28 พฤษภาคม 2556

เดินทางไปปูซานด้วยรถไฟมูกุงฮวา


*อัพเดทข้อมูล 28 กันยายน 2015

มาดูอีกวิธีที่เดินทางไปปูซานได้ก็คือ รถไฟแบบธรรมดา สายมูกุงฮวา (Mugunghwa) กันค่ะ วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่รีบ มีเวลาเหลือเฟือ และงบประมาณจำกัดมากๆ เพราะราคาจะถูกกว่า KTX


ด้านในรถไฟมูกุงฮวา

มูกุงฮวา (무궁화) เป็นชื่อของ "ดอกไม้ประจำชาติเกาหลี" นั่นเองค่ะ หน้าตาของดอกไม้เป็นแบบนี้ค่ะ



สำหรับรถไฟมูกุงฮวา จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง - 5 ชั่งโมงเศษๆ มีวันละ 15 เที่ยว
ขาไป มีตั้งแต่เที่ยว 05:50-22:50 ขากลับ มีตั้งแต่เที่ยว 05:13-23:10

ค่าโดยสารที่นั่งชั้นประหยัด เที่ยวละ 28600 วอน (สายที่ไปยังปูซานจะไม่มีแบบเฟิร์สคลาส) ขากลับรถเที่ยวสุดท้ายจะถึงโซลเวลา 4:27 (และรถไฟใต้ดินเปิดประมาณ 5:30) เพราะฉะนั้นถ้าใครกลับดึก ขึ้นรถเที่ยวสุดท้าย พอมาถึงโซลแล้วอาจจะต้องนั่งรอในสถานีเพื่อรอรถไฟใต้ดินเปิดถึงจะเดินทางต่อได้นะคะ เว้นว่าใครจะเรียกแท็กซี่ก็ตามสะดวก 

วิธีการซื้อตั๋ว (ทั้งรถไฟสายมูกุงฮวา และ KTX)

สามารถหาซื้อตั๋วได้เลยที่สถานีรถไฟ ถ้าในโซลก็ที่ Seoul Station (รถไฟที่ออกจากโซลไปยังปูซาน จะต้องมาขึ้นที่สถานีนี้เท่านั้น) ถ้าไม่ใช่ช่วงเทศกาล ก็มักจะไม่เต็มค่ะ แต่ถ้าเดินทางในช่วงวันหยุดยาว เช่นวันซอลลัล หรือวันชูซอก อาจจะเต็มได้ค่ะ เช็ควันหยุดเกาหลีได้ที่นี่

การซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์ในสถานีนั้น สามารถจ่ายเงินสด หรือบัตรเครดิตก็ได้ หรือใครอยากจะจองไปก่อน
ก็จองที่เว็บไซต์ www.letskorail.com เช่นกัน ในเว็บไซต์จะมีเวลาเดินรถให้ดูอย่างละเอียด เพื่อวางแผนได้อย่างแม่นยำ แต่จะต้องทำการจองแล้วจ่ายเงินในทันที และจ่ายด้วยบัตรเครดิตเท่านั้น


ตัวอย่างการจองตั๋วรถไฟมูกุงฮวา (ปัจจุบันหน้าเว็บมีการเปลี่ยนแปลงไปนะคะ)

หลังจากกดเลือกภาษาอังกฤษ ที่มุมบนขวามือแล้วนั้น ก็จะเข้าสู่หน้านี้ เช่นเดียวกันกับ การจองตั๋ว KR PASS ที่เอ่ยไปในเอนทรี่ก่อน แต่ให้กดเลือกที่เมนูด้านบนตรงคำว่า Booking แล้วเลือก Book Online

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


จากนั้นจะเข้าสู่หน้า Booking ก็กรอกข้อมูล วันที่ต้องการเดินทาง เลือกต้นทางคือ Seoul และปลายทางคือ Busan จากนั้นเลือกประเภทของรถไฟ ในกรณีนี้ให้เลือก Mugunghwa ตามภาพ (หรือใครจะจอง KTX ก็ได้ แต่มินไม่แนะนำ เพราะถ้าคิดจะนั่ง KTX ให้จองตั๋ว KR PASS จะคุ้มกว่ามากๆๆ) จากนั้นเลือกจำนวนผู้โดยสาร (ถ้ามีเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีไปด้วย ให้เลือกตรง Child เพราะจะได้ตั๋วราคาถูกกว่าผู้ใหญ่) แล้วกด Inquire เพื่อไปยังหน้าต่อไป

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


จากนั้นก็จะมีตารางเที่ยวของรถไฟขึ้นมาให้เลือก ก็เลือกดูเวลาตามที่เราต้องการได้เลยค่ะ (กด Next เพื่อดูตารางในหน้าถัดไปได้) ตัวอย่าง มินจะเลือกเที่ยวแรกเช้าสุด พอเลือกได้แล้วก็กด Select ได้เลย

