แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เที่ยวแบบ 1 Day Trip แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เที่ยวแบบ 1 Day Trip แสดงบทความทั้งหมด

27 ธันวาคม 2560

รีวิวเกาหลี พาเที่ยววันเดย์ทัวร์ 4 ที่ใน 1 วัน กับ KKday วันเดียวก็เที่ยวได้


กลับมาอีกแล้วกับการรีวิวที่เที่ยวนะคะ หลังจากทริปเกาหลีเมื่อช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมาจบไป มินก็ได้ไปเที่ยวที่ใหม่ๆ ที่ตัวเองยังไม่เคยไปหลายที่ รวมถึงแวะเวียนไปยังสถานที่เดิมๆ เพื่ออัพเดตข้อมูลกันด้วย วันนี้มินก็เลยจะขอเริ่มต้นพาทุกคนเที่ยวแบบ วันเดย์ทัวร์กับ KKday เที่ยวแบบ 4 ที่ใน 1 วันกันบ้าง จะสนุกสนานและน่าตามไปเที่ยวแค่ไหน มาติดตามกันได้เลยค่ะ


มินเลือกใช้บริการทัวร์ในประเทศจาก KKday ค่ะ มีจุดรับส่งอยู่ที่ ฮงแด มยองดง และทงแดมุน มินพักย่านฮงแดพอดีเลย จึงสะดวกในการขึ้นรถมากๆ รถมารับเวลา 7:20 เรียกได้ว่าต้องตื่นแต่เช้ากันเลยทีเดียว เพราะว่าวันนี้ต้องไปเที่ยวถึง 4 ที่ด้วยกัน รถที่จะพาเราไปก็เป็นรถบัสค่ะ พร้อมด้วยไกด์ 1 คน


ไกด์ของมินวันนี้ชื่อว่าเคทค่ะ สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วเลย เพราะฉะนั้นถ้าไปกับทัวร์แบบนี้สบายใจหายห่วง ไม่กลัวหลงค่ะ


ทัวร์วันนี้เริ่มที่แรกคือ สวน The Garden of Morning Calm ค่ะ สวนสวยและเก่าแก่อยู่ในจังหวัดคยองกีโด ด้วยพื้นที่กว่า 30000 ตารางเมตร เป็นสวนที่เหมาะแก่การเดินเล่นพักผ่อนในยามเช้าสมชื่อมากๆ เลยล่ะ ด้วยเพราะเป็นสวนที่กว้างใหญ่มาก จึงทำให้มีหลายส่วนให้ชม มินเก็บภาพบางส่วนมาฝากกัน วันที่ไปอากาศดีมากๆ เลยค่ะ ออกจะหนาวเย็นนิดๆ แต่มีแสงแดดอ่อนๆ ทำให้อากาศกำลังดีเชียว


ช่วงที่มินไปตรงกับฤดูใบไม้ร่วงพอดี จึงทำให้ทันได้เห็นสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามมวากกกก




มาดูบริเวณภายในสวนกันบ้างค่ะ ดูร่มรื่นและสดชื่นมากๆ เดินเพลินเลย


และที่นี่นะคะ จะมีสวนดอกไม้ตามฤดูกาลด้วย อย่างช่วงที่ไปก็จะเป็นดอกเบญจมาศค่ะ แต่ถ้าใครมาในเดือนอื่นๆ ก็จะมีดอกไม้ชนิดอื่นให้ชม รวมถึงช่วงฤดูหนาวจะมีเทศกาลไฟประดับด้วย อ่านรายละเอียด  ทัวร์ให้ใช้เวลาที่นี่ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ถือว่าไม่มากไม่น้อย พอจะเดินถ่ายรูปสวยๆ ได้อยู่ แต่ถ้าจะเดินให้ทั่ว ก็ต้องบอกว่าชั่วโมงเดียวไม่พอจริงๆ ค่ะ



