25 พฤษภาคม 2557

ที่พักย่านคังนัม


*ที่พักที่จะแนะนำทั้งหมดในนี้ "มินไม่เคยพัก" นะคะ 


จากที่มินเคยแนะนำที่พัก 24guesthouse กันไปบ้างแล้ว พร้อมกับมีโปรโมชั่นส่วนลดมาฝากกันนั้น ตอนนี้ทางเกสเฮ้าส์ได้เปิดสาขาใหม่ค่ะ นั่นคือ สาขา Gangnam Center ใครที่กำลังมองหาที่พักแถวคังนัมอยู่ล่ะก็ ที่นี่เป็นอีกที่ที่น่าสนใจค่ะ


ตามมาดูด้านในกันดีกว่าค่ะ ว่าจะน่าพักขนาดไหน


ที่นี่มีสองชั้นด้วยกันค่ะ ที่ชั้น 1 ก็จะเป็นห้องนั่งเล่น สำหรับส่วนรวม




นอกจากนี้ก็จะมีในส่วนของห้องครัว ห้องทานอาหาร และก็ห้องน้ำรวมค่ะ




มาดูห้องพักกันดีกว่าค่ะ ที่นี่มีห้องพักหลากหลายทั้งห้องเดี่ยว ห้องคู่ ห้องสามคน และห้องดอร์มสำหรับผู้หญิง (4 เตียง) ห้องดูสวยงามน่าพักทีเดียวค่ะ





หากใครสนใจและมองหาที่พักในย่านคังนัมอยู่ล่ะก็ อย่าช้าค่ะ เพราะว่าตอนนี้เขามีส่วนลดเพื่อฉลองเปิดตัวสาขาใหม่อยู่พอดี โดยลดทันที 15% จนถึง 31 พ.ค. 2557 เหลือเวลาไม่มากแล้ว รีบเลย!


สำหรับราคาห้องพักนั้น สามารถอีเมลไปสอบถามได้ที่ gangnamcenter@24guesthouse.co.kr  หรือจะเข้าไปดูภาพห้องพักเพิ่มเติมก็ได้ คลิกที่นี่ ค่ะ ต้องบอกว่าที่นี่ดีมากๆ เลย เพราะสามารถชำระเงินด้วยบัตรเครดิตวีซ่าได้ด้วยล่ะค่ะ สะดวกจริงๆ

Address : 626-29, Yeoksam 1-dong, Gangnam-gu, Seoul
Tel. (From Korea)  02-538-1177   (From Thailand)  +82-2-538-1177
E-mail : gangnamcenter@24guesthouse.co.kr
How to go : ขึ้นรถแอร์พอร์ตบัสสาย 6020 แล้วลงป้าย Yeoksam Station จากนั้นเดินไปยังสถานียอคซัม (Yeoksam Station) ทางออกที่ 6 แล้วเดินตรงตามถนนใหญ่ไป จนถึงแยกที่สาม ก็เลี้ยวเข้าซอย Nonhyeon-ro 101-gil เลี้ยวไปแล้วเดินไปอีก 50 เมตรก็จะเจอเกสเฮ้าส์

แต่ถ้าใครจะนั่ง AREX มาจากสนามบิน ต้องนั่งไปลงสถานีฮงงิก (Hongik Univ. Station) แล้วถึงไปต่อรถไฟใต้ดินสาย 2 สีเขียว นั่งไปลงยังสถานียอคซัม (Yeoksam Station) ทางออกที่ 6 อีกที เพราะ AREX เส้นทางเดินรถจะไปไม่ถึงคังนัมค่ะ

Map คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


**วิธีคิดค่าเงินเกาหลี ให้เอาเงินวอนคูณเรทปัจจุบัน หรือประมาณ 0.030
เช่น 1000 วอน เท่ากับ 1000 x 0.030 = 30 บาท

(หากมีที่พักในย่านคังนัมที่น่าสนใจอีก ก็จะนำมาอัพเดทเพิ่มเติมไว้ในเอนทรี่นี้ค่ะ)