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


และหากจะดูค่าโดยสารว่าเท่าไหร่ ก็สามารถกดที่รูปแว่นขยายตรงคำว่า Fare ได้เลยค่ะ ซึ่งแต่ละเที่ยว และแต่ละวัน ราคาจะไม่เท่ากัน พอกดไปแล้ว ก็จะขึ้นหน้าต่าง pop-up ขึ้นมา แสดงรายละเอียดสายรถไฟ จุดหมายปลายทาง วันที่เดินทาง และค่าโดยสารตามภาพค่ะ โดยให้ดูราคาที่ช่อง Standard Class นะคะ (ในกรอบสีแดง) เพราะนี่คือราคาตั๋วนั่งแบบชั้นปกติ มินลองเลือกตั๋วผู้ใหญ่ 1 ที่ และเด็ก 1 ที่ค่ะ ส่วนราคาในช่อง Standing นั้น เป็นราคาของ "ตั๋วยืน" ค่ะ *ปัจจุบันค่าโดยสารมีการเปลี่ยนแปลง

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


จากนั้นพอเลือกเที่ยวรถได้แล้ว ก็จะพาเราไปยังหน้ากรอกรายละเอียดของผู้จอง (ซึ่งไม่จำเป็นต้องกรอกผู้โดยสารครบทุกคนเหมือนการจอง KR PASS) จากนั้นคลิก Next ที่มุมล่างขวามือ

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


และต่อไป ก็จะมายังหน้า Payment ค่ะ ก่อนจะกรอกข้อมูลบัตรเครดิตลงไปนั้น ให้ดูรายละเอียดด้านบนให้ถูกต้องก่อนนะคะ เพราะถ้าชำระเงินไปแล้ว จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนจะดีกว่าค่ะ 

จากในภาพจะมีรายละเอียดของเที่ยวรถไฟที่เราเลือกทั้งหมด ตั้งแต่สายรถไฟ ที่นั่ง วันเวลาเดินทาง และเวลาถึงที่หมาย รวมถึงค่าโดยสารทั้งหมดที่ต้องจ่าย ก็คือ 40900 วอน =  1,227 บาท (ราคาเที่ยวเดียวเฉพาะขาไป) เมื่อตรวจสอบข้อมูลทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็กรอกข้อมูลบัตรเครดิต แล้วกด Next ค่ะ

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


สุดท้ายก็จะไปยังหน้าคอนเฟิร์มการจองนะคะ ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ จากนั้นระบบจะส่ง E-Ticket มายังอีเมล์ที่กรอกไปนั่นเอง

วิธีการรับตั๋ว 
ปริ๊น E-Ticket พร้อมยื่นพาสสปอต (ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต) ไปรับตั๋วได้ที่สถานีเลย ซึ่งในโซลจะต้องขึ้นรถไฟที่สถานี Seoul Station เท่านั้น และที่ปูซาน ก็ต้องขึ้นที่สถานี Busan Station เช่นกัน

การยกเลิกการจอง
สามารถยกเลิกผ่านทางเว็บไซต์ได้ในหัวข้อ My reservation ค่ะ แต่จะต้องทำการยกเลิกก่อนถึงกำหนดวันเดินทาง โดยจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับวันที่ยกเลิกค่ะ

การเปลี่ยนแปลงเวลาเดินทาง
- หากไม่สามารถเดินทางตามเวลาที่จองไว้ได้ และต้องการเปลี่ยนเที่ยวรถไฟนั้น สามารถทำได้โดยไปติดต่อที่ช่องขายตั๋วที่สถานี และแจ้งเวลาเดินทางใหม่ พร้อมเสียค่าธรรมเนียมเพียงเล็กน้อยในการเปลี่ยนตั๋ว 
- หากไม่สามารถที่จะเดินทางได้เลย (ต้องการยกเลิกตั๋ว) สามารถติดต่อขอคืนเงินได้ โดยจะเสียค่าธรรมเนียมเล็กน้อยเช่นกัน 
- แต่หากว่าเดินทางมาถึงสถานีช้ากว่ากำหนด (รถไฟออกไปแล้ว) จะไม่สามารถขอเปลี่ยนตั๋วได้ต้องซื้อตั๋วใหม่เท่านั้น! แต่สามารถนำไป refund เงินคืนได้ โดยจะเสียค่าธรรมเนียมตามกำหนด 

*ซึ่งทั้งหมดนี้ จะไม่สามารถทำรายการผ่านทางเว็บไซต์ได้ จะต้องไปติดต่อที่เคาน์เตอร์ในสถานีรถไฟเท่านั้น

ค่าธรรมเนียม 

ในกรณีการยกเลิกการจองผ่านทางเว็บไซต์
ก่อนวันเดินทาง 2 วัน จะไม่เสียค่าธรรมเนียม
ก่อนเดินทาง 1 วัน ถึง 1 ชั่วโมง เสียค่าธรรมเนียม 400 วอน 
ก่อนเดินทาง 1 ชั่วโมง จนถึงเวลาที่รถไฟออก เสียค่าธรรมเนียม 10% ของราคาตั๋ว
หลังจากรถไฟออกไปแล้ว จะเสียค่าธรรมเนียม 15% ของราคาตั๋ว

           
ในกรณีการยกเลิกตั๋ว และขอคืนเงินที่เคาน์เตอร์ขายตั๋ว
ก่อนวันเดินทาง 2 วัน เสียค่าธรรมเนียม 400 วอน
ก่อนเดินทาง 1 วัน ถึง 1 ชั่วโมง เสียค่าธรรมเนียม 5% ของราคาตั๋ว 
ก่อนเดินทาง 1 ชั่วโมง จนถึงเวลาที่รถไฟออก เสียค่าธรรมเนียม 10% ของราคาตั๋ว
และหลังจากรถไฟออกไปแล้ว จะเสียค่าธรรมเนียมตั้งแต่ 15-70% ของราคาตั๋ว แล้วแต่ระยะเวลาของรถไฟ (ถ้าออกไปนานแล้ว จะเสียแพงนั่นเอง)