จบจากที่แรกก็ไปต่อยัง เกาะนามิ สถานที่ที่เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของช่วงใบไม้ร่วงเลยล่ะ เพราะอย่างที่รู้ๆ กันว่า ที่เกาะนามิจะสวยที่สุดในฤดูนี้ เพราะเต็มไปด้วยใบเมเปิ้ลนั่นเอง มินเองเคยมาที่เกาะนามิแล้วครั้งนึงเมื่อ 6 ปีก่อน ซึ่งนับว่านานมากกกกกกกก ยังไม่มีโอกาสกลับไปอีกเลย จนกระทั่งคราวนี้ค่ะ และนับว่าสมใจมากๆ เพราะเกาะนามิของมินรอบนี้ สวยกว่าที่มาครั้งก่อนมาก เพราะมาตรงกับช่วงที่สวยที่สุดพอดีค่ะ


พอเดินทางมาถึงท่าเรือก็ต้อนรับด้วยต้นกิงโกะสีเหลืองทอง สวยมาก


ข้ามเรือเฟอร์รี่มาถึงเกาะแล้ว ไกด์ก็ปล่อยให้เราได้เดินเที่ยวอย่างอิสระประมาณ 2 ชั่วโมงค่ะ ก็เดินได้ทั่วอยู่เหมือนกัน เก็บภาพมาฝากเยอะเลย เข้าไปในเกาะนามิ มินก็เริ่มต้นด้วยการเดินชมต้นกิงโกะก่อนเลย สีเหลืองอร่ามงามตา



เดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ ก็จะเริ่มเห็นใบเมเปิ้ลที่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีแดง เต็มไปหมดเลยค่ะ 





ใครที่ชอบถ่ายรูป ต้องไม่พลาดมุมยอดฮิตคือแนวต้นสนและต้นกิงโกะด้านใน ซึ่งคนก็จะเยอะมากๆ เลย ถ้าอยากได้รูปสวยๆ ก็ต้องหามุมและจังหวะดีๆ ส่วนมินก็ใช้ความสามารถในการช่วงชิงจังหวะ ถ่ายมาได้ประมาณนี้ >.<




มาเกาะนามิครั้งนี้ มินไม่ได้เดินไปถ่ายรูปกับรูปปั้นเบยองจุนค่ะ เพราะว่าเคยถ่ายไปแล้วเมื่อครั้งก่อน รอบนี้มาเน้นถ่ายรูปใบไม้เปลี่ยนสี ก็เลยใช้เวลาไม่นานมาก ก่อนออกจากเกาะนามิ เดินมาเจอรูปปั้นน่ารักมากเลย แถมด้วยป้ายทักทายเป็นภาษาต่างๆ น่ารักดีค่ะ


จากเกาะนามิ ก็จะไปยังสถานที่ต่อไปที่มินรอคอยยยย นั่นก็คือ ปั่นจักรยานรางรถไฟ (Rail Bike) ที่ Gangchon Rail Park ค่ะ สวนกังชอนนี้จะอยู่บริเวณรางรถไฟ และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวเกาหลีและต่างชาติ ซึ่งนิยมมาปั่นจักรยานบนทางรถไฟชมวิวแม่น้ำบุกฮันกัง (Bukhangang) อันสวยงามกัน เส้นทางจะเริ่มต้นที่สถานีรถไฟ Gimyujeong Station ไปจนถึงสถานีรถไฟ Gangchon Station ค่ะ แค่ฟังก็น่าสนุกแล้วววว ถ้าใครสนใจอยากมาปั่นจักรยานอย่างเดียว แบบไม่ซื้อทัวร์ ทาง KKday เขาก็มีตั๋วจำหน่ายนะคะ สะดวกกว่าซื้อจากเว็บเกาหลีด้วย คลิกเพื่อดูรายละเอียด


จักรยานที่ว่า จะเป็นจักรยานแบบพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับขี่บนทางรถไฟเท่านั้นค่ะ จะมีทั้งแบบที่นั่งได้ 2 คน และนั่งได้ 4 คน ซึ่งทางไกด์จะเป็นคนจัดที่นั่งให้เราเองนะคะว่าได้แบบไหน ส่วนมินได้ที่นั่งแบบสี่คนค่ะ ก็เลือกนั่งหน้าเลย เพราะอยากได้ภาพวิวสวยๆ ^^