24 พฤษภาคม 2557

Bon Bibimbap พิบิมบับแสนอร่อยที่หากินง่าย


อาหารขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของเกาหลี คงหนีไม่พ้น "พิบิมบับ" ที่หลายคนโปรดปราน รวมถึงมินด้วย เรียกได้ว่าใครไปเที่ยวเกาหลี แล้วไม่เคยได้ลิ้มลองล่ะก็ ใครๆ คงบอกว่าคุณมาไม่ถึงเกาหลีแน่ๆ ค่ะ

ร้านที่ขายพิบิมบับในเกาหลีนั้น มีมากมายหลายร้านมากๆ เพราะเป็นอาหารที่หากินได้ง่าย และมีราคาไม่แพง เริ่มตั้งแต่ 6000 วอน ขึ้นไป มินเองได้เคยไปทานมาที่ร้านร้านนึงค่ะ ที่สนนราคาอาจจะแพงกว่าร้านทั่วไปอยู่สักหน่อย แต่รสชาติอร่อยอย่าบอกใครเลยค่ะ ร้านที่ว่านี้ก็คือร้าน Bon Bibimbab (본비빔밥) ซึ่งเป็นเจ้าเดียวกับร้านขายโจ๊ก หรือ 죽 (จุค) ด้วยเช่นกัน ภายใต้ชื่อ Bonjuk (본죽) และก๋วยเตี๋ยว หรือ 칼국수 (คัลกุคซู) ภายใต้ชื่อ Bon Guksu (본국수)


Bon Bibimbap นั้นมีหลายสาขามากมายทั่วโซลไปหมด หากินง่ายไม่ว่าจะพักอยู่ย่านไหน สำหรับร้านที่มินไปทานนั้น เป็นร้านที่รวมเอาทั้ง จุค และ พิบิมบับ ไว้ด้วยกันเลยล่ะค่ะ เลยใช้ชื่อว่า 본죽 & 비빔밥 Cafe ชื่อเก๋เชียวล่ะ


สาขาที่มินไปนั้นอยู่แถวจงกัคค่ะ ใกล้ๆ กับถนนอินซาดงเลย ร้านตั้งอยู่บนชั้นสองและสาม ขึ้นไปเล้ยยย

Photo by muzzee



Photo by muzzee

ร้านจะมีขนาดเล็กๆ เหมือนคาเฟ่ตามชื่อร้าน ไม่ได้โอ่โถงอะไรค่ะ มีโต๊ะนั่งพอสมควร

Photo by muzzee

Photo by only8287



Photo by only8287

เมนูขายดีของร้าน 5 อันดับค่ะ สามอันดับแรกคือจุค สองอันดับหลังคือ พิบิมบับ


มินสั่ง 매운낙지돌솥비빔밥 (แมอุนนักชีโทลซดพิบิมบับ) เป็นพิบิมบับใส่ปลาหมึกผัดเผ็ดค่ะ เขาว่าเป็นปลาหมึกนำเข้ามาจากเวียดนาม *매운 (แมอุน) แปลว่า รสเผ็ด ซึ่งถ้าใครชอบทานแบบข้าวคลุกร้อนๆ ใส่หม้อหินแบบนี้ ให้เลือกเมนูที่มีคำว่า 돌솥 (โทลซด) นะคะ เพราะโทลซดแปลว่าหม้อหินร้อนนั่นเอง ชามนี้ราคา 8500 วอน ต้องบอกว่าถ้าอาหารจานไหนมีคำว่า "แมอุน" แล้วล่ะก็ เผ็ดสมชื่อเลยล่ะค่ะ แต่ก็ไม่เผ็ดมากจนถึงกับกินไม่ได้ เรียกว่าแค่พอมีรสเท่านั้นเองสำหรับร้านนี้ และมินก็สั่ง 계란후라이 (คเยรันฮูราอี) หรือไข่ดาวมาต่างหากด้วย 500 วอน 