ส่วนการจองตั๋วขากลับ ก็ทำแบบเดียวกันค่ะ เพียงแต่เลือกต้นทางเป็น Busan และ ปลายทางเป็น Seoul แบบนี้เอง ซึ่งถ้าดูตามตาราง หากเลือกกลับเที่ยวสุดท้าย (เผื่อใครอยากใช้เวลาเที่ยวปูซานให้คุ้ม) รถไฟจะออกเวลา 23:10 และถึงโซล 4:27 ค่ะ 

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย

ส่วนค่าโดยสารขากลับนั้น ก็ไม่ต่างจากขามาค่ะ 

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย

นี่ก็เป็นวิธีการเดินทางด้วยรถไฟมูกุงฮวา อีกหนึ่งทางเลือก พร้อมวิธีการจองตั๋วโดยละเอียดผ่านทางเว็บไซต์ที่มินนำมาแนะนำกันในวันนี้นะคะ ซึ่งไม่ใช่แค่ไปยังปูซานนะคะ ยังสามารถไปได้แทบทุกเมืองทั่วเกาหลีเลย 

ส่วนตัวแล้วที่มินเคยนั่งมา ทั้งแบบเฟิร์สคลาส และแบบธรรมดา ต้องบอกจากใจเลยว่า แบบธรรมดานั้น หากนั่งไปปูซาน 5 ชั่วโมงกว่าๆ จะเมื่อยมากกกกก และไม่สบายตัวค่ะ (เหนื่อยและเพลียพอสมควร) แต่ถ้าเฟิร์สคลาส เบาะจะกว้างมาก และปรับเอนนอนได้ สบายสุดๆ ซึ่งมินเคยนั่งไปจองดงจินค่ะ (แต่ไปปูซานไม่มีเฟิร์สคลาส) เพราะฉะนั้น หากพอจะมีทุนทรัพย์ มินว่ายอมเสียเงินแพงกว่า เพื่อสบายกว่าโดยการไปด้วยรถไฟ KTX จะดีกว่านะคะ แม้ว่าจะไม่ถึงกับปรับนอนแบบมูกุงฮวาได้ แต่ก็ใช้เวลาเดินทางไม่นาน ก็จะทำให้เราไม่เมื่อยสักเท่าไหร่ และทำให้เราไม่เหนื่อยจากการเดินทางด้วย สู้เก็บแรงไว้เที่ยวจะดีกว่าค่ะ


เนื้อหานี้อยู่ในหนังสือรวมเรื่องเล่าในทวิตเตอร์ เล่ม 2





เดินทางไปปูซานด้วยรถไฟ KTX


*อัพเดทข้อมูล มีนาคม 2017

สำหรับใครที่มีเวลาจำกัด แต่อยากชะแว้บไปปูซานกับเขาบ้าง และไม่ชอบนั่งรถนานๆ หรือค่าตั๋วเครื่องบินก็แพงไปเสียอีก มินแนะนำวิธีที่น่าจะเป็น “ตัวเลือกที่ดีที่สุด” ก็คือ รถไฟความเร็วสูง KTX 



ด้านในรถไฟ KTX


สายรถไฟ KTX ที่จะนั่งไปยังปูซานนั้นคือสาย Gyeongbu Line ค่ะ มีสายรถแบ่งเป็น 2 หมวดด้วยกัน

1. สายที่ขึ้นต้นด้วยเลข 1 สายนี้จะมีเที่ยวรถต่อวันเยอะที่สุด ถี่ที่สุด และค่าโดยสาร "แพงที่สุด" เพราะเดินทางใช้เวลาน้อยสุดค่ะ ประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที - 2 ชั่วโมง 42 นาที แล้วแต่ว่าขึ้นเที่ยวไหน
ขาไป มีเที่ยวตั้งแต่ 5:15-23:00  ขากลับ มีเที่ยวตั้งแต่ 5:00-22:30 โดยเที่ยวสุดท้ายหากจะนั่งกลับมายังโซล จะถึงโซลเวลา 01:03 (เวลานี้รถไฟใต้ดินหมดแล้ว ต้องใช้บริการแท็กซี่ หรือรถบัสรอบดึก) อ่านรายละเอียดรถบัสรอบดึกที่นี่
ค่าโดยสารที่นั่งชั้นประหยัด ผู้ใหญ่ 59800 วอน เด็ก (อายุ 4-12 ปี) 29900 วอน *ราคาต่อเที่ยว


2. สายที่ขึ้นต้นด้วยเลข 2 สายนี้จะมีเที่ยวรถต่อวันน้อยกว่า แต่ค่าโดยสารถูกกว่า และเดินทางนานกว่าค่ะ แบ่งเป็นสองหมวดย่อยคือ
- สายที่ขึ้นต้นด้วยเลข 25, 26 และ 29 (มีรวมวันละ 7 เที่ยว) จะใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง 40 นาที - 3 ชั่วโมง 5 นาที แล้วแต่ว่าขึ้นเที่ยวไหน
ขาไป มีเที่ยวตั้งแต่ 6:10-21:40  ขากลับ มีเที่ยวตั้งแต่ 8:15-20:45
ค่าโดยสารที่นั่งชั้นประหยัด ผู้ใหญ่ 53900 วอน เด็ก (อายุ 4-12 ปี) 26900 วอน *ราคาต่อเที่ยว

