีแวะเวียนกันมาตลอด แม้ว่าจะมีร้านใหม่ๆ เปิดมาแข่งก็ตาม ร้านนี้มีดีอะไร ตามมินมาดูกันเลยจ้า


เข้ามาในร้านก็จะเจอเคาน์เตอร์กับตู้เค้กสามารถสั่งซื้อกลับบ้านได้ด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็นเค้กแบบชิ้น หรือแบบปอนด์ ก็สามารถซื้อตรงนี้ได้เลย เค้กราคา 4500-4800 วอน ส่วนแบบปอนด์ราคา 16000-35000 วอน แล้วแต่ขนาด



น่ากินมากๆ อ่ะบอกเลย


บรรยากาศภายในร้านค่ะ ซึ่งปัจจุบันสาขาฮงแดก็ได้ย้ายที่ตั้งใหม่อีกแล้ว >.<

Photo by 0205plus

Photo by 0205plus

มาดูกันว่ามินสั่งอะไรมาลอง แน่นอนว่าต้องไม่พลาดเมนูนี้ นั่นคือ Strawberry Short Cake ราคา 5200 วอนค่ะ เพราะเค้กสตรอเบอร์รี่ของร้านนี้มีชื่อเสียงที่สุด มินสั่งมาคู่กับ Iced Cappuccino 5000 วอนค่ะ


สำหรับกาแฟ มินว่ารสชาติใช้ได้เลยนะ ปกติร้านที่ขายขนมหวานเป็นหลัก กาแฟมักจะรสชาติไม่ค่อยเวิร์ค แต่กับร้านนี้มินว่าผ่านค่ะ


มาดูที่เค้กกันบ้างงงงงง เค้กร้านนี้เขาใช้ครีมสด 100% แน่นอนว่าครีมมีความนุ่มละมุนมากๆ ตัวเนื้อเค้กก็นุ่มเนียนไปกับครีม สอดแทรกด้วยสตรอเบอร์รี่สด ให้รสหวานอมเปรี้ยวนิดๆ ตัดเลี่ยนได้ดีค่ะ



ดูกันใกล้ๆๆๆ จากใจคนที่เลิฟสตรอเบอร์รี่มากกกเช่นมิน บอกเลยว่าเค้กสตรอเบอร์รี่ร้านนี้ สิบ สิบ สิบ ไปเลยจ้าาาา ของเขาดีจริง ต้องไปลองนะ!



และนอกจากเค้กสตรอเบอร์รี่แสนหวานนี้แล้วนั้น บิงซูของเขาก็เด็ดไม่แพ้กันเลย Strawberry Bingsu ราคา 9000 วอน เมนูนี้มินยังไม่เคยลอง แต่ร้อยทั้งร้อยก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อย!

Photo by siksinhot

ใครยังไม่เคยมาร้านนี้ รีบไปลองด่วนๆ แม้ร้านจะเปิดมานานแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่เอาท์นะเออ มีโอกาสก็แวะมาลองกันนะคะ มีเมนูอื่นๆ ให้เลือกชิมมากมายเลยค่ะ

Photo by siksinhot

Photo by siksinhot



Address : 1F, 56 Eoulmadang-ro, Mapo-gu, Seoul
Tel : 02-333-5325
Website : blog.naver.com/peonysdream
Open from : 12:30-22:00
Closed : วันจันทร์แรกของเดือน
How to go : รถไฟใต้ดินสาย 6 สีน้ำตาล สถานีซังซู (Sangsu) ทางออกที่ 1 จากนั้นเดินตรงยาวไปตามถนน จนถึงสี่แยกที่หัวมุมเป็นร้าน T-world ก็เลี้ยวขวา

Photo by Kakao Map

Photo by Kakao Map

เดินไปทางตึก Sangsangmadang เลยนะคะ ร้านนี้จะอยู่ก่อนถึงร้าน Sobok ติดๆ กันเลย และจะอยู่ขวามือใกล้กับปากซอย Wausan-ro 17-gil ค่ะ