วันที่ไป อากาศดีมากค่ะ ทำให้การปั่นไม่เหนื่อยและไม่ร้อนจนเกินไป กำลังสบายๆ ลมพัดเย็นๆ กับแดดอ่อนๆ ถ้าใครอยากมาบ้าง มินแนะให้มาช่วงฤดูใบไม้ผลิ หรือใบไม้ร่วง น่าจะเหมาะสมที่สุดค่ะ เพราะนอกจากอากาศจะสบายไม่หนาวจัดและไม่ร้อนเหงื่อตกแล้ว บรรยากาศโดยรอบของธรรมชาติยังสวยอีกด้วย อย่างช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็จะเห็นวิวของใบไม้เปลี่ยนสีตามแนวยอดเขา และก็มีดอกหญ้าริมทางให้ชมด้วยค่ะ



และไม่ใช่แค่ปั่นจักรยานชมวิวอย่างเดียวนะ ระหว่างทางยังมีกิมมิคแอบซ่อนไว้ภายในอุโมงค์ตลอดทางอีกด้วย แต่จะเป็นอะไรต้องลองไปกันดูค่ะ ซึ่งทำให้กิจกรรมท่องเที่ยวกลางแจ้งแบบนี้ สนุกสนานขึ้นมากเลยล่ะ


แต่ถ้าใครสนใจไปช่วงฤดูหนาว ก็ต้องบอกว่าเตรียมเครื่องแต่งกายและใจให้พร้อม เพราะกิจกรรมกลางแจ้งแบบนี้ อากาศหนาวสุดขั้วเลยล่ะ แต่ก็แลกมากับบรรยากาศสุดโรแมนติกแบบนี้นะคะ


ใครที่กลัวว่าปั่นจักรยานแบบนี้จะเมื่อยหรือเหนื่อย บอกเลยว่าไม่เลยค่ะ เพราะเส้นทางส่วนใหญ่จะเป็นทางราบเรียบ หรือลาดลงเล็กน้อยทำให้ปั่นได้ง่าย ออกแนวปั่นเพลินๆ ด้วยซ้ำ ส่วนตัวมินชอบมาก ยิ่งถ้ามากับกลุ่มเพื่อนนะ สนุกสุดๆ บอกเลย เส้นทางการปั่นจักรยานจากจุดเริ่มต้นจนถึงจุดพักจะยาวประมาณ 6 กิโลเมตร และใช้เวลาในการปั่นราวๆ 40 นาทีค่ะ ซึ่งเมื่อถึงจุดพักรถ (จุดสิ้นสุดการปั่นจักรยาน) ก็จะมีเวลาได้นั่งพักชมวิวสักพัก วิวสวยทีเดียว



จากนั้นเราก็รอรถไฟที่ให้บริการรับส่งฟรีเพื่อนั่งต่อไปยังสถานี Gangchon Station ตามที่ไกด์นัดแนะมากันค่ะ เพราะบริการปั่นจักรยานที่ทัวร์จัดมาให้นี้จะเป็นการปั่นแบบเที่ยวเดียว ไม่ใช่แบบไป-กลับ ซึ่งถ้าใครมาเองก็จะมีทั้งแบบเที่ยวเดียวและไป-กลับให้เลือกนะคะ และสำหรับรถไฟที่จะพาเราไปยังสถานีนั้น ก็จะหน้าตาแบบนี้ค่ะ


ออกจากสถานีรถไฟกังชอน รถบัสก็พาเราไปยังสถานที่สุดท้ายของวันนี้ นั่นก็คือ Petite France หมู่บ้านฝรั่งเศส นั่นเองค่ะ ที่นี่ทุกคนน่าจะรู้จักกันดี เพราะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนกันมาตลอด เป็นหมู่บ้านฝรั่งเศสเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยอาคารสไตล์ฝรั่งเศส ล้อมรอบไปด้วยภูเขาและทะเลสาบ และบรรยากาศสไตล์ฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม



เนื่องจากที่นี่เป็นสถานที่สุดท้ายของทัวร์ จึงทำให้มาถึงในช่วงเย็นๆ ใกล้ค่ำแล้ว ก็เลยได้เห็นหมู่บ้านฝรั่งเศสในอีกบรรยากาศนึงที่มีไฟประดับยามค่ำคืน ต่างจากครั้งก่อนๆ ที่เคยมาค่ะ ทัวร์ให้เวลา 1 ชั่วโมงในการเดินเที่ยว ก็ถือว่าพอดีๆ อยู่นะคะ เพราะสถานที่ไม่ได้กว้างใหญ่มากนัก เดินถ่ายรูปเล่นๆ สักพักก็ได้เวลากลับโซลแล้วล่ะค่ะ