- สายที่ขึ้นต้นด้วยเลข 23 (มีวันละ 4 เที่ยว) จะใช้เวลาเดินทาง  3 ชั่วโมง 6 นาที - 3 ชั่วโมง 20 นาที แล้วแต่ว่าขึ้นเที่ยวไหน  
ขาไป มีเที่ยว 7:54/10:20/16:15/18:55  ขากลับ มีเที่ยว 8:20/13:20/17:45/19:55
ค่าโดยสารที่นั่งชั้นประหยัด ผู้ใหญ่ 48800 วอน เด็ก (อายุ 4-12 ปี) 24400 วอน *ราคาต่อเที่ยว ซึ่งเป็นราคาที่ถูกที่สุด และเดินทางนานที่สุดค่ะ


**สามารถดูตารางรถ KTX แบบละเอียด หรือจะจองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าก็ได้ คลิกที่นี่ โดยเลือกเมืองต้นทางและปลายทาง วันที่จะเดินทาง (จองล่วงหน้าได้ไม่เกิน 30 วัน) 


แต่ถ้าใครอยากจะประหยัดกว่า เพราะค่าโดยสาร KTX ราคาต่อเที่ยวนั้นค่อนข้างสูง มินก็ขอแนะนำให้ซื้อตั๋ว KR Pass จะดีกว่าค่ะ (ในกรณีที่มีแพลนว่าจะเดินทางไปและกลับถึงจะคุ้ม)

KR Pass คืออะไร? 
KR Pass คือตั๋วเดินทางแบบเหมาทั้งวัน ซึ่งสามารถใช้บริการได้กับรถไฟทุกประเภท *ยกเว้นรถไฟใต้ดินทุกเมืองและรถไห SRT  โดยสามารถใช้กี่ครั้งต่อวันก็ได้ ไม่มีข้อจำกัด แต่ต้องใช้ภายในระยะเวลาของตั๋ว โดย ตั๋วจะหมดอายุเวลา 24:00 ของวันที่กำหนด 

ประเภทของตั๋ว ตอนนี้มีการเพิ่มแบบ Flexible Pass เข้ามา ทำให้มีให้เลือกถึง 6 ประเภท และ 6 ราคาด้วยกันค่ะ คือ

- ตั๋วแบบ 1-day pass  ผู้ใหญ่ 81,000 วอน, เด็ก 40,000 วอน, แบบประหยัด 72,000 วอน, นักเรียน 64,000 วอน 
- ตั๋วแบบ 3-day pass  ผู้ใหญ่ 113,000 วอน, เด็ก 56,000 วอน, แบบประหยัด 102,000 วอน, นักเรียน 90,000 วอน 
ตั๋วแบบ 5-day pass  ผู้ใหญ่ 168,000 วอน, เด็ก 84,000 วอน, แบบประหยัด 151,000 วอน, นักเรียน 134,000 วอน
ตั๋วแบบ 7-day pass  ผู้ใหญ่ 195,000 วอน, เด็ก 97,000 วอน, แบบประหยัด 176,000 วอน, นักเรียน 156,000 วอน
Flexible 2-day Pass  ผู้ใหญ่ 102,000 วอน, เด็ก 51,000 วอน, แบบประหยัด 91,000 วอน, นักเรียน 81,000 วอน
Flexible 4-day Pass  ผู้ใหญ่ 154,000 วอน, เด็ก 77,000 วอน, แบบประหยัด 138,000 วอน, นักเรียน 123,000 วอน



คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


**ราคานี้ปรับขึ้นมาจากเดิม และมีผลเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2016 เป็นต้นไป
** Flexible Pass เป็นพาสแบบ 2 วัน และ 4 วัน แต่มีอายุการใช้งานได้ภายใน 10 วัน ก่อนหมดอายุ ที่เราสามารถเลือกวันเองได้


ซึ่งตั๋วราคาแบบประหยัด (Saver) นั้น จะต้องเดินทาง 2 คนขึ้นไป แต่ไม่เกิน 5 คนค่ะ ก็จะสามารถซื้อได้ในราคานี้ ซึ่งประหยัดกว่าเดินทางคนเดียว แต่ถ้าเดินทางเกินกว่า 5 คนขึ้นไป ให้ติดต่อไปทางอีเมล์ laeun2@korail.com เพื่อจะได้ราคาตั๋วแบบกรุ๊ป ซึ่งจะถูกลงไปอีก

ส่วนตั๋วนักเรียน นักศึกษา (Youth) สามารถใช้บัตรนักเรียน นักนศ.ของประเทศไทย กับพาสสปอต ก็ได้ค่ะ แต่ต้องมีอายุระหว่าง 13-25 ปี เท่านั้น ถึงจะจองตั๋วประเภทนี้ได้