พิบิมบับร้านนี้จะเสิร์ฟมาพร้อมกับ ซุปสาหร่าย หรือ 미역국 (มียอคกุก) ค่ะ


มาดูหน้าตาแบบใกล้ๆ ก่อนคลุก น่ากินมั้ยล่าาา


พอคลุกแล้วก็เป็นแบบนี้ ใส่ไข่ดาวลงไปด้วย แต่ลืมถ่ายรูปมา >.< พิบิมบับร้านนี้อร่อยมากกกกกกกกค่ะ อร่อยจนไม่รู้จะบรรยายยังไงเลย รสชาติดีกว่าร้านอื่นๆ ที่มินเคยทานมาเลยล่ะ เรียกได้ว่าติดใจมากจนอยากกลับไปกินอีก


มาดูของเพื่อนมินบ้าง เพื่อนมินทั้งสองคนสั่งเหมือนกันค่ะคือ 김치주물럭돌솥비빔밥 (คิมชีชูมุลรอกโทลซดพิบิมบับ) หรือพิบิมบับใส่กิมจิค่ะ ซึ่งเมนูนี้จะมีเนื้อหมูด้วยนะคะ บอกกันไวก่อน ราคาชามนี้ก็ 7500 วอน


หน้าตาก่อนคลุก


หน้าตาหลังคลุก น่ากินไม่แพ้กันเลยค่ะ


การันตีว่าอร่อยแค่ไหน เกลี้ยงค่ะทุกคนนนนนน


นอกจากเมนูที่มินสั่ง เขาก็ยังมีพิบิมบับอีกหลายเมนูมากๆ เลยล่ะ อย่างเช่นเมนูพื้นฐานแบบนี้ 돌솥비빔밥 (โบนโทลซดบิบิมบัพ) ซึ่งก็คือพิบิมบับแบบที่เราเห็นกันทั่วไปค่ะ ราคา 6500 วอน

Photo by sunnykooss

หรือถ้าใครนึกอยากทานจุค ก็ได้เหมือนกัน อย่างชามนี้ก็น่าสน 불낙죽 (พุลนักจุค) คือเนื้อวัวที่นำไปผัดแบบพุลโกกิ (불) และปลาหมึก (낙) ใส่ลงในโจ๊ก (죽) ค่ะ ราคา 9000 วอน ซึ่งโจ๊กที่เกาหลีนั้น เขาจะใส่ชามมาใหญ่มากๆ เลยค่ะ ถ้าเป็นคนบ้านเรา ทานได้สองคนเลย แต่สำหรับคนที่นั่น ชามเดียวต่อหนึ่งคนแบบสบายๆ ค่ะ โดยเขาจะมีถ้วยเล็กๆ มาให้เราตักแบ่งใส่ถ้วยน้อย แล้วทานทีละถ้วยค่ะ ไม่ได้จ้วงตักทานจากชามใหญ่เลยเน้อ



ส่วนชามนี้สีสันน่าทานทีเดียว มันคือ 낙지김치죽 (นักชีคิมชีจุค) ก็แปลตรงตัวเลยคือโจ๊กใส่ปลาหมึกและกิมจิค่ะ ราคา 8000 วอน สีดูแซ่บมาก 55555


ถ้าใครอยากทานพิบิมบับ ก็มองหาชื่อร้าน 본비빔밥 เฉยๆ ก็ได้นะคะ ไม่จำเป็นต้องเป็น Cafe แบบนี้ แต่ถ้าอยาก 2 in 1 ก็ต้องร้านนี้เลยค่ะ ที่สำคัญเขามีบริการ Take Out ด้วยนะ



Address : 10 Jongno 2-ga, Jongno-gu, Seoul
Tel : 02-730-6388
Open from : 9:30-21:30
How to go : สาขาจงกัค รถไฟใต้ดินสาย 1 สีน้ำเงิน ลงสถานีจงกัค (Jonggak) ทางออก 3 ออกมาแล้วเดินตรงไปนิดเดียว ผ่านตึก YMCA แล้วก็จะเจอร้านอยู่ติดถนนเลยค่ะ





