23 มีนาคม 2559

เลขพัสดุ จัดส่งหนังสือตามรอยร้านเด็ดคาเฟ่ดัง รอบที่ 1


ใครที่ได้สั่งหนังสือ "ตามรอยร้านเด็ดคาเฟ่ดัง" รอบที่ 1 เอาไว้ สามารถเช็คหมายเลขพัสดุของตนเองได้ตามภาพด้านล่างนี้เลยนะคะ (สามารถคลิกที่ภาพเพื่อขยายใหญ่ได้ค่ะ)

*ปล. หนังสือจัดส่งวันพุธที่ 23 มีนาคม 2559 หากท่านใดพัสดุตีกลับมาที่มิน รบกวนโอนค่าส่งมาอีกครั้ง แล้วจะจัดส่งไปให้ใหม่ค่ะ เพราะฉะนั้น ต้องแน่ใจด้วยนะคะว่า "มีคนเซ็นรับพัสดุ" ด้วยจ้ะ






สำหรับใครที่พลาดรอบนี้ อดใจรอรอบหน้า ประมาณปลายเดือนเมษายน หลังจากมินกลับมาจากเกาหลีนะคะ จะเปิดให้สั่งกันอีกรอบจ้า ส่วนในรูปแบบอีบุ๊ก (เป็นสี) จะจำหน่ายทางเว็บเหมือนเดิม ประมาณเดือนพฤษภาคมค่ะ

ขอบคุณสำหรับการติดตาม และแรงสนับสนุนจากทุกคนมากๆ เลยนะคะ สัญญาว่าจะทำผลงานดีๆ ออกมาอีกเรื่อยๆ ค่ะ ^^

14 มีนาคม 2559

CUBE Entertainment (New Building)



จากที่เคยรู้กันว่า ค่าย CUBE Entertainment นั้น ตั้งอยู่ย่านชองดัมดง ใกล้ๆ กับ JYP แต่เมื่อไม่นานมานี้ เขาได้ย้ายที่ตั้งใหม่แล้วล่ะค่ะ จะย้ายไปอยู่ที่ไหน มาดูกันจ้า

นี่คือหน้าตาของตึกเมื่อเดือนเมษายน 2016 นะคะ ที่ภายนอกนั้นสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว คงจะเหลือแค่ด้านใน



ในส่วนของ CUBE Cafe นั้น ก็ย้ายตามมาที่นี่ด้วย โดยจะอยู่ที่ชั้นล่างของตึก และตอนที่มินไปมา ยังสร้างไม่เสร็จค่ะ คาดว่าน่าจะเสร็จพร้อมกลับมาเปิดอีกครั้งภายในปี 2016 นี้แหละค่ะ




Address : F2 Building, 83, Achasan-ro, Seongdong-gu, Seoul, South Korea
How to go : รถไฟใต้ดินสาย 2 สีเขียว ลงสถานีซองซู (Seongsu) ทางออกที่ 1 เดินตรงไปไม่ไกล เลยป้ายรถเมล์ไปนิดเดียว จะเจอตึก F2 Building ส่วนค่ายคิวบ์ Office จะอยู่ชั้น 7 Training Center จะอยู่ชั้น 2 และที่ชั้นล่างคือ CUBE Cafe ค่ะ

Photo by Daum Map

Photo by Daum Map

Photo by Daum Map

Photo by Daum Map


Map คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


















เนื้อหานี้อยู่ในหนังสือตามรอยร้านเด็ดคาเฟ่ดัง


13 มีนาคม 2559

Strawberry Revolution 7 เมนูออกใหม่ ร้าน TOM N TOMS COFFEE ประเทศไทย


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มินได้มีโอกาสได้รับเชิญไปร่วมงานเปิดตัว 7 เมนู Strawberry Revolution เมนูใหม่ของร้าน TOM N TOMS COFFEE ประเทศไทย ในฐานะบล็อกเกอร์เกาหลีค่ะ ก็เลยได้ร่วมลิ้มชิมรสเมนูใหม่สุดอร่อย เลยมาเขียนรีวิวแนะนำให้ทุกคนได้ไปลองชิมกันบ้าง ใครที่เลิฟสตรอเบอร์รี่นี่พลาดไม่ได้จริงๆ ค่ะ