**หมายเหตุ
- เด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี ฟรี แต่ต้องเดินทางพร้อมผู้ใหญ่ที่มีอายุเกิน 12 ปี 
- เด็กอายุ 4-12 ปี จ่ายค่าโดยสาร 50% ของผู้ใหญ่ (ราคาตามด้านบน)
- KR PASS ใช้ได้เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น
KR PASS จะต้องใช้ในวันติดกันเท่านั้น เช่น ซื้อแบบ 3-day pass  ต้องเปิดใช้วันที่ 10-13 สิงหาคม เท่านั้น จะมาใช้วันที่ 10, 14, 15 แบบนี้ ไม่ได้ค่ะ ต้องใช้ติดกันทั้งสามวันเลย  (วันที่คือการสมมติ)


วิธีการจองตั๋ว KR PASS 
ก็คือการจองผ่านเว็บไซต์โดยตรง โดยชำระผ่านบัตรเครดิตเท่านั้น (บัตรเดบิตไม่สามารถใช้จองได้) และมีระยะเวลาในการจ่ายภายใน 55 วัน นับจากวันที่จอง ซึ่งจะต้องเป็นบัตรเครดิตของผู้เดินทางคนใดคนหนึ่งด้วยเท่านั้น *ตรงนี้สำคัญมาก ไม่มีข้อยกเว้น

ซึ่งการใช้บัตรเครดิตในการจองนั้น เมื่อกรอกหมายเลขบัตรไปแล้ว ระบบจะแค่ทำการจำหมายเลขไว้ และกันวงเงินไว้เท่านั้น ยังไม่มีการเรียกเก็บเงินแต่อย่างใด จนกว่าจะไปขึ้นตั๋วที่เกาหลี แล้วนำบัตรเครดิตใบเดียวกันนี้ไปแสดง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการรูดเพื่อชำระเงินที่นั่นอีกทีค่ะ


ตัวอย่างการจองตั๋วแบบ KR PASS ผ่านทางเว็บไซต์ www.letskorail.com 


พอเข้าหน้าเว็บมา ก็จะเจอหน้าตาแบบนี้ค่ะ ก็สามารถกรอกรายละเอียดได้เลยค่ะ โดยเลือกประเภทของบัตรว่าแบบกี่วัน ประเภทผู้โดยสาร (ตั๋วปกติ ประหยัด นักเรียน ฯลฯ) วันที่เดินทางมาถึงเกาหลี และก็ข้อมูลของผู้โดยสารค่ะ ถ้าเลือกซื้อแบบ Saver หลายคนนั้น ก็ต้องกรอกชื่อผู้โดยสารและหมายเลขพาสสปอตให้ครบทุกคนด้วยค่ะ (ไม่ต้องกรอกชื่อคนจองซ้ำ เพราะนับเป็นผู้เดินทางคนที่ 1 แล้ว)

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


จากนั้นพอคลิก Reservation ก็จะขึ้น Pop-up นี้มา ซึ่งเขาแจ้งเตือนว่า หมายเลขบุ๊กกิ้งที่เราจะได้รับหลังจากกดผ่านหน้านี้ไป จะต้องใช้ในการชำระเงิน หรือยกเลิกการจอง (ต้องยังไม่ชำระเงินเท่านั้น) เพราะฉะนั้น ห้ามลืม!! และควรจดหรือจำเอาไว้ด้วยค่ะ


คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


จากนั้นจะมาที่หน้านี้ ซึ่งจะมีรหัสการจอง หรือหมายเลขบุ๊กกิ้งให้เราเรียบร้อย โดยรหัสนี้จะใช้ในการคอมเฟิร์มการจอง หรือยกเลิกการจอง ในภายหลังได้ ในกรณีที่ยังไม่ชำระเงินในทันที แต่หากต้องการชำระเงินเลย ก็คลิกที่ Payment ด้านล่างค่ะ แต่ถ้าเกิดเปลี่ยนใจหรือกรอกอะไรผิดไป อยากกลับไปแก้ไขหรือยกเลิกการจอง ก็คลิกที่ Cancel ได้เลยค่ะ

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย

ระบบจะพาเราไปยังหน้ากรอกข้อมูลบัตรเครดิต/เดบิตแบบนี้ ก็กรอกข้อมูลให้ครบ แล้วกด Payment เป็นอันเรียบร้อยค่ะ ระบบจะตัดเงินบัตรเครดิต/เดบิต ทันที เพราะฉะนั้น ก่อนจะชำระเงิน ตรวจทานให้ถูกต้อง และมั่นใจก่อนนะคะ เพราะจ่ายเงินแล้วขอคืนไม่ได้ทุกกรณีค่ะ 

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


วิธีการรับบัตรพาส 
สามารถปริ๊น E-Ticket ที่ระบบส่งมาให้ทางอีเมล์หลังจากจองเรียบร้อยแล้ว พร้อมพาสสปอต ไปรับบัตรพาสได้ทุกสถานี หรือที่สะดวกสุดก็คือ สถานี Seoul Station (รถไฟใต้ดินสาย 4 สีฟ้า) หรือที่ปูซาน (สำหรับใครที่เริ่มต้นจากปูซาน) ก็รับได้ที่ สถานี Busan Station (รถไฟใต้ดินปูซานสาย 1 สีส้ม)