Map คลิกที่ภาพเพื่อขยาย

23 พฤษภาคม 2557

10 อาหารเกาหลีที่ควรลอง


อาหารเกาหลีเป็นสิ่งนึงที่ถูกอกถูกใจสาวกเกาหลียิ่งนัก เพราะด้วยความหลากหลายของอาหาร และรสชาติ ที่อร่อยขนาดแดจังกึมการีนตี สำหรับมินเองนั้น มีโอกาสไปเกาหลีหลายครั้ง และได้กินอาหารเกาหลีมากมายหลายชนิด จนติดอกติดใจเช่นกัน มินเลยเลือก 10 อาหารเกาหลี ที่ควรลองมาฝากกัน ซึ่งต้องบอกก่อนว่านี่คือความเห็นของมินคนเดียวนะคะ อาจจะไม่ตรงกับคนอื่นๆ ได้ เพราะความชอบไม่เหมือนกัน เอาเป็นว่าอาหารเกาหลี 10 อย่างที่มินอยากจะแนะนำให้ลองกินกันนั้น มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

1.비빔밥 (พิบิมบับ) หรือข้าวยำที่เรารู้จักกันดี ไม่มีใครไปเที่ยวเกาหลีแล้วไม่เคยลองกิน เพราะนี่เป็นสุดยอดอาหารแนะนำของเกาหลี ทีดังไกลไปทั่วโลก เหมือนเป็น Signature เลยก็ว่าได้ เป็นเมนูแรกๆ ที่ใครๆ จะนึกถึง


พิบิมบับมีหลายแบบหลายชนิดให้เลือกชิม อยู่ที่ว่าใครชอบแบบไหน เพราะมีทั้งแบบใส่เนื้อหมู แบบใส่เนื้อวัว หรือแบบใส่ปลาหมึก ถ้ามาเป็นชามหินร้อน 돌솥비빔밥 (โทลซด พิบิมบับ) ก็มักจะโปะไข่ดิบมาด้วย เพื่อให้คลุกแล้วสุกในชาม แต่ถ้าเป็นชามธรรมดา ก็มักจะใส่ไข่ดาวที่สุกเรียบร้อยแล้วมาแทน ใครที่ไม่ชอบกินไข่แบบกึ่งสุกกึ่งดิบ อาจต้องเลือกเป็นแบบหลัง รวมทั้งใครที่ไม่ชอบกินผัก อาจต้องโบกมือลาจานนี้ค่ะ และการกินที่ถูกวิธีก็คือ คลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้ากันแบบนี้นั่นเอง


* ราคา 6000-10000 วอนต่อชาม
* ความเผ็ด No
* แนะนำร้านอร่อย คลิก


2.자장면 (จาจังมยอน) มากันที่อาหารยอดนิยมอีกอย่างกันบ้าง จาจังมยอนหรือบะหมี่ในซอสดำ แม้ว่าจะเป็นอาหารจีน แต่ก็ขอนับเป็นหนึ่งในอาหารเกาหลีไปเลยก็แล้วกัน 


เรามักจะเห็นอาหารจานนี้บ่อยๆ ในละครหรือซีรียส์เกาหลี จนทำให้หลายคนอยากจะลองชิมดูบ้าง ถ้าใครชอบอาหารเส้นๆ แล้วล่ะก็ ต้องบอกเลยว่าไม่ผิดหวัง นี่คือหนึ่งในเมนูที่คุณควรลอง เพราะเมื่อคลุกเคล้าเส้นกับซอสดำแล้ว มันอร่อยจริงๆ ค่ะคุณ