สำหรับใครที่จะมาเที่ยวหมู่บ้านฝรั่งเศสในช่วงฤดูหนาวนี้ ที่นี่มีเทศกาลไฟประดับให้ชมด้วยนะคะ อ่านรายละเอียด ก็จะมีการเปิดไฟให้ชมเยอะกว่าตอนที่มินไปมา เรียกได้ว่าจัดเต็ม ถ้าใครจะไปเที่ยวช่วงนี้ มินว่าก็สวยไปอีกแบบค่ะ


แล้วทัวร์ 1 วันของมินก็สิ้นสุดลง รถบัสของทัวร์จะพาเรากลับถึงโซลประมาณ 19:30 และจอดส่งตามจุดรับส่งต่างๆ ส่วนมินเองก็ถึงฮงแดราวๆ สองทุ่มค่ะ เป็นจุดสุดท้าย นับว่าเป็นการเที่ยว 1 วันที่คุ้มค่ากับเวลามากๆ ส่วนตัวมินประทับใจนะคะ เพราะว่ามันสะดวกในการเดินทางมากเลย ไม่ต้องเสียเวลาในการต่อรถ หรือนั่งรถจากที่นึงไปอีกที่นึงที่ค่อนข้างไกลจากกัน ไม่ต้องกลัวหลง แถมไม่เหนื่อยด้วย เพราะขึ้นรถไปก็หลับรอได้เลย มินว่าทัวร์แบบนี้ เหมาะมากสำหรับคนที่มีเวลาเที่ยวน้อย ต้องการประหยัดเวลา และอยากเที่ยวแบบไม่เหนื่อยนัก ที่สำคัญที่สุดเลยคือไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางอีกด้วยค่ะ


ใครอยากจะตามรอยมินไปเที่ยวแบบเดินทางไปด้วยตัวเอง ก็สามารถเสริชหาข้อมูลการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ จากในบล็อกนี้ได้เลย แต่ถ้าสนใจอยากไปเที่ยวแบบวันเดย์ทัวร์ กับ KKday แบบนี้บ้าง ก็สามารถคลิกไปดูรายละเอียดได้ที่นี่เลยค่ะ >> http://bit.ly/2SKy9VM อย่าลืมใส่โค้ด SEOULCAFE5 ตอนจองด้วยนะคะ เพื่อรับส่วนลด 5% ไปเลยจ้า

9 มกราคม 2560

รีวิวเกาหลี พาเที่ยวจินแฮ ชมเทศกาลซากุระช่วงฟูลบลูม


ฮัลโหลววววววค่ะมิตรรักแฟนเพลง ขอประเดิมเอนทรี่แรกของปี 2560 ด้วยการพาเที่ยวกันค่ะ หลังจากที่ครั้งก่อน มินและเพื่อนได้ไปเที่ยวเทศกาลซากุระที่จินแฮกันมา แล้วก็พบกับความเฟลขั้นรุนแรง เนื่องจากไปเอาวันสุดท้ายที่จัดงาน (10 เมษายน 58) ทำให้ไปถึงแล้วนั้น ก็พบกับ......ซากุระที่ร่วงจะหมดแล้ว ฮืออออออ (ดูรีวิวความเฟลได้ที่นี่) พอกลับมาก็เลยตั้งใจแน่วแน่ว่า จะต้องกลับไปซ่อมใหม่ให้ได้! คราวนี้เลือกไปวันแรกของงานกันเลยค่ะ (1 เมษายน 59) เอาซี้!!! ไม่ทันให้รู้ไป และเมื่อเท้าเหยียบเมืองชางวอน ก็ได้พบกับความสวยงามแบบสุดๆ เพราะมาถึงในตอนที่ซากุระฟูลบลูมเต็มที่พอดี อย่างพีค!! สวยไม่สวยดูรูปประกอบด้านล่างได้เลย (ฝีมือการถ่ายรูปได้เท่านี้จริงๆ >.<) เพราะฉะนั้น มินจะเอามารีวิวให้ชมกันแบบจุใจไปเลย เผื่อปีนี้ใครจะตามไปชมกันบ้างค่ะ