Photo by Kakao Map

Photo by Kakao Map

Photo by 0205plus


Map คลิกที่ภาพเพื่อขยาย

20 มิถุนายน 2560

บริการพิเศษ! รับซื้อตั๋วเข้างาน Sinchon Water Gun Fight Festival 2017


สวัสดีค่ะ ในเร็วๆ นี้ช่วงหน้าร้อนที่เกาหลีจะมีเทศกาลฉีดน้ำที่ใหญ่ที่สุด ก็คือ Sinchon Water Gun Fight Festival จัดขึ้นที่ถนนยอนเซ ย่านชินชน ในวันที่ 29-30 กรกฎาคม 2017 แต่เนื่องจากว่าเว็บที่เปิดให้ซื้อตั๋วเข้างานนั้น เป็นภาษาเกาหลี รวมถึงต้องมีการสมัครสมาชิก กรอกเบอร์โทรศัพท์เกาหลี และโอนเงินเข้าบัญชีเกาหลีด้วย ซึ่งอาจสร้างความยุ่งยากให้หลายๆ คน เพราะฉะนั้น สำหรับใครที่สนใจอยากไปสนุกกับเทศกาลนี้แล้วล่ะก็ ตอนนี้มินเปิดบริการรับซื้อตั๋วเข้างานเพื่อความสะดวกให้กับทุกคนแล้วค่ะ แถมราคาพิเศษอีกด้วย!


สำหรับแพ็คเกจนั้น จะรวมค่าเข้างาน, อุปกรณ์ (แว่นตา+ถุงพลาสติกกันน้ำ+เสื้อกันฝน+ล็อกเกอร์) และปืนฉีดน้ำไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะมีหลายราคาตามแต่แพ็คเกจของปืนฉีดน้ำที่เลือก มีทั้งหมด 10 แพ็คเกจด้วยกัน เป็นราคาที่ลด 20% จากราคาที่ขายทางเว็บเกาหลีเลยค่ะ  *ราคาที่แจ้งไว้นี้ยังไม่รวมค่าบริการ 300 บาท/คน

**คิดเรทเกาหลี 0.032 ยกตัวอย่าง เลือกแพ็คเกจ Human A = 16800 วอน ต้องชำระเงินเท่ากับ (16800 x 0.032) + 300 บาท = 837 บาท



วิธีการสั่งซื้อ
1.สั่งซื้อผ่านทาง LINE ID : @seoulcafe (มี @)
2.แจ้งรายละเอียดวันที่ต้องการเข้าร่วมเทศกาล (วันที่ 29 หรือ 30 กรกฎาคม 2017) พร้อมแจ้งจำนวนคน
3.แจ้งแพ็คเกจที่ต้องการ (มี 10 แพ็คเกจให้เลือกตามด้านบน)
4.แจ้งชื่อ-นามสกุล (เป็นภาษาอังกฤษ) พร้อมอีเมลของผู้สั่งซื้อ
5.ชำระเงินหลังจากสั่งซื้อภายใน 2 วัน สามารถโอนเข้าบัญชีไทยได้เลย เลขบัญชีจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ตัวอย่างการสั่งซื้อ
- ต้องการซื้อตั๋วเข้างาน Water Gun วันที่ 29 กรกฎาคม 2017
- จำนวน 2 คน
- เลือกแพ็คเกจ Human A กับ Alien A
- ชื่อ xxx xxxx
- อีเมล xxxxxxx

วิธีการรับบัตรเข้างาน
1.หลังชำระเงินแล้ว มินจะส่ง E-Ticket ให้ทางอีเมลที่แจ้งไว้ ภายใน 3 วัน
2.โชว์ E-Ticket ที่ได้รับทางอีเมล ให้กับสตาฟของงานที่หน้างานได้เลย
3.จะได้รับบัตรเข้างานเป็นสายรัดข้อมือ 1 คน ต่อ 1 อัน พร้อมอุปกรณ์และปืนฉีดน้ำ
*หากถึงวันงานแล้วไม่มา มาช้า หรือมาไม่ได้ จะถือว่าเป็นการยกเลิก และไม่คืนเงิน

หมายเหตุ
- ค่าบริการ 300 บาท รวมค่าบริการการโอนเงินไปเกาหลีเรียบร้อยแล้ว
- เด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี ต้องมาพร้อมกับผู้ปกครองที่เป็นผู้ใหญ่
- ล็อกเกอร์จะเปิดให้บริการเวลา 10:00-19:00 (ส่วนงานมีเวลา 10:00-18:00)
- ห้ามบรรจุของเหลวอื่นๆ ที่ไม่ใช่น้ำลงในปืนฉีดน้ำ
- สายรัดข้อมือ (บัตรผ่านประตู) ไม่สามารถขอใหม่ได้ โปรดรักษาอย่างระมัดระวัง
- อย่าทำสายรัดข้อมือหาย เพราะจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องล็อกเกอร์
- สั่งซื้อได้ถึง 23 กรกฎาคม 2017