ทางแบรนด์ได้บอกว่า สำหรับการถือกำเนิดเมนู Strawberry Revolution ในครั้งนี้ใช้เวลากว่า 3 ปี ในการค้นหาสตรอเบอร์รี่สายพันธุ์ที่ดีที่สุดของเกาหลีเลยล่ะ และได้นำเข้ามายังร้าน TOM N TOMS COFFEE ทุกๆ วัน ซึ่งสายพันธุ์สตรอเบอร์รี่ที่ TOM N TOMS COFFEE เลือกใช้คือสตรอเบอร์รี่เกาหลีพันธุ์ 설향(雪香) หรือซอลฮยาง ซึ่งแปลความหมายตรงตัวจากชื่อได้ว่า ‘The Scent of Snow’ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ส่วนใหญ่รับประทานเฉพาะในประเทศเกาหลีเท่านั้นนะ และเป็นสายพันธุ์ที่มีมานานในเกาหลี และดีที่สุดด้วย และด้วยความที่สายพันธุ์ซอลฮยาง มีผิวที่บอบบาง จึงไม่นิยมส่งออก แต่ด้วยความหอมหวานกว่า และนุ่มชุ่มฉ่ำกว่าสายพันธุ์อื่น ทางร้าน TOM N TOMS COFFEE จึงหาหนทางจนได้นำมาบริการเสิร์ฟให้แก่ลูกค้าของ TOM N TOMS COFFEE ในประเทศไทยในที่สุดค่ะ



ซึ่งต้องบอกว่าทาง TOM N TOMS COFFEE นั้น ได้คัดสตรอเบอร์รี่เกรดพรีเมี่ยม ที่เก็บสดๆ จากฟาร์มและใช้เวลาในการส่งมาประเทศไทย เพียง 2 วันเท่านั้น โดยไม่ผ่านการ Frozen หรือแช่แข็ง จึงทำให้สตรอเบอร์รี่สดใหม่อยู่เสมอ แถมยังคงรสชาติหวานหอมเอาไว้อย่างครบครัน ส่วนตัวมินได้ลองชิมแล้ว บอกเลยว่า หวานอร่อยมากๆ มีความ Juicy เป็นเกรดที่ดีกว่าที่เราหาซื้อได้ทั่วไปตามท้องตลาด หรือแหล่งท่องเที่ยวในเกาหลี ใครที่อยากสัมผัสความอร่อยนี้บ้าง ที่ร้าน TOM N TOMS COFFEE มี Premium Fresh Strawberry จำหน่ายด้วยนะคะ ในราคา Exclusive จาก 700 บาท เหลือเพียงกล่องละ 550 บาทเท่านั้น!


หลายคนอาจไม่รู้ว่า สตรอเบอร์รี่เกาหลีนั้น ติดอันดับ Top 5 ของโลกเลยน้าาา แถมมีวิตามินสูงกว่าเลมอน 2 เท่า และสูงกว่ากีวี 1.7 เท่า เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่แคลอรี่ต่ำ ทานได้เยอะไม่ต้องกลัวอ้วนแถมมีประโยชน์มากมายเลยล่ะ ด้วยเพราะประโยชน์สารพัดอย่างของสตรอเบอร์รี่ แถมเกาหลีเองก็มีสตรอเบอร์รี่เป็นจุดขายสำคัญอยู่แล้ว ทางร้าน TOM N TOMS COFFEE ประเทศไทย จึงได้ร่วมกันพัฒนาสูตรและเมนูสตรอเบอร์รี่ออกมา ร่วมกับเชฟจากทางเกาหลี ได้เป็น 6 เมนูที่บอกเลยว่า ฟินสุดอะไรสุด! มาดูกันดีกว่าค่ะ งานนี้ Exclusive สุดๆ เพราะทางร้านได้ให้ชมการทำเมนูเหล่านี้ด้วยค่ะ ไปดูบรรยากาศของงานกันสักนิด มีสื่อมวลชน บล็อกเกอร์ และผู้โชคดีของทางแฟนเพจ TOM N TOMS COFFEE มาร่วมงานกันมากมายเลยล่ะ