หากใครไม่รู้วิธีการเดินทางไปยังจินแฮนั้น สามารถอ่านรีวิวครั้งที่แล้วได้เลย (คลิก) เพราะมินเขียนไว้อย่างละเอียดยิ๊บ ซึ่งวิธีที่สะดวกที่สุดก็คือการเดินทางด้วยรถไฟ KTX นั่นเอง และแนะนำให้จองบัตร KR PASS ไปจากไทยด้วย เพื่อความประหยัดยิ่งขึ้นค่ะ

** อ่านวิธีจองบัตร KR PASS
** อ่านขั้นตอนการรับบัตร KR PASS และแลกตั๋วรถไฟ KTX

บัตร KR PASS

หลังจากมินนั่งรถไฟ KTX มาถึงสถานี Masan แล้วนั้น ด้วยเพราะวันนี้เป็นเทศกาลวันแรก จึงทำให้มีเพื่อนร่วมทางเยอะ มินเลยเดินตามๆ เขาไป เพื่อไปขึ้นรถเมล์ที่อยู่หน้าสถานีเลย รถเมล์นี้จะพาเราไปถึงยังสถานที่จัดงานเลยล่ะค่ะ ใช้เวลาราวๆ 45 นาที (มีสาย 160, 162, 760) ค่ารถแล้วแต่สาย อยู่ที่ 1250-1750 วอน สามารถใช้บัตรทีมันนี่แปะจ่ายได้เลยค่ะ ใครที่กลัวลงไม่ถูก ก็ลงตามๆ เขาไป เดินตามๆ เขาไป ง่ายสุดค่ะ แต่ถ้าใครอยากสบายกว่า (เพราะรถเมล์คนจะเยอะมากกกกกกกก) ก็แนะนำแท็กซี่ค่ะ มาหลายคนหารกันก็คุ้มอยู่ ประมาณ 12000-15000 วอน แล้วแต่สภาพการจราจร ใช้เวลาครึ่งชม.ได้ค่ะ


และแล้วก็มาถึงจินแฮแล้วค่าาาาาา แม้ว่าจะยืนจนเมื่อยก็ตามที >.< ด้วยความที่มินเคยมาแล้วครั้งนึง ก็เลยยังพอจำทางเดินได้ ก็เดินมาจนมาถึงบริเวณที่จัดงานค่ะ นั่นก็คือวงเวียนชุงวอนค่ะ จะเห็นว่ามีทั้งเวทีจัดงาน และสไลเดอร์ บ้านลม ไว้สำหรับเด็กๆ ค่ะ



และในถนนตรงวงเวียนก็จะเต็มไปด้วย ซุ้มอาหาร ขนม และเครื่องดื่มมากมาย สายกินเดินเพลินเลยล่ะ



ซื้อขนมไข่มาอัน ไม่อร่อยเลยอ่ะ แข็ง และฝืดคอมาก


บางร้านที่ขายอาหารแบบกินจริงจัง ก็จะมีโต๊ะนั่งแบบนี้ ได้อารมณ์งานวัดบ้านเราเลยแหละ


มองไปข้างหน้าก็จะมีรถรางโมโนเรล สำหรับขึ้นไปยังสวนสาธารณะแจฮวางซานอีกด้วย หรือใครฟิตจะเดินขึ้นบันไดไปก็ได้ แต่มินไม่ได้ขึ้นไปค่ะ ขี้เกียจล้วนๆ



ออกไปเดินดูซากุระตามถนนแทนดีกว่า สวยงามไม่แพ้กัน





อันนี้เป็นรูปปั้นทหารญี่ปุ่นกับชาวเกาหลีค่ะ (แต่ไม่รู้ความหมายนะคะ มินไม่ได้อ่านที่เขียนไว้) รู้แค่ว่าที่เมืองจินแฮนี้ ในอดีตเคยเป็นเมืองท่าที่มีฐานทัพเรือตั้งอยู่ และถูกยึดโดยทหารญี่ปุ่นเมื่อครั้งยึดครองเกาหลี และต้นซากุระที่เห็นในเมืองนี้ ก็คือต้นซากุระแท้ๆ ที่มาจากญี่ปุ่น ที่ทหารญี่ปุ่นนำมาปลูกไว้นั่นเองค่ะ