* ราคา 2500-6000 วอนต่อชาม
* ความเผ็ด No
* แนะนำร้านอร่อย คลิก


3.Street Food อาหารริมถนนตามรถเข็นต่างๆ ที่มีทั้ง 떡볶이 (ต็อกบกกี), 오뎅 (โอเด้ง), 튀김 (ทวีกิม) และ 순대 (ซุนแด) ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดอย่างมาก เพราะนี่คือสิ่งที่บ่งบอกถึงวิถีชีวิตคนเกาหลีในแบบฉบับง่ายๆ กับอาหารข้างทางที่หากินได้ง่ายและมีขายทุกย่าน เป็นที่นิยมทั้งเด็กนักเรียน นักศึกษา และไม่เว้นคนทำงาน ด้วยเพราะราคาถูก และมีขายอยู่ทั่ว นึกหิวเมื่อไหร่ ก็หยุดแวะซื้อกิน ยืนกินที่หน้าร้านได้เลย อิ่มเบาๆ ก่อนเดินทางกลับบ้าน หรือจะซื้อใส่ถุงกลับไปกินที่บ้านก็ไม่ว่ากัน


ต็อกบกกีจะเป็นเมนูที่ผู้หญิงเกาหลีชอบมาก เกือบทุกคนจะชอบกิน โดยเฉพาะแบบเผ็ด หรือที่เรียกว่า 매운떡볶이 (แมอุนต็อกบกกี) ที่จะใช้ซอสรสเผ็ดแบบเผ็ดมากๆ จนถึงขนาดคนเกาหลียกให้เมนูนี้คืออาหารที่เผ็ดที่สุด! แต่เชื่อมั้ยว่าต่อให้เผ็ดแสบลิ้นแค่ไหน แต่สาวเกาหลีก็สู้ตาย เหมือนเวลาสาวไทยเจอส้มตำแซ่บๆ นั่นแหละค่ะ


ส่วนโอเด้งนั้น ถ้าได้กินช่วงอากาศหนาวๆ เย็นๆ แล้วล่ะก็ จะฟินสุดๆ ไปเลย


* ราคา 500-3000 วอน
* ความเผ็ด Yes (สำหรับต็อกบกกี)


4.삼겹살 (ซัมกยอบซัล) หรือหมูสามชั้นย่าง ซึ่งเหมารวมไปถึงเนื้อย่างชนิดอื่นๆ ด้วย อาทิ 돼지고기 (ทเวจีโกกิ) = เนื้อหมู, 소고기 (โซโกกิ) = เนื้อวัว และ 갈비 (คัลบี) = เนื้อติดซี่โครง อาหารปิ้งย่างเกาหลี หรือที่เราคุ้นหูกับคำว่าเนื้อย่างเกาหลีนั้น ถ้ามาเยือนถึงถิ่นแล้วไม่ลองกินสักครั้ง คงจะมาไม่ถึงเกาหลีแน่ๆ 


เมนูนี้หากจะมากินต้องมาสองคนขึ้นไป ทางร้านถึงจะเปิดเตาให้ ใครฉายเดี่ยวเป็นอันหมดสิทธิ์ บางร้านมีขายทั้งเนื้อวัวและเนื้อหมู แต่บางร้านก็เน้นไปที่อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น เพราะฉะนั้นก่อนเดินเข้าร้าน ดูให้แน่ใจก่อนว่า คุณและคนข้างๆ อยากกินเนื้ออะไร แต่ถ้าได้หมดแบบมินแล้วล่ะก็ จัดไปค่ะ



* ราคา เนื้อหมู 10000 วอนขึ้นไป, เนื้อวัว 15000 วอนขึ้นไป
* ความเผ็ด No
* แนะนำร้านอร่อย คลิก


5.김치찌게 (คิมชี ชีเก) มาเกาหลีถ้าไม่กินกิมจิ ก็คงเหมือนขาดน้ำปลาบนโต๊ะกินข้าว แกงกิมจิคืออาหารที่ทำจากกิมจิเป็นเมนูแรกๆ ที่นึกถึง ด้วยรสชาติความจัดจ้านของกิมจิและน้ำแกง ทำให้เมนูนี้อร่อยชวนชิมจริงๆ 