Mr.Kim ผู้บริหารร้านกาแฟ TOM N TOMS COFFEE ประเทศไทย ได้ให้เกียรติมาในงานด้วยค่ะ และได้อธิบายถึงความเป็นมาของร้าน TOM N TOMS COFFEE รวมถึงแนวทางในการขยายสาขาในอนาคตด้วย


และสองท่านนี้คือเชฟไทยและเกาหลี ที่ได้ร่วมกันคิดค้นและพัฒนาเมนู Strawberry Revolution ที่มีจำหน่ายที่ประเทศไทยเท่านั้นค่ะ



เรามาดูเมนู Strawberry Revolution กันเลยดีกว่า เริ่มจาก Hot/Iced Strawberry Latte เครื่องดื่มสตรอเบอร์รี่ผสมนมแก้วนี้ ทั้งหอมหวานสตรอเบอร์รี่ และอิ่มท้องกับนมละมุน ทางเชฟเกาหลีสาวสวยของเรา ก็ได้สาธิตวิธีการทำให้ดู ง่ายมากเลยค่ะ แค่ใส่ Strawberry Syrup โฮมเมดไซรัป ที่ทำจากสตรอเบอร์รี่เกรดพรีเมียมของร้าน ลงในแก้ว แล้วตามด้วยน้ำแข็งและนมสด จากนั้นตีฟองนมใส่ลงไป และท็อปด้วยสตรอเบอร์รี่สด แค่นี้เอง ก็จะได้ลาเต้สตรอเบอร์รี่ หอมๆ หวานๆ ไว้ทานกันแล้วล่ะค่ะ



ต่อด้วยเมนูเครื่องดื่มอีกหนึ่งเมนู Iced Strawberry Ade เครื่องดื่มเย็นซ่าโซดาและหอมหวานไปกับสตรอเบอร์รี่ เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ Must Try ค่ะ วิธีทำก็ง่ายสุด แค่ใส่ Strawberry Syrup ไว้ด้านล่าง ตามด้วยน้ำแข็ง และโซดา เน้นว่าต้องแบบเปิดใหม่เลยนะคะ จะได้ซ่าสุดๆ แล้วใส่สตรอเบอร์รี่สดฝานลงไปในแก้วด้วย เพื่อความหอมยิ่งขึ้น แถมมี Texture ให้เคี้ยวได้เพลินๆ 



เมนูนี้มินได้ลองกลับมาทำเองที่บ้าน บอกเลยว่า อร่อยชื่นใจเหมือนทานที่ร้านเลยล่ะ เพราะทำง่ายมวากกกกกกกกก แค่มี Strawberry Syrup ของร้านก็เพียงพอ ^^ อากาศร้อนๆ แบบนี้ ได้สักแก้วนี่ฟินลื้มมมม


มาที่เมนูของหวานกันบ้าง หลายคนคงรออ่านอยู่แน่ๆ ^^ เมนูนี้คือ Strawberry Bunch ช่อสตรอเบอร์รี่ ที่บรรจงประดับบนถ้วยหรูหราของ TOM N TOMS COFFEE มากับคอนเซ็ปต์ "ความสุข" เพราะจะได้รสชาติสตรอเบอร์รี่แบบเต็มๆ พร้อมด้วยเค้กวานิลลา พุดดิ้งสตรอเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่สด และวิปครีม ถ้วยนี้เซลฟี่สวยๆ แล้วยังอิ่มแบบไม่อ้วนอีกด้วย วิธีทำก็คือ ใส่เค้กและพุดดิ้งไว้ใต้ถ้วย โปะวิปครีม และสตรอเบอร์รี่สด แค่นี้เองค่ะ ก็อร่อยเบาๆ แล้วล่ะ ส่วนรสชาตินั้น นุ่มละมุนลิ้นไปกับวิปครีมและเนื้อเค้กด้านล่าง แถมได้พุดดิ้งมาตัดรส ใครชอบทานของหวาน ต้องโปรดเมนูนี้เลยล่ะ