เดินไปเดินมา ก็ชวนกันไปยังจุดที่สวยที่สุดของที่นี่กัน นั่นก็คือบริเวณคลองยอชวาชอนกันค่ะ ไม่ต้องกลัวหาไม่เจอนะคะ เดินตามฝูงชนไปได้เลย จะลอดใต้สะพานนี้ไปค่ะ


พอโผล่มาก็เจอฟู้ดทรัคมากมาย ใครมาเที่ยวไม่ต้องกลัวหิวเลย อาหารการกินพร้อม เพราะปีนึงที่นี่จะคึกคักครั้งนึงก็ช่วงเทศกาลนี่แหละค่ะ เรียกได้ว่าเป็นสิบวันนาทีทองเลยล่ะ



และแน่นอนเมื่อมาถึงจุดที่สวยที่สุด ก็จะต้องเต็มไปด้วยผู้คน! ด้วยเพราะวันนี้เป็นวันแรกของเทศกาลด้วย คนก็เลยเยอะแบบสุดๆ 90% คือคนเกาหลี อีก 10% คือชาวต่างชาติ เพราะงานนี้จัดว่าเป็นเทศกาลชมซากุระที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่ใครๆ ก็อยากมาชม


แต่เราก็ไม่ย่อท้อค่ะ คนเยอะก็ไม่กลัว เพราะความสวยของซากุระก็ไม่ได้น้อยลงเลย แค่อาจจะหามุมถ่ายรูปยากนิดนึงที่จะให้ไม่ติดคน ต้องรอจังหวะดีๆ คราวนี้ตามมินไปดูรูปซากุระแบบรัวๆ กันเลยค่ะ









สะพานยาวมากกกก มินก็เดินตามทางไปเรื่อยๆ และถ่ายรูปไปตลอดทางเลย เพลิดเพลินมาก ไม่ว่าจะมุมไหน จุดไหน ก็สวยไปหมดเลยอ่ะ แตกต่างจากที่เคยมาครั้งก่อนมาก น้ำตาจะไหล ดีใจเหลือเกิน






ที่นี่เขาจะตกแต่งสวยงาม ซึ่งจะเปลี่ยนรูปแบบไปทุกปี ทำให้รูปที่ถ่ายออกมาดูสวยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่มีร่ม (น่าจะเปลี่ยนสีร่มทุกปี) จะถ่ายรูปสวยมากๆ เลย แนะนำจุดนี้ว่าห้ามพลาดจริงๆ







รวมไปถึงบริเวณรอบๆ ก็เต็มไปด้วยดอกซากุระค่ะ วันที่มินไปแม้จะเป็นวันแรกของเทศกาล แต่โชคดีมากที่เป็นช่วงพีคฟูลบลูมพอดี เลยได้รูปสวยๆ กลับมาเยอะเลย






และที่บริเวณคลองนี้ ยังมีสัญญาณ WiFi ฟรีอีกด้วยนะ เริ่ดมาก ถ่ายรูปสวยๆ พร้อมเช็คอินอวดเพื่อนฝูงได้เลย


มินใช้เวลาเดินเล่นถ่ายรูปชมความสวยงามของดอกซากุระอยู่ที่นี่นานหลายชั่วโมงเลยล่ะค่ะ จนเริ่มจะเย็นก็เลยคิดว่าจะไปอีกที่ที่เคยอยากไปมากๆ นั่นก็คือที่สถานีรถไฟคยองฮวา ตามมินไปชมกันต่อ มินเดินย้อนจากคลองมายังหน้าสถานีรถไฟจินแฮ แล้วข้ามถนนไปรอรถเมล์ฝั่งตรงข้าม ขึ้นรถเมล์สาย 307, 315, 315-1, 315-2 หรือ 315-3 นั่งไป 9 ป้ายลงที่ป้าย Gyeonghwa Station (경화역) เลย ค่ารถจ่ายด้วยทีมันนี่ 1250 วอนค่ะ พอลงรถมาแล้ว ก็รอข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามแบบนี้ บริเวณสถานีรถไฟคยองฮวา ก็คือตรงซุ้มโดมสีเขียวในภาพนั่นเอง หรือใครจะเรียกแท็กซี่มาก็ได้ ค่ารถประมาณ 4000 วอนค่ะ ไม่ไกลกันสัก 10 นาทีได้ แต่ถ้ามารถเมล์จะใช้เวลานานกว่าค่ะ