12 มิถุนายน 2560

Namsangol Night Market ตลาดนัดย้อนยุคปี 1890


ในปี 2017 นี้ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนไปจนถึงเดือนตุลาคม ที่เกาหลีมีตลาดนัดพิเศษค่ะ นั่นคือ ตลาดนัดกลางคืน Namsangol Night Market (남산골야시장) เป็นตลาดนัดที่จะพาเราย้อนยุคกลับไปในปี 1890 ฟังดูน่าสนใจใช่มั้ยล่ะ



ในตลาดนัดแห่งนี้ เขาจะจำลองบรรยากาศในช่วงปี 1890 ค่ะ ให้เราได้สัมผัสกับยุคสมัยในปี 1890 ของเกาหลี ซึ่งตลาดกลางคืนนี้จะมีรูปแบบดั้งเดิม รวมถึงบรรยากาศและสิ่งของต่างๆ จะเหมือนกับที่เคยใช้ในยุคของราชวงศ์โชซอนเมื่อในอดีต แต่จะได้สัมผัสไปกับความสนุกสนานที่ทันสมัยและเพลิดเพลินไปกับมันด้วย


เราจะได้เพลิดเพลินไปกับกิจกรรมต่างๆ ที่ผสมผสานประเพณีเก่าแก่กับความทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นเกมส์การแข่งขันแบบดั้งเดิม การแสดงดนตรีแบบดั้งเดิม และแฟชั่นโชว์เสื้อผ้าแบบสมัยก่อนที่มีชาวต่างชาติเป็นคนแสดง รวมถึงยังมีโอกาสที่จะได้ลองชิมอาหารเปอร์เซียดั้งเดิม ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินไปกับอาหารอร่อย, กิจกรรม และอีเว้นท์สุดสนุนที่จะเกิดขึ้นที่นี่ Namsangol Hanok Village!



Admission : Free
Operating Hours : 17:00-22:00 every Saturday (June - July 2017), 17:00-22:00 every Friday and Saturday (August - October 2017)
How to go : รถไฟใต้ดินสาย 3 สีส้ม หรือสาย 4 สีฟ้า ลงสถานีชงมูโร (Chungmuro) ทางออกที่ 3 หรือ 4

ดูรีวิวเส้นทางไป

8 มิถุนายน 2560

ข้าวผัดกิมจิ UFO 그남자의볶음밥 ร้านนี้กินฟรีได้ด้วย!


วันนี้มินมีร้านอาหารร้านนึงมาแนะนำค่ะ เหมาะมากสำหรับคนที่เดินทางคนเดียว เพราะเป็นร้านที่มาคนเดียวก็อิ่มอร่อยได้ แถมมีโอกาสกินฟรีได้ด้วยนะเออ ร้านนี้ชื่อว่า 그남자의볶음밥 (กึนัมจาอีบกกึมพับ) ตั้งอยู่ที่ย่านฮงแดค่ะ


ความจริงแล้วเมนูในร้านก็ไม่ใช่เมนูแปลกใหม่อะไร เป็นข้าวผัดกิมจิที่เราคุ้นเคยกันดี เพียงแต่เขามีความเก๋ไก๋กว่าร้านอื่น ตรงที่ว่าเป็นข้าวผัดกิมจิที่มาบนกระทะร้อน ล้อมรอบด้วยไข่ หน้าตาออกมาเหมือนจานบิน UFO นั่นเองค่ะ ซึ่งเมนูในร้านก็มีให้เลือกหลายแบบ ว่าต้องการกินข้าวผัดกับอะไร เช่น ข้าวผัดกิมจิชีส ข้าวผัดกิมจิใส่ไก่ ข้าวผัดกิมจิหมูสามชั้น เป็นต้นค่ะ


ร้านจะอยู่ชั้นสองนะคะ เดินขึ้นบันไดสีแดงๆ นี้ไปเลย


ขึ้นมาถึงหน้าประตู เราจะเจอโต๊ะตั้งไว้แบบนี้ พร้อมกับรูปที่ติดผนังเต็มไปหมด ขอบอกว่านี่ล่ะค่ะคือหนึ่งในกิมมิคของร้าน ที่มีไว้สำหรับให้กินฟรี! นั่นก็คือ หากใครสามารถยืนกินที่โต๊ะตรงนี้ได้ ที่ร้านให้กินฟรีเลยเอ้า แล้วฟรีจริงๆ นะ มีคนท้าประลองเต็มเลย ดูจากรูปเป็นพยาน