ต่อด้วยเมนูที่เรียกได้ว่า น่าจะเป็นเมนูโปรดของใครหลายคน กับ Very Strawberry Butter Bread ต่อยอดมาจาก Honey Butter Bread ที่เป็นซิกเนเจอร์ของ TOM N TOMS COFFEE ที่คราวนี้เพิ่มรสชาติและหน้าตาสดใสด้วยสตรอเบอร์รี่ ชีสเค้ก และซอสรสชาติต่างๆ ที่แทรกอยู่ในทุกๆ เลเยอร์ของขนมปัง ที่ผ่านการอบมาอย่างกรอบนุ่ม แถมโปะด้วยวิปครีม และท็อปด้วยสตรอเบอร์รี่สดและชีสเค้ก บอกเลยว่าจานนี้ฟินทั้งสตรอเบอร์รี่ แถมอิ่มท้องเลยล่ะค่ะ ถ้าใครชอบฮันนี่เบรดอยู่แล้ว ต้องถูกใจเมนูนี้แน่นอน 




มาถึงเมนูที่มินชอบที่สุดเลยก็คือ Strawberry Tortilla ตอติลล่าแป้งบางกรอบ อีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของ TOM N TOMS COFFEE ที่ทำให้หลายๆ คนหลงรักมาแล้ว วันนี้มาในรูปโฉมใหม่กับท็อปปิ้งสตรอเบอร์รี่และเบอร์รี่อื่นๆ นานาพันธุ์ และผ่านการอบไม่นาน เพื่อคงความกรอบเหมือนพิซซ่าแป้งบาง เป็นการดัดแปลงจากของคาวสู่ของหวานได้อย่างลงตัว ทำให้จานนี้เป็นของหวานทานเล่นที่เก๋ไก๋ และไม่หนักท้องจนเกินไป รสชาติของชีสที่ผสมอยู่ด้วยนั้น ตัดกับความหวานของสตรอเบอร์รี่ได้อย่างเข้ากัน ถูกใจคนรักชีสอย่างมินสุดๆ



หน้าตาหลังจากผ่านการอบแล้ว เหมือนพิซซ่าเลยใช่มั้ยล่ะคะ เลือกเมนูนี้เป็นของหวาน หรืออาหารทานเล่นก็ได้รสชาติไปอีกแบบค่ะ



สุดท้ายกับ Top Secret ของร้าน ที่เป็นส่วนผสมในการรังสรรค์เมนู Strawberry Revolution เหล่านี้ออกมาให้ได้ลิ้มลองกัน นั่นคือ 100% Natural Strawberry Syrup โฮมเมดไซรัป ที่ทำจากสตรอเบอร์รี่เกรดพรีเมียม บรรจุใน Drinking Jar สุดเท่ของ TOM N TOMS COFFEE ให้อารมณ์ไซรัปโฮมเมด ที่สามารถนำไปต่อยอดทำเมนู D.I.Y.ของตัวเองได้อย่างสนุกสนาน มีรสชาติหวานและหอมสตรอเบอร์รี่ อย่างที่มินได้ลองทำไปนั่นเองค่ะ ซึ่งถ้าใครสนใจอยากลองเอามาประยุกต์ทำเมนูอื่นๆ บ้าง ก็สามารถนะ เช่นถ้าใส่น้ำร้อนลงไป ก็กลายเป็นชาสตรอเบอร์รี่หอมๆ ได้ด้วยล่ะค่ะ ^^


ปิดท้ายงานสนุกๆ ในวันนั้น ด้วยกิจกรรมของทางร้าน ที่ให้ผู้ร่วมงานได้มาลองทำเมนู Strawberry Revolution ด้วยตนเองกัน แถมได้ชิมฝีมือของตัวเองกันด้วย ก็เก็บความประทับใจ แถมด้วยความอร่อยกลับบ้านกันไปเพียบเลย