แกงกิมจิจะมีสามแบบ คือแบบใส่เนื้อหมูสามชั้น เนื้อปลา และปลากระป๋อง ส่วนมากตามร้านทั่วไป มักจะเป็นแบบใส่เนื้อหมู เพราะเป็นแบบที่คนนิยมกินที่สุด และบางร้านก็มีออพชั่นเสริมด้วยรามยอน และมันดูด้วยเช่นกัน เมนูนี้จะเสิร์ฟพร้อมข้าวสวย จะกินคนเดียว หรือกินเป็นหมู่คณะก็ได้ 



* ราคา 6000-8000 วอนต่อถ้วย
* ความเผ็ด No
* แนะนำร้านอร่อย คลิก


6.불고기 (พุลโกกิ) เมนูเนื้อเอาใจคนไม่กินหมู เนื้อผัดในกระทะแบบน้ำขลุกขลิก มักใส่ผักอย่างกะหล่ำปลี รสชาติกลมกล่อม กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ แล้วอร่อยเหาะ ความหวานของเนื้อจะค่อยๆ ซึมออกมา แล้วผสมกับน้ำซุปในกระทะ อร่อยจนวางช้อนไม่ลง


พุลโกกิบางร้านจะมาแบบน้ำขลุกขลิก แต่บางร้านก็มาคล้ายๆ หม้อต้ม ประหนึ่งสุกี้ ความอร่อยไม่แตกต่างกัน อยู่ที่ความชอบ และสูตรของแต่ละร้าน เมนูนี้ต้องควงคู่กันมากิน เพราะมาคนเดียวไม่ขายนะจ๊ะ



* ราคา 10000-12000 วอนต่อคน
* ความเผ็ด No
* แนะนำร้านอร่อย คลิก


7.만두국 (มันดูกุก) เกี๊ยวที่ต้มในน้ำซุปหอมหวาน ไส้ของเกี๊ยวมักจะเป็นหมู หรือกิมจิ เป็นเมนูน่าอร่อยยามอากาศหนาว เพราะเมื่อได้ซดน้ำซุปร้อนๆ แล้วนั้น คลายหนาวได้ดีทีเดียว 


นอกจากนี้ยังมีมันดูแบบนึ่งไว้กินเล่นอีกด้วย มีด้วยกันหลายไส้ตามแต่ร้าน อาทิ ไส้หมู ไส้วัว ไส้ผัก ไส้กิมจิ หรือไส้เผ็ด หากอยากลองชิม ก็หากินได้ไม่ยาก เพราะมักจะเป็นเมนู Side dish อยู่ตามร้านอาหารทั่วไป


* ราคา 6000-8000 วอนต่อถ้วย
* ความเผ็ด No
* แนะนำร้านอร่อย คลิก


8.즉석 떡볶이 (ชึกซอก ต็อกบกกี) เมนูนี้อยากให้ได้ลองกันจริงๆ เพราะมันอร่อยจนคุณจะลืมไม่ลง ชึกซ็อกต็อกบกกีแบบดั้งเดิม เป็นต็อกบกกีต้ม ใส่รามยอน เส้นก๋วยเตี๋ยว เกี๊ยว และไข่ต้ม มีรสชาติจัดจ้านเล็กๆ พอให้ได้รส กินกันเป็นหมู่คณะ หรือกินกันเป็นคู่จะอร่อยเป็นพิเศษ เพราะได้แย่งกันกิน ที่สำคัญมาคนเดียวไม่ขายเช่นเคย


บางร้านก็นำสูตรไปดัดแปลงใหม่ มีแบบใส่อาหารทะเล หรือชีสลงไปด้วย เพิ่มความอร่อยแบบทันสมัยขึ้นมานิดนึง เรียกได้ว่าใครชอบแบบไหนก็จัดไปเลยจ้า 