การยกเลิก
สามารถทำรายการยกเลิกสถานะการจองได้ทางเว็บไซต์ ก่อนที่จะทำการชำระเงิน โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่หากมีการกดชำระเงินไปแล้ว ระบบจะตัดเงินทันที จะไม่สามารถขอคืนได้ทุกกรณี

การใช้บัตรพาส
บัตร KR PASS จะมีระยะเวลาในการใช้ (หมายถึงการใช้ในครั้งแรก) ภายใน 30 วัน หลังจากได้ทำการแลกบัตรมาแล้ว และทันทีที่ไปรับบัตรตามสถานีรถไฟดังกล่าว สามารถนำบัตรพาสไปออกตั๋วรถไฟ KTX ได้เลยในวันที่ต้องการเดินทาง สามารถเลือกเที่ยวของรถไฟที่ต้องการได้ ว่าต้องการเดินทางไปที่ไหน เวลาไหน แต่หากเกิดมาขึ้นรถไฟไม่ทันตามเที่ยวรถที่ออกตั๋วไว้ ก็สามารถทิ้งตั๋วรถไฟนั้น แล้วนำบัตรพาสไปออกตั๋วใหม่ เลือกเที่ยวเดินทางใหม่ได้เลย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ข้อจำกัด
- KR PASSเป็นสิทธิพิเศษเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ 
- ใช้ได้สำหรับที่นั่งชั้นประหยัดเท่านั้น! และไม่สามารถใช้ได้กับบริการรถไฟใต้ดิน ทั้งในโซล และปูซาน รวมไปถึงรถไฟเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ และรถไฟ SRT ด้วยเช่นกัน

จะเห็นได้นะคะว่า หากพิจารณากันอย่างถี่ถ้วนแล้ว ถ้าเดินทางด้วย KTX นั้น ให้ซื้อตั๋วเหมา KR PASS จะดีกว่าซื้อแบบต่อเที่ยวค่ะ เพราะแค่นั่งไป-กลับปูซาน (ภายในวันเดียวกัน) ก็คุ้มแสนคุ้มแล้ว ใครอยากลองนั่งรถไฟความเร็วสูงดูสักครั้ง ก็ไม่ควรพลาดการเดินทางด้วย KTX นะคะ

อ่านวิธีการจองตั๋ว KTX และ บัตร KR PASS แบบละเอียด


เอนทรี่หน้า ลองเดินทางด้วยรถไฟธรรมดาอย่างมูกุงฮวากันบ้างดีกว่าค่ะ


เนื้อหานี้อยู่ในหนังสือรวมเรื่องเล่าในทวิตเตอร์ เล่ม 2










สายการบินไปปูซาน


ปูซาน หรือ พูซาน (Busan) เป็นเมืองหนึ่งทางตอนใต้ที่มีภูมิประเทศติดกับทะเล ที่นี่มีท่าเรือที่สามารถนั่งข้ามฟากไปยังเกาะเชจู หรือประเทศญี่ปุ่นได้อีกด้วยนะคะ หากจะขนานนามว่าปูซานเป็น “เมืองท่า” หรือเมืองเศรษฐกิจอีกเมืองหนึ่ง ก็ดูจะไม่ผิดแปลกไปจากความเป็นจริงนัก เพราะที่นี่คือเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองในประเทศเกาหลีรองจากกรุงโซลนั่นเอง

หากอยากจะเดินทางท่องเที่ยวไปยังปูซานนั้น ก็ไปไม่ยากเลยค่ะ สายการบินที่บินตรงจากกรุงเทพ ประเทศไทยไปยังปูซาน ประเทศเกาหลีใต้นั้น ก็จะคล้ายๆ กับสายการบินที่บินไปยังโซลนั่นเอง และจะใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงเศษๆ เท่านั้น ซึ่งสายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินกรุงเทพ – ปูซาน นั้น ก็ได้แก่ สายการบินเหล่านี้ค่ะ


ส่วนการเดินทางจากโซลไปยังปูซานนั้น มีหลายวิธี ทั้งเครื่องบิน รถไฟ และรถบัส ส่วนใครจะเลือกวิธีไหนนั้น ก็ลองชั่งใจและพิจารณาดูเอาแล้วกันค่ะว่า วิธีไหนที่สะดวก ประหยัดเงินในกระเป๋า รวมไปถึงเวลาที่มีจำกัดของคุณด้วยค่ะ

สายการบินที่มีไฟลท์บินออกจากโซล ไปยังปูซานนั้น ก็เห็นจะมีให้บริการอยู่ไม่กี่เจ้า นั่นก็คือ Korean Air (KE),  Asiana Airlines (OZ), และสายการบินในประเทศอย่าง Air Busan (BX) ที่เป็นบริษัทลูกของ  Asiana Airlines นั่นเอง เที่ยวบินต่อวันนั้นมีหลายเที่ยว เรียกได้ว่ามีตลอดทั้งวันเลยก็ว่าได้ค่ะ และจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที โดยจะบินจากสนามบินคิมโป (Gimpo) ที่โซล และไปลงยังสนามบินคิมแฮ (Gimhae) ที่ปูซาน