ทิ้งท้ายด้วยภาพของเมนู Strawberry Revolution ทั้ง 7 เมนู ที่ทุกคนสามารถไปลิ้มชิมรสกันได้แล้ววันนี้ ที่ร้าน TOM N TOMS COFFEE ทั้ง 27 สาขา ในประเทศไทยค่ะ แอบกระซิบด้วยว่า ในปี 2018 เราจะได้เห็น TOM N TOMS COFFEE ทองหล่อเพ็ทคาเฟ่ และ โคเรียสตาร์คาเฟ่ ด้วยล่ะ ก็รอติดตามข่าวกันได้นะคะ รับรองว่าโซลคาเฟ่จะนำมาฝากกันแน่นอน




สุดท้ายขอขอบคุณ TOM N TOMS COFFEE ประเทศไทย ที่ให้เกียรติเชิญมินไปร่วมงานเปิดตัวเมนู Strawberry Revolution นี้ และภาพประกอบสวยๆ ด้วยค่ะ


11 มีนาคม 2559

เปิดจองหนังสือทำมือเล่มใหม่!


*** เปิดจองรอบสามแล้วจ้าาาาา 

มาแล้วจ้าาาา สำหรับใครที่รอคอยงานใหม่ของมินกันอยู่ ตอนนี้โซลคาเฟ่เล่มใหม่มาแล้วนะคะ และพร้อมเปิดให้จองพร้อมโอน (พรีออเดอร์) กันได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ใครที่สนใจอยากเป็นเจ้าของ หรืออยากติดตามผลงานกันต่อเนื่อง อ่านรายละเอียดด้านล่างได้เลยค่ะ

รายละเอียดหนังสือ (กรุณาอ่านก่อนสั่ง)

หนังสือ "ตามรอยร้านเด็ดคาเฟ่ดัง"
รายละเอียด : จำนวนหน้าไม่รวมปก 207 หน้า ราคา 250 บาท (ไม่รวมค่าจัดส่งลงทะเบียน 35 บาท / EMS 55 บาท) พิมพ์ ขาว-ดำ ทั้งเล่ม ปกพิมพ์สี เคลือบยูวี (หนังสือมีความหนา 12 mm.)



เนื้อหาภายในเล่ม : ตามรอยละครดัง, รายการฮิต ไปกินตามร้านเด็ดและคาเฟ่ดังตามย่านต่างๆ ทั้งในโซลและเมืองใกล้ๆ โซล เส้นทางตามรอย อาทิ รายการ Tasty Road, Superman is back, We Got Married, ละคร Let's Eat, Pinocchio, She Was Pretty, The Girl Who Sees Smells, Producers, I Order You, It's Ok That Love, You Who Came From The Stars เป็นต้น รวมถึงตามรอยศิลปินไอดอลชื่อดังไปกินตามร้านต่างๆ ที่พวกเขาไป ร้านอาหาร คาเฟ่ กิจการของไอดอลและครอบครัว รวมทั้งหมดกว่า 100 ร้าน!! แถมท้ายด้วยค่ายเพลงเพิ่มเติมอีก 10 ค่ายเพลง


สารบัญ



ตัวอย่างหนังสือ







หมายเหตุ
** ในตอนนี้หนังสือจะยังไม่มีสต็อก จะสั่งพิมพ์เมื่อปิดรอบจอง ตามจำนวนที่จองเข้ามาเท่านั้น 

การจัดส่งแบบลงทะเบียน : 
1 เล่ม = 35 บาท (แบบ EMS 55 บาท)
2 เล่ม = 45 บาท (แบบ EMS 75 บาท)
3 เล่ม = 70 บาท (แบบ EMS 95 บาท)

ตัวอย่าง : 
สั่งซื้อ 1 เล่ม = ค่าหนังสือ + ค่าส่งลงทะเบียน 35 บาท รวม 285 บาท
สั่งซื้อ 1 เล่ม = ค่าหนังสือ + ค่าส่ง EMS 55 บาท รวม 305 บาท