* ราคา 5000-6500 วอนต่อคน
* ความเผ็ด Yes
* แนะนำร้านอร่อย คลิก


9.낙지볶음 (นักชีบกกึม) หรือ 쭈꾸미음 (ชูกูมิบกกึม) ทั้งสองอย่างนี้คือปลาหมึกผัดเผ็ด ความแตกต่างคือ นักชีคือปลาหมึกแบบหนวดยาว ส่วนชูกูมิคือปลาหมึกแบบหนวดสั้น เมนูนี้คือการนำเอาปลาหมึกมาผัดกับซอสเผ็ดที่เผ็ดจัดจ้านจริงๆ บางร้านก็เผ็ดพอแซ่บ แต่บางร้านที่มินได้ลองมา ถึงขั้นเผ็ดแสบลิ้น เหงื่อแตกเลยก็มี นี่คือหนึ่งในอาหารรสเผ็ดของเกาหลี ที่คนชอบรสจัดไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง


บางร้านก็เพิ่มความอร่อยคูณสอง ด้วยการมีหมูสามชั้น หรือซัมกยอบซัลเสิร์ฟมาด้วย พอกระทะเดือดก็ผัดคลุกเคล้าไปกับปลาหมึกและซอสเผ็ด ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวทีเดียวเชียวล่ะ เมนูนี้นอกจากจะต้องมากินสองคนขึ้นไปแล้วนั้น อยากแนะนำให้สั่งข้าวมาลงไปผัดตอนเหลือก้นๆ กระทะด้วยนะคะ เพราะมันจะได้ความอร่อยอีกแบบที่กินแล้วจะติดใจ



* ราคา 10000-15000 วอนต่อคน
* ความเผ็ด Yes
* แนะนำร้านอร่อย คลิก


10. 치킨 (ชิกเค่น) หรือไก่ทอดนั่นเอง ต้องบอกว่าเมนูนี้อาจดูเหมือนธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดาก็คือ ไก่ทอดที่เกาหลีอร่อยมากค่ะ มินอยากให้ทุกคนไปลองชิมกัน เราจะหาร้านขายไก่ทอดได้เยอะแยะมากมาย มีทั้งนั่งกินที่ร้าน และโทรสั่งเดลิเวอร์รี่ ที่มีบริการตลอด 24 ชม. เก๋เชียวล่ะ ไก่ทอดที่นี่มีหลายสูตรตามแต่เฉพาะของแต่ละร้าน แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะอร่อยเกือบทุกร้านอยู่แล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าเขามีสูตรเด็ดเคล็ดลับอะไร แต่ไก่ทอดเขาอร่อยจริงๆ คอนเฟิร์ม! ถ้ามีโอกาสอยากให้ไปลองกัน


คนเกาหลีชอบกินไก่ทอดมากๆ โดยเฉพาะเวลาที่เขานึกอยากดื่มเบียร์ เพราะสองอย่างนี้กินแล้วเข้ากั๊นเข้ากัน (พี่เกาเขาว่างั้น) หากมาร้านไก่ทอดแล้วไม่สั่งเบียร์มาดื่ม ก็ดูจะผิดวัฒนธรรมไปสักหน่อย คนเกาหลีจึงมักเรียกการกินไก่ทอดกับเบียร์ว่า 치맥 (ชีแม็ก) มาจาก 치(ชี) = ชิกเก้น และ 맥(แม็ก) = แม็กจู ที่แปลว่าเบียร์นั่นเองค่ะ



* ราคา 20000-35000 วอนต่อจาน
* ความเผ็ด No
* แนะนำร้านอร่อย คลิก


เป็นยังไงบ้างคะ กับอาหาร 10 อย่างที่มินเอามาแนะนำกัน หลายคนคงเคยลองแล้ว แต่ถ้าใครยังไม่เคยล่ะก็ ครั้งหน้าที่มีโอกาสไปเที่ยวเกาหลี ก็อย่าลืมไปชิมกันนะคะ