ส่วนสนนราคาโซล-ปูซาน แบบ ไป-กลับ นั้น 
สายการบิน KE จะอยู่ที่ประมาณ 5,200 บาท
สายการบิน OZ ประมาณ 4,800 บาท 
และสายการบิน BX จะอยู่ที่ประมาณ 4,500 บาท ซึ่งถูกที่สุด แถมหากว่าจองช่วงโปรโมชั่นด้วยแล้ว อาจได้ราคาที่ลดมากถึง 50% เลยล่ะ
(ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดเช็คที่หน้าเว็บอีกครั้ง)

ดูรายละเอียดเที่ยวบิน และติดตามโปรโมชั่น ได้ที่นี่


ตัวอย่างการจองตั๋วผ่านเว็บไซต์ ของสายการบิน Air Busan

ให้เลือกต้นทางจากโซล เป็น Gimpo (เพราะต้องขึ้นเครื่องที่สนามบินนี้)
ส่วนปลายทางก็เลือก Busan ตามปกติ ใครจะจองแบบไป-กลับ (Round trip) หรือ เที่ยวเดียว (One Way) ก็ตามแต่เลือกเลย


คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


จากนั้นติ๊กเลือกเที่ยวบินที่ต้องการ ทั้งขาไป (Departure) และ ขากลับ (Return) ในกรณีที่เลือกบินแบบ Round trip ในตัวอย่าง มินเลือกเที่ยวบินที่ "ราคาถูกที่สุด" ของวันค่ะ จะเห็นในตารางว่า ในบางเที่ยวบินนั้น ราคาจะลดถึง 10% (บางวัน บางช่วง มีลดถึง 30% เลย ถ้าเลือกดูดีๆ)

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


จากนั้นพอเลื่อนลงไปด้านล่าง ระบบจะคำนวณค่าตั๋วเครื่องบินทั้งไปกลับด้านบนที่เราเลือก และค่าภาษีสนามบิน ค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง และรวมเป็นจำนวนเงินให้เราตามภาพค่ะ จากที่เห็นนี้คือเท่ากับ 147,400 วอน (ประมาณ 4,422 บาท - คิดจากเรท 0.03)

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


*ภาษีสนามบินในประเทศเกาหลีจะเท่ากับ 4000 วอน
*ค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงจะเท่ากับ 12,100 วอน เท่ากันทุกสายการบิน


จากนั้นพอคลิก NEXT ก็จะไปยังหน้าของการ log in เข้าระบบ ซึ่งหากไม่ได้เป็นสมาชิกเว็บไซต์ก็เลือกกรอกที่ช่องขวาสุด โดยกรอกอีเมล์จริง ส่วนพาสเวิดนั้น กรอกอะไรก็ได้แล้วแต่เรา จากนั้นคลิกที่ Log in

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


หน้าถัดมาก ก็จะเป็นหน้าของการกรอกข้อมูลรายละเอียดของผู้โดยสาร (จองกี่ที่ ก็กรอกไปตามจำนวนคน) โดยในช่องที่กรอกชื่อ-นามสกุลนั้น ให้เขียนนามสกุลขึ้นก่อน แล้วถึงตามด้วยชื่อ โดยใช้ขีด / คั่นกลาง ตัวอย่างเช่นชื่อมิน คือ ธิดารัตน์ นัยรัตน์ เวลากรอกก็กรอกไปว่า NAIYARAT/THIDARAT แบบนี้ค่ะ และอย่าลืมกรอกเบอร์โทรศัพท์ให้ถูกต้อง โดยใส่รหัสประเทศไทย (66) ตามด้วยรหัสในประเทศตัดศูนย์ เช่นมือถือ (8) แล้วตามด้วยเลข 8 หลักค่ะ

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย

จากนั้น เช็คความถูกต้องของเที่ยวบินให้เรียบร้อยก่อนจะไปยังหน้าชำระเงินนะคะ ตรวจชื่อ นามสกุล ว่าสะกดถูกต้องตามพาสสปอตหรือไม่ เพราะถ้ากรอกผิด อาจจะมีปัญหาตอนเช็คอินได้ รวมไปถึงดูจำนวนเงินสุทธิที่เราต้องจ่ายอีกครั้ง เพื่อความถูกต้องด้วยค่ะ

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


สุดท้ายก็มาขั้นตอนของการ Payment แล้ว ซึ่งระบบจะเลือกให้เราอัตโนมัติแล้วว่าชำระผ่านบัตรเครดิตจากประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่บัตรเครดิตของประเทศเกาหลี จากนั้นก็กรอกรายละเอียดของบัตรให้ครบถ้วนนะคะ ซึ่งสามารถใช้ได้หมดทั้งบัตรเครดิตวีซ่า และมาสเตอร์การ์ดค่ะ พอกรอกครบแล้วก็กด Payment ค่ะ

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


จากหน้านี้ไป มินไม่มีตัวอย่างมาให้ดูนะคะ เพราะไม่งั้นทำจริงเดี๋ยวมันตัดเงินไปจริงๆ ค่ะ อิอิ ในหน้าต่อไปก็จะเป็นการ Check Payment ค่ะ พอเสร็จเรียบร้อย กด Confirm (หรืออาจจะเป็น Summit) ก็เป็นอันเรียบร้อย ได้ตั๋วมาครองแล้วล่ะค่ะ ระบบก็จะส่ง E-ticket มาให้เราตามอีเมล์ที่กรอกไปในหน้า Payment เราก็แค่ปริ๊นแล้วไปยื่นที่เคาน์เตอร์เช็คอินในวันที่เดินทางเท่านั้นเอง ง่ายใช่มั้ยล่ะคะ ก็คล้ายๆ กับการจองตั๋วเครื่องบินทั่วไปนั่นเอง