หากใครต้องการสั่งซื้อหนังสือ "รวมเรื่องเล่าในทวิตเตอร์" ทั้ง 3 เล่มด้วยนั้น สามารถแจ้งเข้ามาพร้อมกันได้เลยนะคะ  รายละเอียดหนังสือและราคา คลิก


ระยะเวลาในการเปิดสั่งจอง : ตั้งแต่วันที่ 5-16 พฤษภาคม 2559 (ระยะเวลา 12 วัน)

ระยะเวลาในการจัดส่ง : หนังสือจะจัดส่งพร้อมกันทุกเล่มวันที่ 18 พฤษภาคม 2559

ในกทม. และปริมณฑล ใช้เวลาในการรอหนังสือหลังจากจัดส่ง 2-3 วัน
ต่างจังหวัด ประมาณ 3-5 วัน
** หลังจากส่งหนังสือเสร็จ จะโพสแจ้งเลขพัสดุทั้งหมดในบล็อกนะคะ ขออนุญาตไม่แจ้งรายคน เพราะจะเยอะมากค่ะ

ปล.ใครอยากได้ลายเซ็นด้วย แจ้งด้วยนะคะ >.< 

วิธีการสั่งจอง : โอนเงินก่อน (ไม่จำเป็นต้องใส่เศษสตางค์) แล้วถึงจะอีเมล์มาจอง ที่ daizy.love@hotmail.com หรือไลน์มาที่ @Seoulcafe โดยแจ้งรายละเอียดดังนี้

หัวข้ออีเมล์ สั่งจองหนังสือ
แบบฟอร์มการจอง
ชื่อ-นามสกุล :
ที่อยู่ในการจัดส่ง :
หนังสือเล่มที่ต้องการและจำนวนเล่ม :
จำนวนเงินที่โอน :
ธนาคารที่โอน (ธนาคารของบัญชีโซลคาเฟ่) :
วันและเวลาที่โอน (หรือแนบสลิป หรือภาพแคปหน้าจอ ในกรณีที่โอนผ่านเน็ต) :


บัญชีธนาคาร (ออมทรัพย์) :
กสิกรไทย สาขาย่อย ดิอเวนิว รัชโยธิน
ชื่อบัญชี ธิดารัตน์ นัยรัตน์
เลขบัญชี 627-2-02952-9


ไทยพาณิชย์ สาขาถนนรัตนโกสินทร์สมโภช (บ้านแมกไม้)
ชื่อบัญชี ธิดารัตน์ นัยรัตน์
เลขบัญชี 166-221934-2

ทั้งนี้ มินจะ Reply เมล์กลับไปทุกเมล์นะคะ เพื่อยืนยันการสั่งจอง ใครไม่ได้รับเมล์ตอบกลับภายใน 2 วัน แปลว่าเมล์ไม่ถึงมิน รบกวนให้เมล์มาแจ้งอีกรอบค่ะ


ชี้แจ้งเพิ่มเติม
หนังสือทำมือ คือ "หนังสือทำเอง" ที่มินทำเองทุกขั้นตอน แค่จ้างเขาพิมพ์เท่านั้น การผลิตจึงไม่ได้ออกมาสวยเป๊ะแบบหนังสือที่ขายตามร้าน อาจมีการผิดพลาดบ้างในเปอร์เซ็นเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้มินก็พยายามทำอย่างเต็มที่แล้วเพื่อให้หนังสือออกมาดีและสวยที่สุด หากได้รับหนังสือไปแล้วไม่พอใจในหนังสือ เช่นในเรื่องของความเนี้ยบ ความเป๊ะ ความเรียบร้อยของหนังสือ แล้วจะขอเปลี่ยน ต้องขออนุญาตตอบตามตรงว่า "ไม่มีให้เปลี่ยน" นะคะ เพราะทุกเล่มก็จะเหมือนกัน แต่ มินยินดีรับคืน และคืนเงินให้ด้วยความเต็มใจค่ะ