เดินมาถึงแล้ว ก็จะเจอบริเวณที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมค่ะ ต้องบอกว่าไม่ค่อยสวย และสวยสู้ที่คลองไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าเพราะตรงนี้เริ่มร่วงไปบ้างแล้วรึเปล่านะคะ ส่วนรถไฟที่จะวิ่งผ่าน อันนี้มินไม่รู้จริงๆ ว่ายังมีอยู่มั้ย เพราะตอนที่ไป เห็นรถไฟจอดอยู่เฉยๆ


อันนี้คือบริเวณต้นซากุระรอบๆ ก็พอจะมีที่สวยบ้าง แต่น้อยค่ะ ถ้าถามมินแล้ว มินคิดว่าไม่ต้องมาก็ยังได้ เพราะไม่ใช่แค่มันไม่ค่อยสวย (อย่างที่คิด) แต่ขากลับไปสถานีรถไฟมาซาน เพื่อนั่งรถไฟ KTX กลับโซลนั้น มันหารถกลับยากมากกกกกกกก คือรถเมล์น่ะเยอะ แต่คนแน่นทะลักทุกคัน แท็กซี่ก็เต็มทุกคัน คนแย่งกันขึ้นรถ แย่งกันกลับ เป็นการรอรถที่ทรมานและลุ้นมาก เพราะกลัวว่าจะกลับไปขึ้นรถไฟไม่ทันเที่ยวสุดท้าย มีหวังได้นอนที่สถานี กว่ามินจะได้ขึ้นรถเมล์ก็ปาไปเป็นชั่วโมงเลยค่ะ มินเลือกนั่งรถเมล์สายเดิมกลับไปที่เดิมคือลงที่สถานีจินแฮ (Jinhae Station) ก่อน แล้วถึงต่อแท็กซี่ไปสถานีมาซาน (Masan Station) อีกที เพราะน่าจะสะดวกและหารถง่ายกว่า



สุดท้ายมินก็มาถึงสถานีมาซานจนได้ ในเวลาเกือบสองทุ่ม! เพราะรถติดทีเดียว กว่าจะมาถึงก็ร่วมชั่วโมง โดนค่าแท็กซี่ไป 16000 วอน แลกกลับการไม่ต้องเสี่ยงรอรถเมล์เดี๋ยวตกรถไฟขบวนสุดท้ายแย่เลย (รถไฟขบวนสุดท้ายคือ 21:50 ค่ะ) นี่คือความสะดวกของการใช้บัตร KR PASS ค่ะ เพราะไม่ต้องจองตั๋วล่วงหน้า มาถึงตอนไหน แลกตั๋วขึ้นตอนนั้นได้เลย ถ้ามาด้วยตั๋วรถไฟ KTX ธรรมดา จองเวลากลับมาจากบ้าน แล้วมาไม่ทัน ต้องตีตั๋วใหม่ เสียตังใหม่อีก เพราะฉะนั้น แนะนำแรงๆ สำหรับคนที่จะมาเที่ยว ซื้อ KR PASS ดีที่สุดค่ะ (สำหรับคนมาเช้าเย็นกลับ) สรุปคือ มินและเพื่อนได้ขึ้นรถไฟเที่ยว 20:27 และจะถึงโซล 23:18 นอนยาวไปค่ะ


เป็นยังไงบ้างคะ มินพาเที่ยวพาชมซากุระที่จินแฮแล้ว อยากจะไปดูด้วยตาตัวเองกันบ้างรึเปล่า ถ้าใครอยากไปบ้าง งานเทศกาลเขามีวันที่ 1-10 เมษายน ทุกปีนะคะ แนะนำให้มาวันแรกๆ ชัวร์สุด เพราะถ้ามาวันท้ายๆ คนน้อยก็จริง แต่ดอกซากุระอาจจะเริ่มร่วงหมดแล้ว จะมาเสียเที่ยวเปล่าๆ จ้า สุดท้าย ขอทิ้งท้ายรูปตัวเองนิดนึง เพื่อเป็นสักขีพยานว่า "ได้มาจินแฮตอนซากุระบานแล้วววววววว"