แต่ถ้าใครใจไม่กล้าพอ จะลองข้ออื่นก็ได้นะ เพราะเขามีกฎสำหรับกินฟรีถึง 10 ข้อ อาทิ คนที่เกิดวันที่ 29 กุมภาพันธ์, คนที่เกิดวันเอพริลฟูลเดย์, คนที่มีรอยสักรูปเสือ, คนที่สวมชุดแบทแมนมา (?), คนที่มีพี่น้องฝาแฝด, คนที่มาด้วยกันเกิดวันเดียวกัน เป็นต้นค่ะ


นี่คือตัวอย่างของเหล่าคนที่ได้กินฟรี ดี๊ดีย์อ่ะ


แต่ถ้าใครไม่เข้าข่ายกินฟรีสักข้อเลยแบบมิน ก็เดินเข้าร้านไปกดตั๋วที่ตู้เลยค่ะ 5555 ที่จอจะมีภาษาอังกฤษกำกับแต่ละเมนูค่ะ เราก็กดเลือกเมนูที่ต้องการ ใส่เงินเข้าไป ก็จะได้เป็นตั๋วออกมา เอาไปยื่นให้พนักงาน แล้วไปนั่งสวยๆ ที่โต๊ะได้เลย


ดูบรรยากาศร้านสักหน่อย 



ไม่นานเมนูที่สั่งไปก็มาเสิร์ฟค่ะ มินสั่งเป็น 김치 삼겹살 볶음밥 (กิมจิ ซัมกยอบซัล บกกึมพับ) หรือข้าวผัดกิมจิหมูสามชั้นน่ะเองงงงง ปกติแล้วเมนูนี้จะราคา 7500 วอนค่ะ แต่มินเพิ่มชีสด้วย ก็บวกไปอีก 1000 วอน เป็น 8500 วอน ถือว่าราคาแอบแพงนิดนึงสำหรับข้าวผัดกิมจิทั่วไปค่ะ


หน้าตาก็จะเหมือน UFO ตามคอนเซ็ปต์ร้าน


ลองชิมกันดีกว่าค่ะ ตัวข้าวผัดนั้นก็มีรสจัดจ้านนิดๆ คือมีความเผ็ดปนมาเล็กน้อยพอได้รสชาติผสมกับหมูสามชั้นก็อร่อยดีค่ะ แต่ตัวหมูจะบางๆ นิดนึง 



กินกับชีสยืดๆ ก็ฟินดีนะ


ส่วนไข่ก็นุ่มๆ ดีค่ะ แต่ด้วยความที่กระทะมันแบนๆ ไข่ก็เลยมาแบบบางๆ (บางอีกแล้ว) รวมๆ แล้วเมนูนี้มินว่าก็อร่อยดีค่ะ รสชาติโอเค อาจจะไม่ว้าวมาก แต่ก็ไม่แย่นะ เหมาะกับเวลาที่นึกไม่ออกว่าจะกินอะไรแถมอยู่คนเดียวอีก ก็เดินเข้าร้านนี้ ง่ายดีค่ะ


หรือใครจะลองเมนูอื่นๆ ก็ได้นะ น่ากินเหมือนกัน

Photo by siksinhot

Photo by siksinhot

Photo by siksinhot


Address : 2F, 34-12 Jandari-ro 6 gil, Mapo-gu, Seoul
Tel : 070-4125-6514
Website : blog.naver.com/lyr6262
Open from : 11:30-21:00  (Break Time : 15:00-17:00)
Closed : Every Wednesday
How to go : รถไฟใต้ดินสาย 2 สีเขียว ลงสถานีม.ฮงงิก (Hongik Univ.) ทางออกที่ 9 เดินตรงตามถนนใหญ่ไปจนถึงสี่แยกที่มีร้าน SPAO ก็เลี้ยวซ้าย และเดินตรงไปทางหน้าม.ฮงงิกเลยค่ะ

Photo by KakaoMap

Photo by KakaoMap

จากนั้นเลี้ยวไปทางซอย Trick Eye Museum ตรงร้าน TONY MOLY

Photo by KakaoMap

Photo by KakaoMap

เดินไปสุดซอยจนถึงแยกที่มีร้าน ETUDE ก็เลี้ยวไปทางขวา

Photo by KakaoMap

จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าซอยที่สอง

Photo by KakaoMap

ตรงไปสุดซอยเลยค่ะ ร้านจะอยู่ขวามือ ชั้นสอง

Photo by KakaoMap


Map คลิกที่ภาพเพื่อขยาย