ทำไมถึงไม่ทำเป็นสีทั้งเล่ม หรือมีสีบ้างก็ได้ คำตอบคือ การพิมพ์สีนั้น มีราคาสูงมากค่ะ มินทำหนังสือเอง ไม่มีสนพ.ออกทุนให้ และจำนวนการผลิตที่น้อย (หลักร้อย) ราคาจึงถีบตัวสูงหลายเท่าตัว เมื่อเทียบกับสนพ.ทำ เพราะเขาสั่งพิมพ์ทีหลักพันถึงหลักหมื่น ต้นทุนราคาต่อเล่มจึงถูกมาก 

อยากได้กระดาษถนอมสายตาได้มั้ย คำตอบคือ ค่อนข้างจะลำบากค่ะ เนื่องด้วยราคาต้นทุนอีกเช่นกัน เพราะกระดาษถนอมสายตามีราคาแพงกว่าค่ะ

ตัวหนังสือเล็ก อ่านยาก อยากให้ปรับ คำตอบคือ มินลองทำการจัดหน้าแล้ว พบว่า ตัวหนังสือขนาด 12 เป็นตัวหนังสือที่จัดหน้าได้ "พอดี" ค่ะ ถ้าขยับฟอนต์ให้ใหญ่ขึ้น หน้าต่างๆ จะเลื่อน ทำให้การจัดวางไม่สวย และทำให้จำนวนหน้าเพิ่มขึ้นอีกหลายหน้า นั่นหมายถึง หนังสือจะมีราคาแพงขึ้นค่ะ

8 มีนาคม 2559

ตามรอย Key SHINee ใน Tasty Road : 라면 점빵 ร้านรามยอน 22 เมนู


มินจะพาทุกคนไปตามรอยหนุ่มคีย์ SHINee ในรายการ Tasty Road เมื่อครั้งไปกินรามยอนเจ้าดังย่านวังคยองบกกุงกันค่ะ ร้านนี้ชื่อว่า 라면 점빵 (รามยอนจอมปัง) เป็นร้านที่มีรามยอนมากถึง 22 เมนู และขายมานานถึง 14 ปี เป็นร้านที่ตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียนและมหาวิทยาลัย จึงทำให้ลูกค้าประจำเป็นนักเรียน นักศึกษา เพราะนอกจากจะราคาย่อมเยาแล้ว รสชาติยังเด็ดไม่แพ้ใคร แถมยังออกรายการทีวีหลายรายการเลยล่ะ




เนื่องจากมินมาเดินเล่นย่านนี้พอดี ก็เลยแวะมากินสักหน่อย ต้องบอกเลยว่า ถึงร้านจะดูเล็กๆ แต่ความอร่อยนั้น เด็ดจริงๆ ความพิเศษของรามยอนที่นี่ ไม่เพียงแต่มีเมนูหลากหลายเท่านั้นนะคะ แต่เพราะรามยอนที่นี่เขาปรุงบนเตาร้อนๆ และใส่ในชามร้อนแบบพิบิมบับเลยละ จึงคงความร้อนและความอร่อยไว้อย่างยาวนาน ทำให้ไม่เสียรสชาติด้วยค่ะ




มาดูป้ายเมนูในร้านกันค่ะ ต้องบอกว่าไม่มีภาษาอังกฤษนะคะ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะคุณป้าเจ้าของร้าน พูดภาษาอังกฤษได้ค่ะ เริ่ดมั้ยล่ะ แถมชวนคุยด้วย น่ารักเป็นกันเองสุดๆ สำหรับรามยอนที่นี่ก็ถูกมากเลยล่ะค่ะ สมกับเป็นราคานักเรียน นักศึกษา จริงๆ เริ่มที่ชามละ 3500 วอน ราคาน่ารักมากๆ


ร้านจะมีขนาดเล็กๆ มีโต๊ะนั่งไม่เยอะ ถ้ามาตอนเที่ยงพอดี คนเต็มร้านเลยล่ะ และที่ร้านก็จะเป็นบริการแบบเซลฟ์เซอร์วิสนะคะ มีกิมจิ ไชเท้าดอง ให้ตักเองได้ตามใจชอบเลย