ก็หวังว่าตัวอย่างด้านบนจะช่วยให้เข้าใจได้ง่ายและเห็นภาพมากขึ้น สำหรับมือใหม่หัดจองนะคะ แต่หากว่าใครไม่มีบัตรเครดิต และอยากเดินทางด้วยวิธีนี้ ก็แนะนำว่าให้ไปซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์ที่สนามบินคิมโปเลยค่ะ เลือกราคาตามใจชอบเลย หรือจะเปลี่ยนวิธีการเดินทางก็ได้ ไว้มินจะมาแนะนำต่อในเอนทรี่ต่อไป กับการเดินทางโดยรถไฟ KTX กันค่ะ

CS GYM : ชานซอง 2PM


ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร หรือร้านกาแฟ ที่ศิลปินหรือคนดังจะเป็นเจ้าของเท่านั้นนะคะ แต่ยังคงมียิมด้วยเช่นกัน เก๋เชียวล่ะ CS GYM เป็นยิมของชานซอง หนุ่มน่ารักกล้ามโตแห่ง 2PM นั่นเอง ตั้งอยู่ย่านชองดัมดง ไม่ไกลจากอัพกูจองเท่าไหร่นัก แถมตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ให้แฟนคลับหากันง่ายๆ อีกด้วยล่ะ และไม่ใช่แค่ 2PM ที่ชอบมาที่นี่นะ หนุ่มๆ 2AM เขาก็มาบ่อยเหมือนกัน ไม่เชื่อดูภาพยืนยัน


CSGYM ตั้งอยู่ที่ตึก HS Building ตึกนี้ค่ะ อยู่ชั้น 5-6


ขึ้นไปดูข้างบนกันดีกว่า ขึ้นไปไม่ต้องกลัวหลง มีภาพโฆษณาตลอดทาง



ภาพเท่ๆ ของ CEO 


เวลาเปิดปิดค่ะ ซึ่งมินไม่แน่ใจว่าปัจจุบันจะเปลี่ยนไปรึยัง เพราะว่ามันไม่ตรงกับในหนังสือที่มินเขียนไว้เลยง่ะ (ในหนังสือมินได้ข้อมูลมาจากรายการ Tasty Road) ส่วนในภาพนี้เขียนว่า วันจันทร์-ศุกร์เปิด 24 ชั่วโมง วันเสาร์เปิด เที่ยงคืน-สี่ทุ่ม และวันอาทิตย์เปิด 10:00-18:00 ยังไงหากข้อมูลในหนังสือผิดพลาดไป มินก็ขออภัยด้วยนะคะ >.<


และแล้วก็มาถึง CS GYM แล้วววว เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ค่ะ


ทางเข้ายิมมมมม


หลังจากนี้ไป จะเป็นภาพด้านในยิมแบบรัวๆ เชิญทัศนาตามอัธยาศัยค่ะ แหม...รูปพรีเซนเตอร์ทั้งหลายนี่มันน่ากรี๊ดจริงๆ >.<







หรือใครยังไม่จุใจ อยากดูภาพเคลื่อนไหวและมุมอื่นๆ ของสถานที่จริง ดูได้ในคลิปนี้เลยค่ะ


ปิดท้ายด้วยภาพเมมเบอร์การ์ด ที่เชื่อว่าสาวๆ หลายคนอยากเป็นเจ้าของ อิอิ



Address : 5F HS Building 93-2, Nonhyeon-dong, Gangnam-gu, Seoul 
Tel : 02-542-2110
Open from : (อ้างอิงจากในหนังสือทำมือเล่มสอง) Mon.-Fri. 10:00-24:00, Sat. 10:00-22:00, Sun. 10:00-18:00
How to go : รถไฟใต้ดินสายพุนดัง (Bundang) สีเหลือง ทางออกที่ 5 แล้วเดินมาเส้นทางเดียวกับร้าน Mango Six สาขาโทซาน  พอเดินมาเจอ CGV ชองดัม ให้ข้ามถนนค่ะ ตรงนี้มีทางม้าลายอยู่ ข้ามถนนเดินย้อนกลับมานิดเดียวก็เจอเลยล่ะ (ถ้าเลี้ยวเข้าซอยข้างๆ CGV จะไปยังร้าน Mango Six สาขาอัพกูจอง) 

Photo by Daum Map

และถ้ายืนอยู่หน้า CGV เพื่อรอข้ามถนน ก็จะมองเห็นตึก HS Building ได้อย่างชัดเจนเลยล่ะค่ะ

Photo by Daum Map

และหากข้ามถนนแล้วเดินไปทางขวานิดนึง จะมีซอยให้เลี้ยวเข้าไป ซอยนี้จะพาเราไปยังร้านกาแฟ CAFENNE ของคุณแม่ของอึนจอง T-ara ด้วยค่ะ 

Photo by Daum Map


Map คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


Credit : ภาพประกอบจาก @CSGym1, @sprite211@go_chansung@m_CHAN211, @MinJunKay


เนื้อหานี้อยู่ในหนังสือรวมเรื่องเล่าในทวิตเตอร์ เล่ม 2