มาที่เมนูที่เห็นในรายการดีกว่า เมนูของคีย์คือ 버섯들깨라면 (พอซอตดึลเกรามยอน) รามยอนเห็ดใส่ใบงา 5500 วอน


ส่วนเมนูของลิซซี่คือ 부대라면 (บูแดรามยอน) รามยอน+บูแดชีเก ราคา 4500 วอน เป็นเมนูนิยมของร้านทั้งสองเมนูค่ะ ซึ่งเราสามารถเพิ่มท็อปปิ้งได้ อย่างละ 500 วอน มี ชีส ต็อก รามยอน และมันดู และเมนูนี้จะเสิร์ฟมาพร้อมข้าวถ้วยเล็กๆ แบบนี้ ส่วนเครื่องเคียง ตักเองเลยค่ะ (ข้าวจะมีแค่บางเมนูเท่านั้นนะคะ)



ซึ่งมินเองก็ได้ลองเมนูนี้เหมือนกัน ต้องบอกว่า อร่อยมากๆ เลยอ่ะ เป็นรามยอนใส่ไส้กรอกและแฮมค่ะ แล้วรามยอนก็ร้อนมากๆ ด้วย ค่อนข้างจะกินไปปากพองไป >.< อ้อ ลืมบอกไปว่า รามยอนที่นี่ เลือกระดับความเผ็ดได้ด้วยนะ ถ้าใครไม่กินเผ็ด หรือกินเผ็ดไม่เก่ง บอกคุณป้าเลยนะคะ เขาจะได้ใส่พริกป่นให้น้อยๆ เพราะถ้าไม่บอกล่ะก็ คุณป้าแกสาดไม่ยั้งเลยล่ะ



ชามนี้ของเพื่อนมินคือ 불고기라면 (พุลโกกิรามยอน) 4500 วอน เป็นรามยอนใส่เนื้อวัวนะคะ เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยเช่นกัน ลองแอบชิมไป อร่อยไม่แพ้กันเลยค่ะ


ส่วนเมนูอื่นๆ ก็อาทิ รามยอน, ชีสรามยอน, กิมจิรามยอน, มิโซะรามยอน ราคาชามละ 3500 วอน หรือ ต็อกรามยอน, มันดูรามยอน, จัมปงรามยอน, ซุนดูบูรามยอน ชามละ 4000 วอน เป็นต้น ซึ่งเมนูพวกนี้จะไม่มีข้าวให้นะคะ






นอกจากรามยอนแล้ว เมนูแนะนำอีกอย่างในร้านก็คือ ชีสคิมบับค่ะ 3500 วอน น่ากินมากเลย ใครชอบรามยอน อย่าลืมมาตามรอยกันดูนะคะ




Address : 39, Jahamun-ro 1-gil, Jongno-gu, Seoul
Tel : 02-738-7865
Open from : Weekdays 9:00-20:00,  Weekends 9:00-19:00
How to go : รถไฟใต้ดินสาย 3 สีส้ม ลงสถานีคยองบกกุง (Gyeongbokgung) ทางออกที่ 2 ออกมาแล้วเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ ซ้ายมือเลย (ซอย Jahamun-ro 1-gil)

Photo by Daum Map

จากนั้นเดินตามซอยตรงยาวไปเรื่อยๆ

Photo by Daum Map

Photo by Daum Map

พอเดินมาเจอแยก ก็ตรงต่อไป แล้วก็จะเห็นร้านอยู่ซ้ายมือแบบนี้ค่ะ

Photo by Daum Map

Photo by Daum Map


Map คลิกที่ภาพเพื่อขยาย














เนื้อหานี้อยู่ในหนังสือตามรอยร้านเด็ดคาเฟ่ดัง















Credit : ข้อมูลและภาพประกอบจาก kkini.hani.co.kr, cngo.co.kr, siksinhot.com, ezday.co.kr, sixmoment.com, tiger4047